เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: กาลครั้งหนึ่งเมื่อ 2559

อีก 2-3 วันก็จะเริ่มเข้าสู่ปีใหม่ เวลาปีนึงนี่ผ่านไปเร็วมาก ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้น-เป็นอันเลยแหม … ปีนี้เป็นปีที่มีช่วงแย่ๆ หลายช่วงอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะ 3-4 เดือนสุดท้ายช่วงปลายปีนี่รู้สึกยังกะ “เบญจเพส” รอบสอง ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เยอะแยะ ทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็นไปตามที่คิดเท่าไหร่ หวังว่าปีใหม่จะมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามานะเออ

– มกราคม –

มีอยู่วันนึงช่วงประมาณต้นเดือน-กลางเดือน มีคนมาทักว่าเห็นผมไปเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวๆ หน้าตึก แต่โทษที … ตอนที่คนอื่นบอกว่าเห็นผมอยู่หน้าตึกน่ะ ผมนั่งทำงานอยู่ในห้องพักอยู่เลย ไม่ได้ออกไปไหน ! … ที่จริงเรื่องเจอคนหน้าตา-ท่าทางเหมือนกันก็ไม่น่าจะแปลกอะไร แต่โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกแปลกๆ (ว่ะ) พอไปเปรยๆ กับ “อ้วนฉุย” ว่าสงสัยต้องไปทำบุญบ้างแล้ว ก็เลยโดน “อ้วนฉุย” ล็อคตัวไปทำบุญทันที … อา … หวังว่าผลบุญจะช่วยให้ผ่านพ้นปีนี้ไปได้ด้วยดี

ช่วงปลายเดือนเกิดอากาศวิปโยคเล็กน้อย อยู่ดีๆ อากาศก็เย็นซะงั้น … แบบว่าหนาวมาก หนาวเว่อร์ๆ น่ะ อากาศเย็นกว่าตอนช่วงหน้าหนาวซะอีก … ช่วงก่อนที่อากาศจะเย็น อากาศก็ร้อนตับแตกเป็นปกติธรรมดา แต่พอตื่นเช้ามาอีกวันอยู่ๆ อากาศก็เย็นโคตรๆ ดีว่าเป็นวันหยุดก็เลยกระดึ๊บๆ นอนมุดผ้าห่มได้อย่างมีความสุข … แต่แค่ช่วงเช้านะ เพราะพอตกบ่ายดันโดนเรียกไปทำงานซะงั้น โธ่ … วันหยุดผมนะคร๊าบ !

นอกจากช่วงปลายเดือนจะหนาวแบบสาหัสแล้ว พอมีเวลาว่างๆ ก็เลยเก็บของ-จัดห้องซักเล็กน้อยสำหรับต้อนรับปีใหม่ … ทุกครั้งที่จัดห้องนี่แบบว่า “ยาก” กับการหาที่เก็บบรรดาหนังสือมาก จะหอบเอากลับบ้านแม่ก็บ่น เพราะอยู่บ้านก็กองเป็นภูเขาจนไม่มีที่จะไว้เหมือนกัน แต่พอเอาไว้หอก็แทบจะไม่มีที่เก็บอีก ไปๆ มาๆ ก็มีคนมาบอกว่า “ไม่มีที่เก็บก็เอามาบริจาคได้นะ” … โอเค … จัดไปเบาๆ ครับ สะดวกวันไหนติดต่อมานะเออ … แต่ก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกันนะ

– กุมภาพันธ์ –

… กุมภาฯ ปีนี้มี 29 วัน นะเออ … ถามว่าเกี่ยวอะไรมั้ย !? … ก็ไม่เกี่ยวหรอกแค่อยากบอก เอิ๊ก

ช่วงต้นเดือนเป็นวันเกิดของ “อ้วนฉุย” ปีนี้ผมกะจะเซอร์ไพรส์วันเกิดผู้หญิงอ้วนอ้วนคนนึงซะหน่อย … พอดีวันเกิดของผู้หญิงอ้วนปีนี้ตรงกับช่วงที่ผู้หญิงอ้วนต้องทำโอทีพอดี ผมก็เลยจัดการหาซื้อเค้กก้อนเล็กๆ มาก้อนนึง พอถึงเวลาเลิกงานผมก็ไปรับ เพราะตอนเช้าผมไปรับ “อ้วนฉุย” มา แล้วตอนเย็นจะพาไปหาของอร่อยๆ กินซะหน่อย … ทันทีที่ “อ้วนฉุย” ขึ้นรถมานั่งทำตัวอ้วนอ้วน ผมก็ลงจากรถบอกว่าลืมของไว้ข้างหลัง ไอ้เราก็พยายามจะจุดเทียนเซอร์ไพรส์ แต่จุดไม่ติดซักที “อ้วนฉุย” เลยจับพิรุธได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า … ปกติผมไม่เคยหาของนานแบบนี้ … เพลียมาก คนอุตส่าห์จะเซอร์ไพรส์ หมดอารมณ์เลย

ช่วงกลางเดือนเกือบเจออุบัติเหตุรถชน (อีกแล้ว) … เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นตอนพักเที่ยง กะว่าจะพาผู้หญิงอ้วนไปหาข้าวกินซะหน่อย ก็ขับรถไปปกติจนมาถึงแยกวัดใจแห่งหนึ่ง (อยู่ที่นี่มีแยกวัดใจหลายที่ !) ซึ่งผมจำเป็นต้องขับรถข้ามไปอีกฟาก ก่อนข้ามฟากถนนก็มองซ้าย-มองขวานะ แต่พอออกไปถึงกลางถนนดันมีรถกระบนคันนึงขับมาจ๊ะเอ๋กันตรงกลางพอดี ผมก็ไม่แน่ใจว่ารถกระบะมันเห็นรถผมรึเปล่า แต่ผมก็จอดรถรอข้ามถนนนานอยู่นะ … พี่แกไม่มีท่าทีว่าจะชะลอหรือหยุดรถเลย เพื่อ !!! … คือจะขับต่อไปข้างหน้าก็กลัวมีรถแซงซ้อนขึ้นมาแล้วมองไม่เห็น ก็เลยตัดสินใจจอดรถรอซักพักกะว่าให้รถกระบะจอดซักเล็กน้อย พอทางสะดวกก็จะข้ามไป … ถ้าโดนชนมานี่ฝั่งผู้หญิงอ้วนโดนเต็มๆ อะ ! … แต่ก็ยังดีที่ “มัน” จอดรถ ห่างจากรถผมไปไม่ถึงวา … ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันไม่ชะลอ ทั้งๆ ที่ผมก็ออกไปกลางถนนก่อนมันจะมาถึงตั้งนานนะ … ชีวิตแม่_ไม่แน่นอนจริงๆ !

หลังรอดพ้นจากเหตุการณ์หน้าหวาดเสียวมาอย่างหวุดหวิดมาไม่กี่วัน ก็มีคนมาติดต่อรับบริจาคหนังสือไปเรียบร้อยครับ เลยจัด “ต่วย’ตูน” ไปให้ทั้งหมดตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ รวมแล้วก็ประมาณ 4-5 ปีได้ … ถ้าหนังสือที่ผมมีจะเป็นประโยชน์กับเด็กๆ ก็ยินดีครับ : )

ถัดมาช่วงปลายเดือนมีโอกาสได้ไปขอนแก่นเพราะพ่อ-แม่จะไปทำธุระกับพี่นิดหน่อย ผมก็เลยให้พ่อแวะมารับ แล้วก็ขับรถต่อให้จากบุรีรัมย์-ขอนแก่น … พ่อ-แม่ไปธุระเรื่องของพี่ ส่วนผมกับน้องก็ตระเวณหาของกินรอสิครับ “อยากกินผัดกระเพรา แกงเขียวหวาน เกาเหลาน้อย ร้านสิบสามเหรียญ … อยากกินผัดกระเพรา ต้มยำไก่ ร้านธง … อยากกินสปาเก็ตตี้แกงเขียวหวาน ร้านทุเรียน” แต่ดันหาร้านไม่เจอซักร้าน ไม่รู้ย้ายไปไหนกันหมดแล้ว

หลังจากกลับจากขอนแก่นมาไม่ทันไร ดันมาป่วยอีก แบบว่าเจ็บคอมาก แทบจะกลืนน้ำลายไม่ได้เลย เลยไปจัดยาเบาๆ ทั้งลดไข้-แก้เจ็บคอมาบรรเทาอาการ รอบนี้ป่วยอยู่ประมาณอาทิตย์นึงได้ หนาว (ไข้) มาก มุดผ้าห่มก็เอาไม่อยู่

– มีนาคม –

เดือนนี้เป็นเดือนสำหรับการปั่นงานอย่างแท้จริง หลังฟื้นไข้มาได้ก็ต้องมาปั่นงาน-แก้งานจนดึกดื่น … อยู่มาวันนึงนั่งแก้งานจนถึงประมาณตีสาม ด้วยความเพลียก็เลยเดินออกไปยืดเส้น-ยืดสายหน้าตึกซะหน่อย ตอนตีสามนี่เงียบมากครับ ไม่มีวี่แววของผู้คน (ก็แหงล่ะ) แต่พอเดินออกไปได้ซักพัก ก็พลันได้ยินเสียง “แกร๊ก แกร๊ก” … ชิบหายละ เสียงอะไร (วะ) ตอนตีสาม ผมพยายามหันซ้าย-หันขวาเพื่อหาที่มาของเสียง พร้อมกับพยายามเพ่งมองฝ่าเข้าไปในความมืดมิด แล้วก็เจอเข้ากับ … “คนกวาดถนน” … เอิ่ม ! พี่ครับ ทำไมพี่มากวาดถนนเร็วแบบนี้เนี่ย ไอ้เราก็ตกใจนึกว่าจะเจอแจ็คพล็อตซะแล้ว

… ถัดมาช่วงกลางเดือนมีออกภาคสนามเล็กน้อยครับ … รอบนี้ก็เป็นทริปยอดฮิตของช่วงหลายปีหลัง นั่นคือ “ทริปภาคตะวันตก” (อีกแล้ว) … รายละเอียดเขียนไว้ในเอนทรี่ “เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: ตามหาจั๊กจั่น”

– เมษายน –

เริ่มต้นเดือนด้วยการกลับบ้านไปไหว้เชงเม้ง ปีนี้ไหว้เชงเม้งเช้าวันอาทิตย์ ก็เลยขับรถกลับบ้านตอนเช้าวันเสาร์ เพราะว่า “ของเล่น” ยังไม่มาจากขอนแก่น … พอช่วงเย็นๆ หน่อย “ของเล่น” ก็มาถึง เลยพากันออกไปล้างสุสาน ปีนี้อากาศร้อนเว่อร์มากมาย ล้างสุสานไปก็เหงื่อแตกพลั่กๆ โอย … จะเป็นลม … สำหรับเชงเม้งปีนี้ก็วุ่นวายเหมือนทุกๆ ปี ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องวุ่นวายกันทุกปีเนี่ย … แถมโดนกดดันเรื่องน้ำหนักตัวอีก เฮ้อ …

… หลังกลับจากเชงเม้งก็มาเตรียมเอกสาร-เตรียมส่งงานต่อ แต่พอเช็ครายละเอียดดีๆ ดันมีปัญหาอีก กลายเป็นว่าทุกอย่างผิดแผนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่งงาน เรื่องเรียนต่อ ฯลฯ คือแบบว่า … ชีวิตจะอะไรนักหนา เข้าใจว่าชีวิตต้องมีปัญหาบ้างนะ แต่ปัญหามาบ่อยๆ นี่มันเป็นอะไรที่โคตรจะน่าเบื่อ ! … ช่วงนี้ก็นั่งเครียดอยู่ว่าจะเอายังไงกับชีวิต แย่เลย … เฮ้อ

… สำหรับวันเกิดปีนี้ ผมพึ่งสังเกตว่า Google มา HBD ให้ด้วย … ปกติเวลาถึงวันเกิดผม ผมจะทำตัวเงียบๆ และทุกปีก็ไม่ค่อยจะมีใครจำวันเกิดผมได้ แต่ปีนี้มีเพื่อนมา HBD ผ่าน Facebook เฉย ! … คือผมไม่ได้ตั้งให้มันแสดงวันเกิดครับ เพราะงั้นพอถึงวันเกิดก็จะไม่มีใครรู้ ส่วนตัวแล้วผมว่ามันแปลกๆ อะ สมมติถ้าตั้งแจ้งเตือนวันเกิดเอาไว้ก็จะมีคนเข้ามาอวยพร ซึ่งโดยปกติเจ้าของวันเกิดก็จะต้องมาตาม “ขอบคุณนะ” “ขอบคุณครับ” “ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน” บลา บลา บลา … ซึ่งมันเป็นอะไรที่แบบว่า “อืมมมม” ผมก็เลยไม่ตั้งแจ้งเตือนดีกว่า … ทุกวันนี้เรามี Facebook ช่วยแจ้งเตือนให้รู้ถึงวันเกิดของใครซักคนแล้วนะ แต่เมื่อก่อนลองคิดดูสิครับ เรามักจะจำวันเกิดของคนที่สำคัญ หรือคนที่เราใส่ใจได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนอะไรเลยนะ เราก็จะจำมันได้เอง แต่ทุกวันนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีซักกี่คนที่จะจำวันเกิดของคนอื่นได้แบบจริงๆ จังๆ โดยที่ไม่ต้องไปคอยดูแจ้งเตือนวันเกิดจาก Facebook

ส่วน “อ้วนฉุย” มีการมาเซอร์ไพรส์เล็กน้อยกับของขวัญวันเกิด … “อ้วนฉุย” มาเซอร์ไพรส์ (เอาคืน) … อ้วนฉุดๆ … “อ้วนฉุย” บอกว่าเห็นบ่นว่ากระเป๋าตังค์เริ่มเปื่อยแล้ว พอจะซื้อให้ใหม่ผมก็ไม่เอา ก็ใบเก่ามันยังใช้ได้อยู่นี่นา ถึงมันจะเปื่อยไปตามกาลเวลาก็เถอะ … พอถึงวันเกิด “อ้วนฉุย” เลยจัดมาให้เลย … แล้วก็จงเปลี่ยนใช้กระเป๋าใบใหม่ ณ บัดนาว !

– พฤษภาคม –

… ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมมีวันหยุดยาวต่อกัน 5 วัน ! หยุดยาวแบบนี้ก็ดีนะ เอิ๊ก

พอวันหยุดยาวก็เป็นช่วงเวลาของการเดินทาง หยุดยาวรอบนี้มีแผนสำหรับทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืน ครับ จุดหมายปลายทางอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ไม่มีอะไรมาก แค่ไปเยียมญาติที่อยู่นั่น … ตามโปรแกรมพ่อ-แม่จะแวะมารับผมที่บุรีรัมย์ ผมก็รับหน้าที่เป็นคนขับรถต่อให้ รอบนี้เดินทางไปถึงโคราชตอนประมาณบ่ายสามกว่า หลังเก็บสัมภาระ-เข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ตอนเย็นก็แวะไปหาอะไรใส่ท้อง ร้านอาหารที่ไปอยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควร บรรยากาศดี อาหารอร่อย ! … แต่ไม่มีกล้องเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาแปะ (ซะงั้น) … หลังจากกินข้าวเสร็จก็มีต่อคาราโอเกะกันจนถึงสองทุ่มครึ่งถึงได้กลับที่พัก

… เช้าวันที่สองเริ่มต้นด้วยโปรแกรมเบาๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงนึงเพื่อไป “วัดโนนกุ่ม” … วัดที่เคยไปแวะตอนทริปปากช่องนั่นแหละ … วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน แดดเปรี้ยง ! ชาวแก๊งค์ที่ไปด้วยกันก็รีบเดิน เดิน เดิน ไปไหว้พระ แล้วกลับ (ง่ะ) … ขากลับก็แวะไปกินข้าวแถวๆ ตัวเมือง ที่จริงก็ไกลอยู่นะ นั่งรถแบบว่าเมื่อไหร่จะถึงเนี่ย !? … ส่วนช่วงบ่ายไม่มีอะไรมาก เนื่องจากอากาศร้อนเว่อร์เลยพากันกลับไปพักที่โรงแรม นัดกันไปเดินห้างช่วงเย็น แต่ลูกสาวหล่าหลับไม่รู้เรื่อง ผมเลยอดไปเดินเล่นเลย กะว่าจะไปเดินหาหน้ากากมาใส่เล่นซะหน่อย

หลังจากชาวแก๊งค์ไปเดินห้างกันสบายใจ ตกเย็นก็พากันไปไหว้ “ย่าโม” แล้วก็ไปกินข้าวเย็นที่บ้านของน้า … เมนูวันนี้ทำกับข้าวกินเองอยู่บ้านครับ กับข้าวหลายอยู่เหมือนกัน เต็มที่ เต็มที่ อิอิ … กินเสร็จก็นั่งคุยกันจนถึงประมาณสามทุ่มถึงกลับที่พัก

ตอนหัวค่ำมีฝนตกเบาๆ พอได้สัมผัสความเย็นสบาย ว่าแล้วลูกสาวหล่าก็ชวนไปซื้อขนมกิน ก็เลยซื้อเค้กมาแอบ HBD แม่ซะหน่อย พร้อมกับไอติมของโปรดพ่อจ๋าลูกสาวหล่า

… เช้าวันเดินทางกลับพอเก็บของพร้อมออกเดินทางก็ไปแวะรับ “นมสด” หมาน้อยของลูกสาวหล่าที่บ้านน้า พร้อมกับโปรแกรมเดินทางเล็กๆ แวะเที่ยวตามรายทาง ก็จะมี “ปราสาทหินพิมาย” กับ “ไทรงาม”

หลังขับรถร่วมชั่วโมงเพราะต้องรอชาวแก๊งค์ที่มารถอีกคัน ก็ไปโผล่ที่ “ปราสาทหินพิมาย” ตอนเกือบเที่ยง แน่นอนว่าแดดร้อนมากมาย ! ชาวแก๊งค์ก็เดินถ่ายรูปตามตัวปราสาท ส่วนข้าพเจ้าก็เดินบ้าง แต่พยายามหาที่หลบแดดตามตัวปราสาทเพราะสู้แดดไม่ไหว อีกอย่างไม่มีกล้องไปด้วย ใช้แค่โทรศัพท์ถ่ายรูปมาพอเป็นพิธี หลังออกจากตัวปราสาทก็ขับรถอีกนิดหน่อยไปแวะที่ “ไทรงาม” ดงต้นไทรริมน้ำ ชาวแก๊งค์ก็พากันไปไหว้ศาลที่อยู่นั่นแล้วก็พากันเดินทางไปหาข้าวเที่ยงลงท้องที่ร้านเป็ดย่างพิมายแห่งหนึ่งใกล้ๆ ทางกลับ กว่าจะได้เดินทางกลับก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสอง

พอกลับมาถึงบุรีรัมย์ก็แวะพักรถกันนิดหน่อย แต่อนิจจา … รถของชาวแก๊งค์เกิดอาการงอแง มีควันขึ้นนิดๆ พอเปิดฝากระโปรงดูเลยรู้ว่าหม้อน้ำรั่ว ! ต้องโทรตามช่างอยู่ศูนย์ฯ มาดูอาการ ผลสรุปออกมาว่าต้องเอาเข้าศูนย์ฯ ให้ช่างจัดการให้ ส่วนผมก็มีหน้าที่ขับรถน้อยสุดเท่พาชาวแก๊งค์กลับบ้านที่ศรีสะเกษ … มาถึงบ้านตอนประมาณทุ่มนึง เพราะชาวแก๊งค์ไม่มีอารมณ์ลั๊ลลาแล้ว อยากถึงบ้านไวๆ รถน้อยสุดเท่เลยไม่ได้พักระหว่างทางเลย (แง๊ แง๊)

คืนนั้นหลังจากเข้าบ้านกันเรียบร้อย แต่ยังไม่มีข้าวเย็นตกถึงท้อง ก็เลยออกไปนั่งกินจิ้มจุ่มหน้าบ้านกัน ว่าแล้วผมก็เลยเลี้ยงข้าว HBD แม่อีกซักรอบ พร้อมกับควบวันเกิดพ่อจ๋าลูกสาวหล่าเลยแล้วกัน เพราะพ่อ-แม่เกิดเดือนเดียวกัน เอิ๊ก … นอนบ้านคืนนึง เช้าวันต่อมาก็ขับรถน้อยสุดเท่กลับบุรีรัมย์ เนื่องจากเป็นช่วงหยุดยาว รถเลยไม่รูัจะเยอะไปไหน ! ออกจากบ้านตอนแปดโมงนิดๆ กว่าจะมาถึงก็ล่อไปซะ 11 โมงนิดๆ เลย … ว่าแล้วไปหาข้าวกินดีกว่า เอิ๊ก

… ช่วงกลางเดือนหลังเสร็จสิ้นภารกิจงานประจำ … ผมก็เลยจัดทริปเล็กๆ กับ “อ้วนฉุย” เพื่อเป็นการพักผ่อน … ทริปนี้ไม่มีอะไรมากครับ แค่พากันไปหาของกินอยู่ที่สุรินทร์ (อีกแล้ว) พร้อมกับอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ นั่นคือ “ภารกิจตามหาปลั๊กคอนโด” … ปลั๊กคอนโดแบบที่มันเป็นแท่งๆ มีที่เสียบปลั๊กทั้งสี่ด้านน่ะครับ ก่อนหน้านี้เห็นวางขายกันเกลื่อนเลยนะ แต่ก็ราคาแรงพอสมควร ตอนนั้นผมก็ไม่ได้อะไรมาก คือเห็นก็ว่ามันแปลกดีแต่ก็ไม่ได้คิดจะซื้อ จนมาวันนึงเห็นที่ร้านขายของเสียบปลั๊กใช้งาน ผมว่ามันเข้าท่าดีแฮะ ก็เลยเกิดกิเลสอยากได้เล็กน้อย (มั้ง) ถึงขนาดต้องไปตามหาซื้อกันเลยทีเดียว … สุดท้ายก็ไปเจอที่สุรินทร์นั่นแหละครับ วางขายแบบลดราคาพอดีก็เลยถอยมาสองตัว

ถัดมาอีกไม่กี่วันก็ครบกำหนดพารถน้อยเข้าเช็คสภาพครับ พอดีว่าวันนั้นที่ทำงานไฟดับ ก็เลยได้โอกาสแว็บออกไปศูนย์ฯ ซักครู่ เอารถเท่เข้าเช็คสภาพ … ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันผมพึ่งได้ตังค์พิเศษมานะ ได้มาปุ๊บ-มีเรื่องให้ได้จ่ายปั๊บ นี่แหละน๊าชีวิต

ส่วนช่วงปลายเดือน “อ้วนฉุย” มีนัดกับชาวแก๊งค์ไปเที่ยวทะเลกัน 2-3 วัน … เชิญตามสบายเลยครับคุณพี่ผู้หญิง ผมก็มีหน้าที่แค่ไปรับ-ไปส่งผู้หญิงอ้วนอ้วนคนนึง … ร่าเริงเชียวผู้หญิงอ้วน !

ช่วงนี้มีฝนตกเล็กน้อย อากาศดี อารมณ์ดี (เฉพาะตอนกลางคืน) … และจะอารมณ์ดี๊ดี ถ้าไม่เผอิญว่าดันโชคดีมีชื่อติดไปร่วมอบรมซะงั้น เป็นการอบรมที่ใช้เวลานานมาก โดยเฉพาะก่อนวันสุดท้ายที่มี Workshop ต้องทำงานส่ง ก็ล่อไปซะประมาณสามทุ่มถึงได้กลับ ขณะที่กลุ่มอื่นๆ อีกหลายกลุ่มต่างพากันปั่นงานจนดึกดื่น ได้ยินแว่วๆ ว่าอยู่กันถึงตี 1-2 ว่างั้น … เพลีย

– มิถุนายน –

… กลางเดือนแม่ไลน์มาบอกว่าป้าลื่นล้มหัวแตกเย็บไป 7 เข็ม … ซะงั้น … พอเสาร์-อาทิตย์ก็เลยกลับบ้านไปเยี่ยมซะหน่อย พร้อมกับลากเอา “อ้วนฉุย” กลับไปเปิดตัวที่บ้านด้วย เอิ๊ก … ช่วงต้นเดือน-กลางเดือนที่ศรีสะเกษมีงานผลไม้พอดีครับ ด้วยความที่ “อ้วนฉุย” เป็นผู้หญิงอ้วนที่เสพติดทุเรียนอย่างหนัก ผมเลยเอา “ทุเรียน” มาเป็นเหตุผลให้ “อ้วนฉุย” ตามกลับบ้านซะดีๆ และแล้วผู้หญิงอ้วนก็ต้องเก็บกระเป๋าเดินทางมานั่งอ้วนเป็นตุ๊กตาหน้ารถ

แต่หลังกลับมาจากบ้าน ผู้หญิงอ้วนดันป่วยซะงั้น … ผู้ชายเท่เลยโดนข้อหาพาผู้หญิงอ้วนเถลไถลจนป่วย ป่วยรับหน้าฝนเลยอ้วนมากๆ สรุปแล้ว “อ้วนฉุย” ต้องนอนโรงพยาบาลไปสองคืน โดยมีผู้ชายเท่เปลี่ยนเวรไปเฝ้า … ระหว่างที่เฝ้าก็ไม่รู้จะทำอะไร จะเอาหนังสือไปอ่านก็หลับ (ต้องเข้าใจว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ อิอิ) จะเล่นเน็ตก็เล่นทั้งวันจนเบื่ออีก พอดีกับวันแรกที่ไปเฝ้าไข้ผู้หญิงอ้วน ผู้ชายเท่ก็เผอิญไปเจอ “รูบิค” วางขายอยู่ที่ร้านขายของของโรงพยาบาลครับ ด้วยความที่เมื่อก่อนก็เคยหมุนๆ เล่นเหมือนกัน แต่ทำได้แค่หน้าเดียว พอมาเห็นวางขายแบบนี้ก็เลยสบโอกาสซื้อเล่นเฝ้าไข้ผู้หญิงอ้วนซะเลย … ตอนนี้ทำได้ครบทุกหน้าแล้วนะเออ รายละเอียดในเอนทรี่ “Rubik: วิธีเล่น (แก้) รูบิค”

ส่วนช่วงปลายเดือนชาวแก๊งค์มีทริปไปพักผ่อนกันครับ แต่เนื่องจากข้าพเจ้ามีเหตุจำเป็นต้องสะสมทรัพย์ไว้เป็นทุนสำรองเลยขอสละสิทธิ์แล้วกัน ชาวแก๊งค์ไม่อยู่แบบนี้ก็ลั๊ล้าสิครับ ว่าแล้วก็เลยหาเกมส์ไปนั่งเล่นพักผ่อนแล้วกันเพราะต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับที่ทำงาน เอิ๊ก

– กรกฎาคม –

ช่วงกลางเดือนพ่อ-แม่มีโปรแกรมท่องเที่ยวตามประสาผู้สูงอายุ (อีกแล้ว) รอบนี้ไปหลายวันเหมือนกันครับ และหน้าที่เฝ้าบ้านก็ตกเป็นของผมกับลูกสาวหล่า พอดีว่าเป็นช่วงปิดเทอมก็โอเค กลับไปเฝ้าบ้านให้ก็ได้

ตามกำหนดการพ่อ-แม่ออกเดินทางประมาณตีสามครับ แล้วต้องไปขึ้นรถที่จังหวัดอุบลฯ นั่นหมายความว่าต้องพากันออกจากบ้านตั้งแต่ตีหนึ่ง-ตึหนึ่งครึ่งเป็นอย่างต่ำเพื่อจะได้มีเวลาเผื่อ … ไม่มีปัญหาครับ ผมนอนตอนหัวค่ำ แล้วประมาณหกทุ่มก็ให้แม่มาปลุกไปล้างหน้า-ล้างตา จากนั้นก็ขับรถฝ่าความมืดมิดอันแสนหนาวเหน็บไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งก็ผิดคาดนิดหน่อยเพราะถนนโล่งมาก เลยทำเวลาดีไปนิด แถมจุดรอขึ้นรถยังอยู่ใกล้ตัวเมืองอุบลฯ อีก ไอ้เราตอนแรกก็นึกว่าต้องออกไปจากตัวเมืองอีกเกือบชั่วโมง เลยกลายเป็นว่าไปถึงกันเป็นกลุ่มแรก คราวนี้ก็นั่งรอบรรดาชาวแก๊งค์ไปสิครับ

นั่งรอกันอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีชาวแก๊งค์โผล่มาอีกสองคน ระหว่างที่นั่งรอรถผมก็ถามว่าแน่ใจนะว่ามาถูกที่ ไม่ใช่มาผิดที่แล้วจะได้เหยียบไปส่งนะ พ่อก็บอกว่าถูกแล้ว นี่ไงหัวหน้าแก๊งค์ถ่ายรูปป้ายปั๊มซึ่งเป็นจุดรอรถแล้วอัพไลน์แจกจ่ายสมาชิกไว้เรียบร้อย กันความผิดพลาดที่จะไปโผล่ผิดที่ … พอมีสมาชิกมาเพิ่มผมกับลูกสาวหล่าก็เลยกลับบ้านล่ะงั้น บ๊ายบาย

กว่าจะมาถึงบ้านก็ล่อไปซะเกือบตีสี่ แล้วก็นู่น-นั่นนี่อีก กว่าจะได้นอนก็ตีห้า … สลบสิครับ กว่าวิญญาณจะเข้าร่างอีกทีก็รอไปบ่ายสอง ตื่นแล้วก็หิว หิวแล้วก็หาข้าวกินสิ อิอิ

จัดไปเบาๆ กับเมนูคุณหนูครับ เพราะไม่รู้จะไปกินอะไร ก็แหงล่ะตื่นซะบ่ายสองมันจะมีอะไรเหลือให้กินอีก นอกจากข้าวอยู่ห้างกับร้านบรรยากาศคุณหนู … อันนี้เป็นเหมือนกันทุกที่ครับ เท่าที่สังเกตมา พวกร้านขายข้าวตอนกลางวัน มักจะของหมดตอนประมาณบ่ายโมงครึ่ง-บ่ายสอง ช่วงเวลาตั้งแต่บ่ายสอง-ห้าโมงเย็นจะเป็นช่วงที่หาข้าวกินยากมาก ยกเว้น กับข้าวอยู่ห้าง เพราะงั้นถ้าบ่ายสองแล้วยังไม่ได้กินข้าวนี่ อดยาวไปจนถึงมือเย็นได้เลยครับ

กลับไปอยู่บ้านทั้งที ไม่มีอะไรทำเลย เอิ๊ก … นอนสลบกันกับลูกสาวหล่าทั้งวัน-ทั้งคืนน่ะ นอนแบบลืมวัน-ลืมคืนจริงๆ นะ ตอนกลางวันพากันสลบ พอตกดึกเอาแล้วนั่งดูหนังกัน ยิ่งดึกก็ยิ่งหิว ออกไปหาข้าวกินอีก ชีวิตวนอยู่แค่นี้แหละ … บางคืนนี่ดูหนังจบไป 2-3 เรื่องน่ะ

พอครบกำหนดท่องเที่ยวก็ได้เวลาขับรถไปรับพ่อ-แม่ครับ รอบนี้พี่เป็นคนขับรถเพราะมันกลับมาบ้านพอดี ไปถึงก็ว่าจะหาข้าวกินกันเลยเพราะมันก็เป็นช่วงหัวค่ำแล้ว แต่ดันไม่รู้จะไปไหนกันดี สุดท้ายเลยได้ขับรถกลับมาหาข้าวกินอยู่แถวบ้านแทน

วันต่อมาผมก็ขับรถกลับครับ ส่วนพี่กับลูกสาวหล่าก็ให้มันไปด้วยกันเพราะมันอยู่ขอนแก่นเหมือนกัน … ศรีสะเกษร้อนมาก แต่บุรีรัมย์ฝนกระหน่ำ … มึนเพราะจะเป็นไข้ มึนเพราะอากาศ หรือมึนเพราะหิวข้าวเนี่ย

ช่วงปลายเดือนต้องเริ่มเตรียมงานแล้วครับ เพราะหมดเวลาสนุกแล้วสิ … ก่อนหน้านี้สลบจนเป็นเมือก คราวนี้ก็ต้องมาปั่นงานชดเชยซะคุ้มเลยทีเดียว

– สิงหาคม –

ปลายเดือนก่อนมีอยู่คืนนึงผมฝันครับ … ผมฝันว่ารถเท่ผมถูกขโมย ผมขับรถไปที่ไหนซักที่นี่แหละ แล้วก็ไปยืนคุยเหมือนถามทางคนแถวนั้น พอหันกลับมารถเท่ๆ ก็หายไป แล้วคนแถวนั้นก็ “บอกเลข” ซึ่งเป็นเบอร์โทร บอกให้ผมโทรไปที่เบอร์นี้นะ … เท่านั้นแหละครับ ฝันว่าได้เลข ผมก็เลยโทรไปเล่าให้แม่ฟัง แต่ … แม่บอกว่าล็อครถ-เช็ครถดีๆ หน่อยล่ะ … เอ่า แม่ไม่ตื่นเต้นได้เลขไปซื้อหวยเลยนิ

ไม่เป็นไร … แม่ไม่สนใจ … งั้นผมไปคุยกับ “อ้วนฉุย” ดีกว่า คุยกันไป-คุยกันมา ผมบอกว่าอยากลองซื้อเลขดู ว่าแต่มันซื้อเลขยังไง “อ้วนฉุย” ก็แนะนำว่าไปร้านขายล็อตเตอรี่สิตะเอง … อ้วนอีกแล้ว

ผมยังถามต่อว่าแล้วเวลาซื้อเลขนี่มันเลือกยังไง คราวนี้ “อ้วนฉุย” ก็ไม่รู้จะตอบยังไงครับ เพราะไม่เคยซื้อหวยด้วยกันทั้งคู่ แต่ยังดั้นด้นพากันไปหาซื้อหวยอยู่ดี แต่ร้านดันเก็บหมดแล้วครับ กลายเป็นว่าหาซื้อหวยไม่ได้ … ผมก็เลยทำใจว่าช่างมันเถอะ

แต่วันต่อมาเอาอีกครับ … ก็คนมันฝันเนาะ แถมไม่เคยซื้อหวยมาก่อน ว่ากันว่าคนไม่เคยเล่นหวยถ้าซื้อครั้งแรกมักจะถูก ผมก็คะยั้นคะยอ “อ้วนฉุย” ไปหาหวยกันอีกเถอะ “อ้วนฉุย” เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวฝากพี่ที่ห้องซื้อ เอาเลขอะไรบ้าง ผมก็จัดไปชุดนึงแล้วก็นั่งรอฟังผลหวยครับ ปรากฏว่า … “โดนหวยแดกเรียบ” … เข้าใจความรู้สึกของคนโดนหวยแดกเลยครับว่ามันเป็นยังไง

… หลังโดนหวยแดกไปก็มาถึงช่วงวันหยุดยาวประจำเดือนสิงหาฯ ครับ … รอบนี้ไม่ได้กลับบ้านอีกแล้ว พ่อ-แม่อยากไปเถลไถลที่ขอนแก่นอีกแล้ว โอเค … ลูกชายจัดให้ ขับรถมารับด้วยแล้วกัน เดี๋ยวขับรถต่อให้เอง

ไปถึงขอนแก่นไม่มีอะไรมากครับ พ่อ-แม่อยากไปหาลูกสาวหล่า บ่ายๆ เย็นๆ ก็เลยพาไปช็อปปิ้งอยู่ห้างฯ อยากได้อะไรก็จ่ายเองเน่อ ลูกชายม่ะมีตังค์ เอิ๊กๆ

ส่วนวันต่อมาพ่อ-แม่ไปธุระกับพี่ (อีกแล้ว) ผมกับลูกสาวหล่าเลยไปหาข้าวกินกันเอง รอบนี้ตั้งใจว่าต้องกิน “กะเพราหมูสับ เกาเหลาน้อย แกงเขียวหวาน” ให้ได้ … ผมรีบพาลูกสาวหล่าไปร้านตั้งแต่ 11.00 น. ปรากฏว่า … แกงเขียวหวานยังไม่มีคร๊า ให้มันได้ยังงี้สิ ! สุดท้ายเลยได้กินแค่กะเพราะหมูสับ-เกาเหลาน้อย

… หลังกลับจากขอนแก่นก็มาทำงานปกติครับ รอบนี้ต้องมาเคร่งเครียดกับบรรดาเด็กน้อยทั้งหลายอีก โอ๊ย … เพลียมากขอบอก

แล้วยิ่งช่วงปลายเดือนดันมีเรื่องผิดแผนเข้ามาอีก คือเปิดรับสมัครเรียนต่อแล้วครับ ตอนแรกผมเข้าใจว่าน่าเปิดรับประมาณเดือนตุลาฯ ก็เลยไม่ได้อะไรมาก กลายเป็นว่าอยู่ดีๆ วันนึงลองเปิดดูข่าวบ้าง ดันใกล้หมดช่วงรับสมัครซะงั้น ต้องรีบทำเอกสารไปสมัครแล้ว เพลียมาก … ไม่มีเวลาเตรียมตัว-เวลาทำใจเลยเนี่ย บทจะมาก็ปุ๊บปั๊บมาก

สุดท้ายก็เตรียมเอกสารทันครับ แล้ว “อ้วนฉุย” ก็พาไปจ่ายตังค์ค่าสมัคร ตอนแรกก็อารมณ์ดีนะ แต่พอไปธนาคารเท่านั้นแหละ พนักงานบริการแย่มาก … คือผมกดบัตรคิวแล้วก็ไปติดต่อบอกว่า “มาจ่ายค่าสมัครเรียนครับ” ซึ่งมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าไม่ใช่พนักงานตอบกลับมาว่า “ลูกค้าต้องไปปริ้นท์ใบจ่ายเงินมาค่ะ” ผมก็เอาแล้ว … ใบจ่ายเงินไหน (วะ) !!? คือความหมายของพนักงานน่ะเข้าใจว่าผมเป็นนักศึกษาแล้วจะมาจ่ายค่าเทอม ซึ่งปกติเขาจะลงทะเบียนกันผ่านเว็บครับ แล้วก็ปริ้นท์ใบแสดงค่าใช้จ่ายไปเสียตังค์ที่ธนาคาร ซึ่งไอ้วิธีนี้เนี่ยผมก็เคยทำตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีแล้ว แต่ผมยังไม่ได้เป็นนักศึกษาไง ผมมาสมัครเรียนต่อ แล้วมันก็ไม่ได้มีใบค่าใช้จ่ายอะไรให้เลย แค่มาจ่ายเป็นค่าสมัครเรียนแล้วเอาหลักฐานไปยื่นว่า … เออ … จ่ายค่าสมัครเรียนแล้วนะตะเอง … แต่พนักงานไม่ยอมครับ บอกว่าต้องปริ้นท์ใบแสดงค่าใช้จ่ายมาถึงจะดำเนินการได้ ผมนี่ปี๊ดมาก จน “อ้วนฉุย” ต้องเข้ามาคุยแทนครับ แล้วผู้หญิงอ้วนก็เออออตาม แล้วลากผมออกมาจากธนาคาร … ผมก็ใส่แหลกเลยคราวนี้บอกว่ามันไม่มี ไม่มี ไม่มี จะให้ไปเอามาจากไหน … สุดท้าย “อ้วนฉุย” เลยบอกว่าเดี่ยวไปจ่ายให้เอง ให้ผมรออยู่ข้างนอก ผมก็เลยรออยู่ข้างนอก จน “อ้วนฉุย” กลับออกมา แล้วก็บอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว ส่วนพนักงานบอกว่า ถ้าเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมาทางเราจะไม่รับผิดชอบนะคะ เพราะบอกคุณลูกค้าแล้ว … ผมนี่โคตรเซ็ง บริการแย่มาก ถ้าเป็นแบบนี้ลาออกไปทำงานอย่างอื่นเถอะครับ อย่ามาทำลูกค้าเสียสุขภาพจิตแบบนี้เลย

– กันยายน –

… เริ่มต้นเดือนด้วยการขับรถมาราธอนเลยครับ รายละเอียดการเดินทางคร่าวๆ คือ บุรีรัมย์-ขอนแก่น-ศรีสะเกษ … บุรีรัมย์-ขอนแก่นประมาณ 200 กิโลเมตร ส่วนขอนแก่น-ศรีสะเกษอีกประมาณ 300 กว่ากิโลเมตร รวมทั้งสิ้นเกือบๆ 600 กิโลเมตร โอ้แม่เจ้า … ออกตั้งแต่ยังไม่ 10.00 น. แต่กว่าจะถึงบ้านก็ล่อไปซะ 18.00 น.

ที่มาไม่ใช่อะไรครับ ลูกสาวหล่าอยากกลับบ้าน แต่พี่ไม่ว่าง ส่วนพ่อจ๋ากำลังจะมีทริปเดินทางท่องเที่ยว (อีกแล้ว) ก็เลยกลายเป็นว่าผู้ชายเท่ขับรถไปรับลูกสาวหล่ากลับบ้านนะเออ … เป็นการขับรถที่ยาวนานและไกลที่สุดเท่าที่เคยขับมาเลยครับ ขับรถซะจนเหมือนวิญญาณจะออกจากร่างอะ เพลียมาก … อย่าลืมขากลับด้วยนะเออ … สลบแป็บ

พอช่วงกลางเดือนพ่อก็แจ้งมาว่าสำนักงานฯ จะจัดงานเกษียณให้นะเออ ระบุวันมาแล้วชัดเจน … คือปีนี้พ่อผมเกษียณอายุราชการครับ แล้วรอบแรกที่แจ้งวันมาก็น่าจะโอเคไม่ติดอะไร แต่คราวนี้กำหนดการเปลี่ยนแปลงดันเลื่อนไปโดนวันที่ผมติดธุระ … เอาอีกแล้ว ช่วงพักหลังมาเนี่ยปัญหาเยอะมากเลยนะ นู่นนั่นนี่ … อะไรไม่พอเป็นปัญหา ก็ยังมีปัญหามาให้ได้ปวดหัวอีก

ปีก่อนงานเกษียณแม่ก็โดนช่วงงานพอดี แต่พอดีว่าสามารถหลบมาได้ มาปีนี้ตอนแรกก็ว่าโล่งละ ดันมาเลื่อนงานชนกันอีก … สุดท้ายผมก็ต้องระเห็จไปหาความช่วยเหลือครับ ให้พี่เขามาปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งก็โอเคว่าสามารถแก้ปัญหาไปได้ด้วยดี เฮ้อ !

ถัดมาอีกอาทิตย์นึงมีงานเข้าอีกครับ เป็นภารกิจลับ ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆ แล้ว รวมถึงผู้ที่มีรายชื่อต้องเข้าร่วมภารกิจด้วย อืม … ถ้าจะลับกันซะขนาดนี้ไม่ทำกันเองซะเลยล่ะ ความลับจะได้ไม่รั่วไหล … กลายเป็นว่าตั้งแต่ต้นเดือนยันปลายเดือนไม่มีวันหยุดเลยครับ ร่างกายเริ่มเพลียมากแล้วนะเออ

พอมาปลายเดือน “อ้วนฉุย” ก็มาป่วยอีกครับ รอบนี้ก็ไปนอนอ้วนอยู่โรงพยาบาลอีกแล้ว ผู้ชายเท่มีหน้าที่ไปเปลี่ยนเวรเฝ้าความอ้วนของ “อ้วนฉุย” ครับ … รอบนี้เฝ้ายาวไม่ได้เพราะผมเองก็ติดงานเหมือนกัน … ปีนี้ผู้หญิงอ้วนก็ป่วยบ่อยครับ เข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเลย

ส่วนเรื่องงานก็โอเคว่าส่งเอกสารไปเรียบร้อยถึงจะติดปัญหานิดหน่อยแต่ก็ไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องเรียนนี่แผนสำรองของผมพลาดแล้ว คือกะว่าจะสมัครเรียนไว้สองที่ เพราะไม่แน่ใจว่าที่ที่สมัครไว้จะเปิดสอนหรือเปล่า ก็เลยเล็งๆ ไว้อีกที่นึง แต่พอเปิดดูรายละเอียดกลายเป็นว่าเป็นอาทิตย์สุดท้ายที่รับสมัครครับ แล้วก็ดันมีวันสอบใกล้กันอีก … โธ่ชีวิต … ทำไมปัญหามันเยอะแบบนี้เนี่ย สรุปแล้วผมก็เลยตัดใจไม่สมัครเลยแล้วกัน รอลุ้นที่ที่สมัครไว้ก่อนหน้าที่เดียวเลย

– ตุลาคม –

… วันหยุดพักผ่อนยังคงหายไปอย่างต่อเนื่องอีกเดือนนึงครับ

ต้นเดือนเริ่มด้วยงานเกษียณพ่อครับ … รอบนี้ขับรถจากบุรีรัมย์-ขุขันธ์ ครับ ผ่านเส้นทางที่ไม่เคยไปมาก่อน ระหว่างทางเจอสวนสนฯ ด้วยครับ วันไปนี่อากาศดีมากมีฝนตกโปรยๆ ผู้ชายเท่เล็งไว้แล้วว่าขากลับจะแวะมาถ่ายรูปครับ … ส่วนงานเกษียณก็ผ่านไปด้วยดีครับ

ขากลับแวะถ่ายรูปเล่นที่สวนสนครับ แต่วันนี้อากาศไม่ดีเท่าวันกลับบ้าน เพราะวันนี้แดดเปรี้ยงมาก แต่ก็ได้ภาพกลับมานิดหน่อยอยู่ อิอิ

ถัดจากอาทิตย์งานวันเกษียณพ่อก็ต่อด้วยการเดินทางไปสอบเรียนต่อครับ … ไม่เคยมาครับ ไม่รู้ด้วยว่ามีที่พักที่ไหนบ้าง แต่สุดท้ายก็เลือกพักที่โรงแรมของทางมหาวิทยาลัย รอบนี้ “อ้วนฉุย” มาเป็นเพื่อนครับ

เริ่มต้นวันด้วยการที่รถน้อยสตาร์ทไม่ติดครับ … เอาเข้าไป … คือรถน้อยเคยมีอาการมาแล้วรอบนึง เนื่องจากผมไปซื้อเครื่องดูดฝุ่นน้อยแบบดูดฝุ่นในรถน่ะมา แล้วก็จัดการดูดฝุ่นซะจนสะอาด แต่ … ผมไม่รู้ว่ามันต้องติดเครื่องรถไว้ด้วย กลายเป็นมาเครื่องดูดฝุ่นน้อยทำพิษล่อซะไฟแบตเตอร์รี่หมด วุ่นวายได้โทรให้ช่างมาดูอาการ ซึ่งรอบนั้นช่างก็จัดการให้เรียบร้อยครับ ผมก็ถามอยู่ว่าแบตฯ ยังโอเคอยู่มั้ย ช่างก็บอกว่าพอได้อยู่ ก็เลยไม่ได้อะไรมาก … แต่พอถึงวันต้องขับรถมาสอบเท่านั้นแหละ สตาร์ทรถไม่ติด สุดท้ายต้องโทรถามช่างมาเปลี่ยนแบตฯ เลยครับ เพราะต้องขับรถทางไกลผมไม่กล้าเสี่ยง

หลังจัดการเรื่องรถเสร็จก็รอ “อ้วนฉุย” เลิกงานครับ แล้วก็ขับรถมาโคราช … กว่าจะมาถึงก็ค่ำละ ก็เลยแวะเข้าที่พักก่อนเลย แล้วก็เซอร์ไพรส์ … เปิดห้องพักเข้าไปเพื่อที่จะพบว่าห้องพักยังไม่ได้เก็บกวาดครับ ผ้าห่มกองอยู่บนเตียงซะงั้น ก็เลยได้ลงไปขอเปลี่ยนห้อง จากนั้นก็ขับรถวนไป-วนหาหาตึกที่จะไปสอบในวันรุ่งขึ้นครับ ขอบอกว่าแผนที่ดูยากมาก ไม่รู้ตึกอยู่ตรงไหน จนสุดท้ายได้แวะไปถามกับ รปภ. ประจำตึก พี่แกก็ใจดีครับ พาไปดูห้องสอบ ในที่สุดก็หาห้องเจอซะที ว่าแล้วก็พา “อ้วนฉุย” ไปช็อปปิ้งที่ตลาดในเมืองครับ ผู้หญิงอ้วนก็เดินไปสิจนประมาณสี่ทุ่มถึงได้กลับที่พัก

เช้าวันต่อมาผมก็ไปสอบคนเดียว ส่วนผู้หญิงอ้วนนอนอ้วนเฝ้าห้องไปก่อน … ผมสอบภาษาอังกฤษช่วงเช้าครับ ส่วนช่วงบ่ายเป็นสอบสัมภาษณ์ พอสอบช่วงเช้าเสร็จก็เลยแวะไปรับผู้หญิงอ้วนมา ผู้หญิงอ้วนก็ไปหาที่นั่งรอด้านล่างตึก หลังสอบเสร็จก็พากันขับรถวนไป-วนมาดูรอบๆ มหาวิทยาลัยครับ แล้วก็เลยไปหาดูหอพักต่อ … แต่หอพักหายากมากถึงมากที่สุด แล้วมีแต่หอราคาแพงมาก รอบนั้นก็เลยยังไม่ได้หอพักครับ

พอกลับจากไปสอบเสร็จก็มาวุ่นวายกับงานเด็กน้อย รวมถึงการหาหอพักครับ ก็ใช้ Google นี่แหละหาหอพัก ก็ได้หอพักที่เล็งๆ ไว้อยู่ 2-3 ที่ มีอยู่หอนึงน่าพักมาก มีสนามหญ้าด้วยนะเออ และที่สำคัญคือมีห้องว่างอยู่ 1 ห้องพอดี แต่หอมีเงื่อนไขการเข้าพักที่ … อืม … เยอะ สุดท้ายก็เลยไม่เอา แล้วก็ต้องมานั่งหาหอพักกันต่อ

สุดท้าย “อ้วนฉุย” ไปเจอหอนึงครับ แล้วลองโทรไปติดต่อ เจ้าของหอก็เลยแนะนำอีกหอนึงให้ เนื่องจากหอที่ “อ้วนฉุย” ติดต่อไปห้องเต็ม … ส่วนหอที่ว่าเนี่ยผมก็หาเจอในเน็ตนะ แต่ตอนแรกผมว่าหอมันเป็นทึบๆ ยังไงไม่รู้ก็เลยไม่ได้สนใจ … แต่สุดท้ายก็มาได้หอที่ว่านี่แหละครับ เพราะตอนนั้นเหลืออยู่ห้องเดียว ผมก็เลยเอาไว้ก่อน

พอได้หอพัก พร้อมจัดการค่ามัดจำเสร็จก็เลยคุยกับ “อ้วนฉุย” ว่าอยากมาดูหอจริงๆ ว่าเป็นยังไง ก็เลยพากันดูหอช่วงปลายเดือนครับ … สภาพหอโอเคกว่าที่คิดไว้อยู่ครับ เงียบสงบดี ไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนหออีกทางฝั่งนึง

… ช่วงปลายเดือนแม่ก็โทรมาบอกว่าข่าวว่า “ย่าเสีย” ครับ … ผมก็เลยได้ลางานกลับไปงานศพย่าครับ … ก่อนหน้านี้ย่าก็ไม่ค่อยสบายครับ พ่อต้องพาไปโรงพยาบาลเรื่อยๆ แต่ช่วงหลังมาก็เห็นว่าอาการดีขึ้นนะ แล้วก็มาทรุดลงจนสุดท้ายย่าก็เสียครับ … เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ผมเบญจเพสปู่ก็เสียครับ แล้วปีนี้โดยเฉพาะช่วงปลายปีนี่ปัญหาเยอะมาก ทำอะไรก็ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ แล้วย่าก็มาเสียอีก … ผมว่า “ความซวยแม่งวนลูปอยู่แน่ๆ” นี่มันเบญจเพสรอบสองเลยนะ !!! … ขอให้ย่าไปสู่สุขคติครับ

– พฤศจิกายน –

… เริ่มต้นเดือนมาก็เข้าใกล้วันเปิดเรียนเข้าไปทุกขณะ เวลากระชั้นมาก “ไม่มีเวลาเตรียมใจ” เลย … ช่วงนี้ก็พยายามเคลียร์งานทั้งหลายออกครับ พร้อมกับเช็คของ-เก็บของสำหรับย้ายไปอยู่ที่ใหม่

และแล้วก็ถึงวันที่ต้องออกเดินทาง … สำหรับเทอมนี้ ม. เปิดเรียนช่วงต้นเดือนครับ แต่วันแรกที่เปิดเรียน ทาง ม. มีกิจกรรมพอดี กลายเป็นว่าวันแรกของเทอมก็หยุดเรียนไปโดยปริยาย … ผู้ชายเท่เลยวางแผนจะเอาผู้หญิงอ้วนไปเฝ้าของ-ยกของเข้าหอใหม่ เลยได้พากันเก็บกระเป๋าเดินทางอีกรอบ นอกจากจะขนสัมภาระมาเก็บไว้ที่หอใหม่แล้ว ก็ไปช็อปปิ้งกันเล็กน้อยครับ เพราะของบางอย่างก็กะว่าจะมาหาซื้อเอาที่นี่มันจะสะดวกกว่าขนของมาจากบุรีรัมย์ แต่แค่นี้รถก็ของเต็มแล้ว นอกจากบรรดาของใช้แล้วผู้ชายเท่ก็ได้เจียดตังค์เก็บที่มีอยู่น้อยนิดถอยรถจักรยาน (อีกแล้ว) ตอนแรกว่าจะซื้อจักรยานจ่ายตลาดทั่วไปครับ แต่ไปดูแล้วมันไม่มีที่ถูกใจ จนไปแวะร้านๆ นึงเป็นร้านขายจักรยานมือสอง แล้วบังเอิญไปถูกชะตากับจักรยานพับคันน้อยจากญี่ปุ่นเข้า ก็เลยได้หอบขึ้นรถเท่มาจอดไว้หอ … จักรยานน้อยคันใหม่เป็นรถมือสองจากญี่ปุ่นครับ น่ารักเว่อร์ มีไฟหน้าด้วยนะ เป็นไฟแบบอัตโนมัติครับ พอแสงไม่พอหรือมืดหน่อยไฟจะติดเอง

หลังเก็บของ-ย้ายหอเรียบร้อยก็พาผู้หญิงอ้วนไปชิมเนื้อย่างเจ้าเก่าแก่ดั้งเดิมของจังหวัดครับ (รายละเอียดจากเน็ตเขาว่ามาแบบนี้) หลังจากลิ้มรสเนื้อย่างแล้วก็พากันไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด แล้วก็ไปเที่ยวตลาดช็อปปิ้งกัน (อีกแล้ว) … ส่วนวันต่อมาก็มีแวะไปซื้อของใช้อีกนิดหน่อยครับ แล้วก็ขับรถไปส่งผู้หญิงอ้วนกลับบ้าน ส่วนผู้ชายเท่ก็หนีไปกบดานต่อจนวันที่มีเรียนถึงขับรถมาโคราช (คนเดียว) อีกรอบ

ตอนแรกก็กะว่าจะอยู่ยาวเลย แล้วค่อยกลับบุรีรัมย์แบบอาทิตย์เว้นอาทิตย์น่าจะกะลังดี แต่พอเอาเข้าจริงกลายเป็นว่าได้กลับเกือบทุกอาทิตย์เลยครับ

เริ่มจากอาทิตย์ที่สองที่เปิดเรียน มีเรียนแค่ช่วงเช้า (วันจันทร์) เพราะตอนบ่าย อ. ติดธุระ และวันนั้นเป็นวันลอยกระทงพอดี และที่สำคัญอีกอย่างนึงคือ แว่นที่ใส่ประจำเป็นรอยครับ จำเป็นต้องตัดเลนส์ใหม่ (ผมมีแว่นสองอัน อันนึงใส่ประจำเพราะแว่นอีกอันนึงขามันไม่ดีครับ เอาไปให้ร้านดู ร้านก็อยากขายอันใหม่นั่นแหละเลยบอกว่าซ่อมไม่ได้ เยี่ยม !) … สุดท้ายผู้ชายเท่ก็เลยได้ขับรถกลับบุรีรัมย์พร้อมภารกิจหลัก 2 อย่างคือ “ตัดแว่น” กับ “ลอยกระทง”

ตอนค่ำผู้ชายเท่แวะไปรับผู้หญิงอ้วนที่บ้านครับ แล้วก็ออกไปร้านแว่นในห้างแห่งหนึ่ง ตอนแรกก็อุตส่าห์ดีใจที่ร้านยังไม่ปิด แต่พอไปถามรายละเอียด พนักงานบอกว่า “วัดสายตาได้ค่ะ แต่ถ้าจะประกอบแว่นต้องส่งไปที่สาขาใหญ่พรุ่งนี้เช้า ส่วนจะได้แว่นเลยมั้ยอยู่ที่ว่าใช้เลนส์แบบไหนค่ะ” … ดีงามมากมาย คือร้านแว่นที่ไปเนี่ยเป็นร้านที่มีสาขาแบบทั่วประเทศน่ะครับ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาประกอบแว่นถึงทำได้แค่สาขาใหญ่สาขาเดียวเนี่ย … สุดท้ายก็เลยยังไม่ตัดแว่น รอพรุ่งนี้เช้าเพื่อที่จะไปสาขาใหญ่เลยจะได้วัดสายตา-ตัดแว่นเลยทีเดียว

หลังผิดหวังกับการตัดแว่นก็พาผู้หญิงอ้วนไปลอยกระทงต่อครับ … ปีนี้ก็ไปลอยกระทงที่เดิมเหมือนทุกปีนั่นแหละ ปีนี้คนเยอะมากมายมหาศาลอีกแล้ว เยอะมากจนแบบว่าลอยเสร็จกลับออกมาไปหาข้าวกินดีกว่า และแล้วก็มาลงที่ร้านเนื้อย่างครับ ฉลองวันลอยกระทง เอิ๊ก

เช้าวันต่อมาผู้ชายเท่ก็ยืมมอร์ไซด์อ้วนของผู้หญิงอ้วนไปร้านแว่นครับ เพราะผู้หญิงอ้วนต้องทำงาน รอบแรกก็ตรงไปที่ร้านสาขาใหญ่เลย พนักงานขอเอาแว่นไปตรวจเช็คก่อน แล้วก็เดินออกมาบอกว่า “แว่นเป็นเลนส์สายตาเอียงค่ะ ทางร้านไม่มีเลนส์สำรองเลย ถ้าจะตัดต้องสั่งของค่ะ ใช้เวลาประมาณอาทิตย์นึง” … เยี่ยมมาก (อีกรอบ) ถ้าต้องถอดแว่นทิ้งไว้ แล้วผมจะใช้ชีวิตยังไงเนี่ย ยิ่งต้องขับรถกลับโคราชด้วย ผมก็เลยขอบคุณแล้วเดินออกมาด้วยความผิดหวัง (อีกครั้ง)

จากนั้นก็เข้าเน็ตเลยครับ หาร้านตัดแว่นที่พอจะมีในเขตตัวเมือง แล้วก็ไปได้ร้านๆ นึงอยู่แถว ม. ตอนแรกพนักงานก็ถอดแว่นไปเช็คเหมือนกัน แต่บังเอิญว่าพอมีเลนส์สำรองอยู่บ้าง ซึ่งสามารถใช้ได้ครับ … ผู้ชายเท่ก็เลยรอดตัวไป ได้วัดสายตา-ตัดแว่นใหม่ รวมแล้วก็ประมาณ 600 กว่าบาท … ถูกกว่าไปตัดร้านประจำที่อุบลฯ อีก

หลังจัดการภารกิจเรียบร้อยผู้ชายเท่ก็กบดานอยู่บุรีรัมย์ต่อแล้วก็รอขับรถกลับไปเรียนที่โคราชครับ …

เสาร์-อาทิตย์นี้ไม่ได้กลับบุรีรัมย์ครับ เพราะพึ่งกลับไปตัดแว่น-ลอยกระทงมา ผู้ชายเท่ก็ต้องใช้เวลาอย่างโดดเดี่ยวตามลำพัง ตกเย็นก็ปั่นจักรยานพับน้อยจากญี่ปุ่นไปตลาดหน้า ม. ซื้อกับข้าวกลับมากิน

… อยู่มาวันนึงตอนเย็นที่ปั่นจักรยานออกไปตลาด ปรากฏว่าขากลับจักรยานยางแตกซะงั้น ต้องปั่นบดจากฝั่งนึงของ ม. ไปอีกฝั่งนึงครับ รวมๆ แล้วก็ประมาณ 5-6 กิโลเมตร ช่วงหลังๆ รู้สึกรถจะไม่ไหวแล้ว สงสารจักรยานน้อยด้วย ก็เลยลงเดินแล้วจูงจักรยานเอาครับ กลายเป็นว่าอาทิตย์นี้หลังจากเรียนเสร็จ (วันพฤหัสฯ) ผู้ชายเท่ก็ต้องกลับมาบุรีรัมย์อีกรอบเพื่อเอาจักรยานน้อยไปให้ร้านประจำดูแลให้ พร้อมกับได้รับข่าวว่า … เดือนนี้เงินเดือนออกนะเออ แถมต้องมานั่งปรับแก้งานที่ส่งไปอีก … โอ๊ย … เพลียมาก มาก มาก !

เพลียจนผมสติแตกน่ะครับ คือปัญหาอะไรนักหนาเนี่ย ทำอะไรก็ติดขัดไปหมด แต่สุดท้ายก็ต้องมานั่งปรับแก้งานแล้วก็เอาไปส่งอีกรอบ ส่วนเงินเดือนไม่ออกนี่ก็ได้แต่ทำใจล่ะครับ ไม่รู้จะให้ทำยังไง พูดแล้วก็เซ็ง … ไม่คิดถึงหัวอกคนอื่นบ้างเนาะ นี่ถ้าผมไม่มีตังค์เก็บนะจะให้อยู่กินยังไง (วะ) ครับ

หลังส่งงาน-รับจักรยานน้อยเรียบร้อย วันอาทิตย์ก็ขับรถกลับโคราชครับ … พอวันจันทร์ที่มีเรียนก็ได้รับโทรศัพท์สายด่วนแต่เช้าว่า … อ. ติดธุระ วันนี้งดเรียนนะเออ … ผู้ชายเท่นี่แบบรู้งี้รอกลับวันพุธเลยดีกว่า ว่าแล้วก็นอนต่อสิครับจะรออะไร … หลังเลิกเรียนวันพฤหัสฯ ผู้ชายเท่ก็กลับบุรีรัมย์อีกรอบครับเพราะวันจันทร์ที่จะถึงเนี่ยตรงกับวันหยุด นั่นแปลว่าผมจะได้หยุดยาวหลายวันมาก ก็เลยว่าจะกลับบ้านด้วย แต่ลูกสาวหล่าไลน์มาบอกว่าให้กลับอาทิตย์ถัดไป เพราะอาทิตย์นี้ลูกสาวหล่าติดสอบ … ผมก็เลยได้เลื่อนกำหนดกลับบ้านออกไปอีกอาทิตย์นึง

… กลับมาที่เรื่องอาหารการกินกับหอพักใหม่นิดนึงครับ

เรื่องของหอพักนี่แบบว่าโดยรวมแล้วโอเคครับ เงียบสงบ แต่ก็มีปัญหาอยู่นิดหน่อย … คือช่วงแรกที่มานี่แบบว่าแมลงเยอะมาก แล้วปัญหาคือมันบินเข้าห้องตามแสงไฟครับ ช่วงแรกนี่แบบเพลียมากไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายพอไปส่องๆ ดูแถวหน้าต่างเลยเห็นว่ามันมีช่องเล็กๆ อยู่ ผมก็เลยเอากระดาษไปอุดมันซะเลย ช่วงหลังมาก็เลยไม่มีแมลงเข้าห้องแล้วครับ

นอกจากนี้ก็มีปัญหาเรื่องน้ำครับ อยู่หอพักผมอยู่ชั้น 3 แล้วน้ำเบามาก ต้องไปซื้อถังน้ำมารองน้ำไว้อาบ แล้วช่วงแรกที่มานี่แบบว่าเครื่องทำน้ำอุ่นมีปัญหาครับ ช่วงแรกติดๆ ดับๆ ต่อมาดับสนิท ก็เลยได้ไปแจ้งให้ลุงเจ้าของหอมาดูแลให้นิดหน่อยถึงกลับมาใช้งานได้อีก ต่อมาไม่นานหลอดไฟสีส้มในห้องก็เสียอีก คือสวิตซ์มันร้อน แล้วไฟมันก็ตัดไปเลยครับ ก็ได้ไปแจ้งให้ลุงแกมาดูแลให้อีกรอบ … สรุปแล้วพึ่งมาอยู่ไม่ทันเดือนนึงทำของเขาพังไปสองอย่างแล้วครับ

ส่วนเรื่องอาหารการกิน แถวหอพอมีร้านข้าวอยู่ร้านนึงครับ ตอนแรกก็พอฝากผี-ฝากไข้ได้อยู่ แต่ช่วงหลังๆ เริ่มรู้สึกเบื่อ ประกอบกับรอบสุดท้ายที่สั่งข้าวผัดหมูมากิน แกทำมาแบบมันมาก กินแล้วมันเลี่ยนน่ะครับ ช่วงหลังๆ ผมก็เลยได้ปั่นจักรยานข้ามฟาก ม. ไปตลาดน้อยหน้า ม. เพื่อหากับข้าวกิน ส่วนใหญ่ก็จะได้กินแต่ข้าวเย็นครับ เพราะตอนเที่ยงหาข้าวกินยากมาก ถ้าไม่กินข้าวร้านข้างหอก็คืออดกินข้าวเลยอะ … ส่วนตลาดน้อยนี่ผมตั้งชื่อเองครับ เพราะตลาดมันน้อยอะ ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะของเยอะนะ แต่พอไปดูจริงๆ ก็ไม่ค่อยมีอะไรขายเท่าไหร่ แต่มันเป็นที่พึ่งแห่งเดียวที่มีอาหารให้เลือกเยอะสุดแล้วครับ ถ้าไม่กินร้านข้าวข้างหอก็ต้องไปตลาดน้อย ไม่งั้นก็ข้าวกล่องเซเว่นครับ

เรื่องอาหารการกินนี่ผมก็บ่นๆ กับ “อ้วนฉุย” อยู่ครับ แล้ว “อ้วนฉุย” ก็ชอบว่าผมน่ะกลับบุรีรัมย์มีแต่กิน กิน กิน ผมก็บอกว่ามันหากินยากจริงๆ เดะ แต่ผู้หญิงอ้วนไม่ค่อยเชื่อครับ … เศร้า

– ธันวาคม –

… อาทิตย์แรกของเดือนก็มีวันหยุดเลยครับ ตอนแรกกะว่าจะกลับบ้าน แต่ลูกสาวหล่าบอกว่าให้กลับอาทิตย์หน้าแทน ผมก็เลยได้ปรับเปลี่ยนกำหนดการใหม่ กลายเป็นว่าจัดทริปเล็กๆ กับผู้หญิงอ้วนดีกว่า

ตอนแรกปีนี้ไม่มีกำหนดการท่องเที่ยวครับ เนื่องจากผมยังไม่ได้เงินเดือน แล้วก็หาวันหยุดค่อนข้างยาก ผู้หญิงอ้วนไม่ค่อยได้หยุดครับ เพราะต้องทำงาน 6 ต่อสัปดาห์ ช่วงหยุดยาวก็ไม่ค่อยได้หยุด แต่ไปหยุดช่วงที่แบบ … ไม่มีอะไรให้หยุดก็หยุดน่ะ … เพราะงั้นทริปนี้เลยเกิดขึ้นแบบเดาๆ มีการวางแผนล่วงหน้าแค่เล็กน้อย เนื่องจากผมเห็นเด็กๆ โพสท์เกี่ยวกับทุ่งดอกทานตะวันก็เลยว่าจะเอาผู้หญิงอ้วนไปเที่ยวพักผ่อนนิดหน่อย นอกจากนี้ ผมก็จะพาผู้หญิงอ้วนไปพิสูจน์เรื่องอาหารการกินที่ตลาดน้อยด้วยครับ พอผู้หญิงอ้วนไปเห็นคราวนี้ก็เลยเข้าใจผมมากขึ้นแล้ว ซาบซึ้ง … ส่วนรายละเอียดเรื่องทริปเดินทางเขียนไว้ในเอนทรี่ “เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: ตามรอย (ทาน) ตะวัน” ที่นี่ ครับ

หลังกลับจากทริปเล็กๆ ผู้ชายเท่ก็กบดานที่บุรีรัมย์ต่อครับ แล้วค่อยกลับโคราชไปเรียน พอเรียนเสร็จ (วันพฤหัสฯ) ก็ขับรถกลับมาบุรีรัมย์อีก แวะนอนที่บุรีรัมย์คืนนึง พอวันศุกร์ก็ค่อยกลับบ้านครับ

วันหยุดยาวรอบที่สองของเดือนไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เพราะ “ของเล่น” กลับบ้านช้า ลูกสาวหล่ากลับบ้านวันเสาร์ แล้ววันอาทิตย์มันก็กลับไปขอนแก่น เพราะพี่ติดงานวันจันทร์ก็เลยต้องกลับเร็ว ตอนแรกลูกสาวหล่าว่าจะให้ผมไปส่งขอนแก่น ผมก็เลยวางแผนว่าจะพามากินชาบูบุรีรัมย์ก่อน วันถัดไปถึงค่อยไปส่งที่ขอนแก่น แล้วผมก็จะตีรถกลับโคราช … แต่สุดท้ายแล้วลูกสาวหล่าต้องกลับไปอ่านหนังสือเตรียมสอบครับ ก็เลยได้กลับขอนแก่นพร้อมพี่เลย

กลับบ้านรอบนี้ผู้ชายเท่สลบทั้งวันครับ สลบแบบแม่ยังบ่นว่าทำไมนอนเก่งขนาดนี้ … ถ้าย้อนกลับไปอ่านข้างบนดูดีๆ จะเห็นว่าผมแทบไม่ได้พักเลยนะ คือเดินทางตลอด แล้วก็อะไรก็ไม่รู้วุ่นวายตลอด โดยเฉพาะช่วง 3-4 เดือนปลายปี … จะไม่ให้ผมสลบทั้งวัน-ทั้งคืนได้ไง ก็คิดเอาว่าปกติถ้านอนกลางวันแล้วตอนกลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับนะครับ แต่ผมนี่นอนกลางวันทั้งวัน ตอนกลางคืนยังหลับได้ตั้งแต่ห้าทุ่มน่ะเอา … เพลียสะสมมาก

หลังกลับมาจากบ้านผมก็มาแวะพักที่บุรีรัมย์ก่อนแล้วค่อยต่อรถไปโคราชครับ ช่วงหลังนี่ขี้เกียจขับรถมาก ก็เล่นขับรถเป็นว่าเล่นอะ เวลาจะกลับบ้านก็เลยกะว่าจะแวะพักบุรีรัมย์ซักคืน แล้วค่อยขับรถกลับดีกว่า ไม่อยากยิงยาวครับเพราะมันเหนื่อย … พอกลับไปเรียนวันพฤหัสฯ เสร็จก็ต้องกลับบุรีรัมย์อีกรอบครับ เพราะต้องมาเคลียร์งาน

กลับมารอบนี้เคลียร์งานเรียบร้อย พอวันศุกร์ “อ้วนฉุย” ก็ให้พาไปถอยโทรศัพท์ใหม่ครับ เพราะผู้หญิงอ้วนได้ sms ลับเป็นส่วนลด 70% สำหรับโทรศัพท์เครื่องใหม่ … อิจฉา ผู้ชายเท่ก็อยากได้ แต่ sms ใช้ได้แค่เครื่องเดียวครับ แล้วพนักงานบอกว่าเขาจะสุ่มหมายเลขครับ มีไม่กี่คนที่ได้ sms ที่ว่าเนี่ย … ขณะที่ผมกะลังอิจฉาความอ้วนของผู้หญิงอ้วนอยู่ กลายเป็นว่าผมเองก็ได้ sms ที่ว่านั่นเหมือนกัน เอาสิ … บทจะได้อยู่ดีๆ ก็ได้ซะงั้น

… อาทิตย์ก่อนปลายเดือนลูกสาวหล่าสอบเสร็จ ผู้ชายเท่เลยต้องไปรับลูกสาวหล่ากลับบ้านเพราะพ่อจ๋าต้องเฝ้าบ้านกับ “นมสด” แล้วก็บังเอิญว่าอาทิตย์นี้ผู้ชายเท่มีความจำเป็น (อีกแล้ว) ที่ต้องกลับไปทำธุระที่บุรีรัมย์พอดี ก็เลยแถมโปรแกรมพาลูกสาวหล่ากลับบ้านด้วยก็ได้ … สำหรับแผนการเดินทางคร่าวๆ ก็คือ วันพุธผู้ชายเท่ต้องขับรถจากโคราช-ขอนแก่น รับลูกสาวหล่ามาอยู่โคราชวันนึง เพราะวันพฤหัสฯ ผู้ชายเท่มีเรียน พอวันพฤหัสฯ เรียนเสร็จก็ขับรถกลับบุรีรัมย์ เช้าวันศุกร์ก็ไปติดต่อธุระ หลังเสร็จธุระก็พาลูกสาวหล่ากลับบ้านที่ศรีสะเกษ แล้วก็ขับรถจากศรีสะเกษ-บุรีรัมย์-โคราช เป็นอันเรียบร้อย … สรุปแล้วผู้ชายเท่ต้องขับรถ 5 วันรวด – วันพุธ (เช้า: โคราช-ขอนแก่น, บ่าย: ขอนแก่น-โคราช) วันพฤหัสฯ (บ่าย: โคราช-บุรีรัมย์) วันศุกร์ (บ่าย: บุรีรัมย์-ศรีสะเกษ) วันเสาร์ (บ่าย: ศรีสะเกษ-บุรีรัมย์) และวันอาทิตย์ (บ่าย: บุรีรัมย์-โคราช)

แต่แผนการก็คือแผนการ เพราะสุดท้ายแล้วแผนการก็ถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อย … คือมาทำธุระที่บุรีรัมย์ตั้งแต่บ่ายวันพฤหัสฯ แล้วบังเอิญว่าต้องกลับบ้านไปให้ผู้ปกครองเซ็นรับทราบรายละเอียด โอเค … อันนี้ต้องกลับบ้านอยู่แล้ว ม่ะมีปัญหา … พอมาวันศุกร์กะว่าจะกินข้าวเสร็จแล้วกลับบ้านเลย กลายเป็นว่ามีสายด่วนเรียกให้ไปตามแก้งาน (อีกแล้ว) … ผู้ชายเท่เพลียมาก ! … แต่ต้องเข้าใจว่าถึงทำงานเรียบร้อยแค่ไหน แต่ถ้ามันไม่ถูกใจท่านผู้มันมีอำนาจทั้งหลาย มันก็จะเป็นแบบนี้แหละ ถ้าแก้ได้มันก็ให้แก้อยู่ยังงั้น … ถึงจะบ่นยังไงสุดท้ายก็ต้องมานั่งแก้อยู่ดี พอแก้งานเสร็จก็เตรียมตัวกลับบ้าน

… อ่อ ตอนพักเที่ยงผู้ชายเท่ต้องไปหาซื้อ “อากรแสตมป์” ด้วยครับ พูดก็พูดเถอะ … เกิดมาไม่เคยไปซื้อเลยครับ ไม่รู้ด้วยว่ามีขายอยู่ที่ไหน แต่เรียกว่า “แสตมป์” มันก็ควรจะเกี่ยวข้องกับ “ไปรษณีย์” ถูกมั้ย ว่าแล้วผู้ชายเท่ก็พาลูกสาวหล่าขับรถไปที่ไปรษณีย์เลยครับ แต่ก่อนเข้าไปรู้สึกเอะใจนิดนึงเลยให้ลูกสาวหล่าหาข้อมูลกันหน้าแตกก่อน ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไร … เพราะลูกสาวหล่าไปเจอกระทู้ในเว็บบอร์ดชื่อดัง (อีกแล้ว) มีบาง คห. บอกว่าที่ไปรษณีย์มีขายครับ แต่ … ข้อเท็จจริงคือ “ไปรษณีย์ไม่ได้ขายอากรแสตมป์” ครับ อันนี้ไปถามมาด้วยตัวเองครับ … หลังจากหน้าแตก พนักงานที่ไปรษณีย์ก็แนะนำร้านขายให้ครับ ร้านที่ว่าเป็นร้านขายพวกอุปกรณ์เครื่องเขียนอยู่ข้างๆ ไปรษณีย์นั่นแหละ … พูดถึงตอนไปซื้อแล้วแอบเซ็ง คือตอนไปซื้อของน่ะมีคนยืนต่อแถวจ่ายตังค์อยู่ 2-3 คนครับ แน่นอนว่าผมก็ต้องไปต่อแถวรอคิวเป็นคนสุดท้าย แล้วเรื่องเสื่อมๆ ก็มาเกิดตรงที่ “มนุษย์ป้า” ซึ่งเป็นลูกค้ากับเจ๊เจ้าของร้านคุยกันครับ คือสองคนนี้น่ะเหมือนจะรู้จักกันอยู่แล้ว เวลาคนรู้จักกันเจอกันก็ต้องคุยกันเป็นเรื่องปกติ โอเค … อันนี้ผมเข้าใจ แต่รอบนี้ที่ไม่ปกติคือ “มนุษย์ป้า” ทั้งสองคุยกันนานมากครับ ประมาณสิบกว่านาทีได้ ผมก็ได้แต่ยืนทำหน้าเสื่อมๆ รอซื้อของอยู่ … คือถ้าผมรู้ว่ามีร้านอื่นขายนะ ผมจะไม่ยืนรอเลยจริงๆ แต่นี่ไม่รู้ไงว่าที่ไหนมันมีขาย … มันน่าเกลียดเกินไปมั้ย ในเมื่อมีคนมายืนรอซื้อของก็แทนที่จะขายของให้ผมแล้วค่อยกลับไปคุยกันต่อ ซึ่งถ้าเจ๊ทั้งสองมีความประสงค์จะคุยกันจนลูกบวชก็ตามสบายเลยครับ … คราวหน้า-คราวหลังช่วยเกรงใจลูกค้าบ้างก็ดีนะ

… กลับมาเรื่องกลับบ้านต่อ … พอผู้ชายเท่-ลูกาวหล่ากลับมาถึงบ้านช่วงเย็นวันศุกร์ ปรากฏว่าที่บ้านเงียบมาก ลูกสาวหล่าเลยโทรหาแม่ และได้คำตอบว่าพ่อ-แม่หนีเที่ยวแล้ว คืนนี้ไม่กลับบ้านด้วย จะกลับถึงบ้านประมาณช่วงสาย-เที่ยงวันเสาร์ … เอิ่ม แล้วผู้ชายเท่จะได้เคลียร์เอกสารตอนไหนเนี่ย … ในเมื่อพ่อ-แม่ดันหนีเที่ยวแล้ว ผู้ชายเท่ก็เลยต้องพาลูกสาวหล่าไปหาข้าวกิน แต่แม่ดันลืมเอาตังค์ไว้ให้อีก ช่วงนี้ผู้ชายเท่แทบจะไม่มีตังค์เหลือแล้วเพราะผู้ชายเท่ไม่ได้เงินเดือนมา 2 เดือนแล้วนะเออ … อ่อ … อาทิตย์นี้พ่อกะให้อยู่เฝ้าบ้านวันอาทิตย์ด้วยครับ แต่ … ผมมีเรียนวันจันทร์เน่อ แล้วผมจะอยู่เฝ้าบ้านได้ยังงาย ต่อให้ขับรถกลับโคราชเลยก็ล่อไปประมาณ 6 ชั่วโมงนะครับ … รอบนี้ผู้ชายเท่คงต้องขอบาย

เดือนนี้เป็นเดือนที่บล็อกของผมมียอดวิวครบ 1,000,000 วิวครับ … เขียนบล็อกมาเกือบสิบปี มีเอนทรี่อยู่ประมาณ 112 เอนทรี่ ที่จริงมีมากกว่านี้นะ แต่ผมลบออก แล้วก็ปรับเนื้อหาบ้าง-อะไรบ้างก็เลยเหลืออยู่ร้อยกว่าเอนทรี่ สำหรับรายละเอียดขอแปะเป็นเอนทรี่นึงเลยครับ … ดีใจบล็อกมีคนมาดูครบล้าน

– บทส่งท้าย –

ปีนี้เป็นปีที่ผมต้องบอกว่า “แ_ง อะไรนักหนา !” “ซวยแบบบรรลัย !” อีกปีเลยครับ ยังกะเบญจเพสรอบสอง คือจะทำอะไรก็ติดขัดไปหมด เรื่องที่ไม่ควรมีปัญหาก็ยังเกิดปัญหาให้ได้หงุดหงิดอีก เหนื่อยและเพลียมาก ! … ผมก็หวังแค่ว่าปีหน้าฟ้าใหม่ขอสิ่งดีๆ เข้ามาชดเชย “ความซวยแบบบรรลัย” ที่ต้องเผชิญในปีนี้หน่อยเถอะ ให้มันสมกับปัญหางี่เง่าที่ผมต้องเจอที … พอเข้าใจนะว่าใครๆ ก็มีปัญหาทั้งนั้นแหละ แต่บางที “ปัญหา” แ_ง ก็มาแบบไม่รู้เวล่ำเวลา แล้วยังมาแบบติดๆ กัน คนเราจะให้อดทนกันได้ขนาดไหนเนี่ย ไม่รู้ว่าชีวิตต้องการสอนอะไรอยู่รึเปล่า แต่ปีนี้ขอบอกเลยว่า …

เพลียอย่างสาหัส !

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s