Aghori: วิถีแห่งความรู้แจ้งสุดแปลก

“อโฆรี” (Aghori) เป็นนิกายหนึ่งในไศวนิกาย เชื่อกันว่าแยกมาจากนิกายตันตระ กปาลิกะ (เกิดขึ้นเมื่อราว ค.ศ. 1000) เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 นับถือพระศิวะในรูปแบบของ “ไภรวะ” เป็นหลัก โดยเชื่อว่า “ไภรวะ” เป็นสิ่งที่ทำให้เข้าถึงโมกษะและหลุดพ้นจากสังสารวัฏ มีพื้นฐานความเชื่อที่สำคัญ 2 ประการคือ “พระศิวะ” เป็นสิ่งที่สมบูรณ์ในตนเองและเป็นผู้ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่ง นิกายนี้ไม่เชื่อแนวคิดทวิภาวะ

การฝึกตนเองของ “อโฆรี” เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏจะใช้ศพมนุษย์เป็นแท่นบูชาในการประกอบพิธีกรรม เข้าทรง “นางตารา” (พระแม่กาลี) และทำให้ร่างทรงมีพลังเหนือธรรมชาติ เทพและเทพีอื่นๆ ที่ “อโฆรี” นิยมนับถือ ได้แก่ “พระศิวะ” “มหากาล” “วีรภัทร” “อวธูติ” “ธูมาวดี” “พคลามุขี” และ “ไภรวี” เป็นต้น รวมถึงการนับถือ “พระทัตตเตรยะ” (ภาครวมกันระหว่าง “พระพรหม” “พระวิษณุ” และ “พระศิวะ”)

สัญลักษณ์ที่ “อโฆรี” นำมาตีความคือ “ตรีศูล” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ส่วนประกอบ 3 ประการ ที่ “พระศิวะ” (ศักติ) ใช้สร้างสรรค์จักรวาล คือ “อิจฉาศักติ” (พลังแห่งความต้องการ) “ชญาณศักติ ” (พลังแห่งความรู้) และ “กริยาศักติ” (พลังแห่งการกระทำ) ส่วนด้ามไม้เท้าเป็นสัญลักษณ์แทนกระดูกสันหลังมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการฝึกสมาธิจนทำให้เข้าถึงความรู้แจ้ง

“อโฆรี” เป็นพวกที่มีวัตรปฏิบัติสุดโต่งและแปลกแยกจากจารีตในสังคมอินเดีย รวมถึงพิธีกรรมต่างๆ อันไม่เป็นที่ยอมรับตามหลักศาสนาฮินดู โดยพวกเขาเชื่อว่าร่างของผู้ที่หมดลมไปแล้วนำมาซึ่งพลัง “อโฆรี” เห็นว่าศพก็เป็นสิ่งที่มาจากพระเป็นเจ้า พวกเขาเชื่อว่าเจ้าแม่กาลีพึงพอใจกับการกินเนื้อมนุษย์ ทำให้ “อโฆรี” กินศพของมนุษย์ ทั้งที่ไหลมาตามแม่น้ำคงคาและแน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้สึกละอายต่อการกินศพ ทำให้พวกเขากินศพดิบๆ ถึงที่ฌาปณกิจได้อย่างเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน พวกเขาดื่มเหล้าและใช้สารเสพย์ติดประเภทฝิ่นและยาหลอนประสาท รวมทั้งดื่มกินปัสสาวะและอุจจาระ พวกเขาใช้กะโหลกคนเป็นบาตรสำหรับรับอาหารและน้ำจากแม่น้ำคงคา เก็บกระดูกคนตายที่เหลือจากการเผาเอาไว้ ใช้เถ้ากระดูกคนตายมาทาเนื้อตัวและนุ่งห่มผ้าห่อศพ แทนที่จะสวดอวยพรพวกเขาเลือกที่จะสาปแช่งผู้คนที่ดูหมิ่นพวกเขาและจะขว้างอุจจาระเพื่อเป็นการตอบโต้ แม้ “อโฆรี” จะอยู่เป็นโสดเช่นเดียวกับนักบวชนิกายอื่นๆ แต่พวกเขาจะเสพสังวาสกับศพมนุษย์

เหล่าสาวกใน “นิกายอโฆรี” อาศัยอยู่ในสุสานแถบอินเดีย เนปาลและมีประปรายแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีศูนย์กลางของนิกายอยู่ที่รวินทรบุรี เมืองพาราณสี สาวกเหล่านี้ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมมากนักและยังเป็นที่หวาดกลัวแก่ชาวบ้านทั่วไป ทั้งยังถูกเหยียดให้เป็นกลุ่มผู้คนที่ต่ำต้อยที่สุดซึ่งไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพราะเหตุใด ถ้าไม่ใช่พฤติกรรมความเชื่อที่วนเวียนอยู่กับคนตายและศพ

แต่ถึงจะถูกมองจากโลกภายนอกและคนทั่วไปว่าชาวอโฆรีนั้นป่าเถื่อนล้าหลังเลวร้ายอย่างไร แต่ “อโฆรี” ก็ยังมีมุมที่ดีที่น่านับถือไม่น้อย เมื่อพวกเขาได้ช่วยสร้างศูนย์พักพิงและรักษาผู้เป็นโรคเรื้อน โรคซึ่งเป็นที่รังเกียจแก่คนอื่นๆ ในสังคม จนถึงตอนนี้ศูนย์แห่งนี้ได้ช่วยรักษาเป็นที่พึ่งพาให้แก่ผู้ป่วยโรคเรื้อนมามากกว่า 100,000 คนแล้ว

แม้จะมีวิถีความเชื่อและแนวทางการปฏิบัติตนที่พิลึกพิลั่นเพียงนี้ “นิกายอโฆรี” ก็สามารถดึงดูดผู้คนที่มีใจนับถือศรัทธาในหนทางที่สุดโต่งนี้ได้ไม่น้อยและดูจะมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

เอกสารอ้างอิง :

01. http://petmaya.com/aghori
02. http://www.modernpublishing.co.th/อโฆรี
03. http://hilight.kapook.com/view/99142
04. http://dbuster.com/myth/10-facts-grisly-mystic-aghori-sadhus-india/
05. http://fractalenlightenment.com/13606/culture/an-aghoris-path-to-enlightenment
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s