Scrubb: art bar

… มันคงจะดีที่เราก็ยังได้เจอ แลกเปลี่ยนผ่านความห่วงใย ส่วนใจตัวเองก็ยังไม่เคยเข้าใจ เริ่มอะไรไม่เป็น

“กลัว” เวอร์ชั่นอัลบั้ม “ชุดเล็ก” เป็นเพลงที่ผมฟังแล้วรู้สึกอุ่นแบบเหงาๆ เพลงนี้เป็นเพลงหนึ่งที่ผมชอบมาก เข้าขั้นมากที่สุด และเป็นเพลงที่ผมเปิดฟังบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นเวลาหาเพลงไว้ฟังตอนขับรถ หรือตอนไหนก็ตาม ผมมักจะติดเพลงนี้ไปด้วยเสมอ

“Scrubb” เป็นวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะนะ เป็นดนตรีสไตล์ “Scrubb” พูดตามตรงผมแยกแยะเพลงส่วนใหญ่ของ “Scrubb” ไม่ได้ คือแบบฟังแล้วมันคล้ายๆ กันน่ะ อย่างเวลาเห็นชื่อเพลงบางเพลงนี่นึกไม่ออกจริงๆ ว่ามันร้องยังไง ต้องใช้วิธีเลื่อนไปฟังซักแป็บก่อนถึงจะนึกออก แต่อาจจะเพราะมันเป็นสไตล์เฉพาะนี่แหละ ผมถึงฟังเพลงของ “Scrubb” ได้เรื่อยๆ

เพลงแรกของ “Scrubb” ที่ผมมีโอกาสได้ฟังคือเพลง “ทุกอย่าง” – “… จะทำทุกๆ อย่าง จะทำทุกๆ ทาง มันทำให้ฉันนั้นรู้ดีว่าจะเป็นเช่นไร …” ได้ยินครั้งแรกเพราะมีคนตั้งเป็นเสียงรอสาย เวลาที่เราโทรไปหาคนอื่นน่ะครับ สมัยนั้นบางคนจะเลือกเพลงไว้ให้ฟังรอ แทนเสียง ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด … (ฮา) พอได้ฟังแล้วก็จำเนื้อมันไปหาชื่อเพลงในอินเตอร์เน็ต นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมได้รู้จักกับ “Scrubb”

พอฟังเพลงอื่นๆ ในอัลบั้ม “SSSSS..!” ก็แบบว่า เออ … เพลงแนวดี จะว่าเพราะก็ไม่เชิง แต่มันฟังได้บ่อยๆ นอกจากเพลง “ทุกอย่าง” แล้วก็ยังมีอีกหลายเพลงในอัลบั้มนะที่ผมชอบ อย่างเพลง “Art Bar” เนี่ย อารมณ์แบบวันศุกร์แห่งชาติมาก เป็นเพลงที่ฟังแล้วนึกถึงคืนวันศุกร์จริงๆ หรืออย่างเพลง “ชูบีดูบีดั๊บ” นี่ฟังครั้งแรกแล้วติดหูมาก แล้วช่วงนั้นกระแสเพลงอินดี้แบบมาแรงมาก หันไปทางไหนก็อินดี้ อินดี้ อินดี้ทั่วบ้านทั่วเมือง โดยเฉพาะแถวร้านเหล้า-ร้านนมนี่ถือเป็นแหล่งเผยแพร่เพลงอินดี้ขนานแท้เลย … ส่วนตัวผมไม่เที่ยวกลางคืนนะครับ เหล้าก็ไม่ค่อยกินเพราะคออ่อนมาก แต่ที่ได้ยินนี่ส่วนใหญ่จะเป็นตอนขี่รถผ่าน

แต่บางเพลงนี่ก็ไม่รู้นะว่าเพลงของ “Scrubb” เพราะอย่างที่บอกว่าตอนนั้นกระแสอินดี้มาแรงมาก แล้ววงดนตรีที่ออกเพลงแบบดังเพลงเดียวนี่เยอะมาก เคยมีครั้งนึงได้ยินเพลง “ใกล้” ของ “Scrubb” ผมก็หันไปถามเพื่อนว่า “เพลงใครวะ” เพื่อนมันเลยหันมาบ่นว่า “มึงนี่ฟังเพลงอินดี้ภาษาเ_ี้ยไร ไม่รู้จักเพลง “ใกล้” ผมก็ได้แต่ยิ้มรับคำชื่นชมจากเพื่อน หลังจากนั้นผมก็เลยตามงานของ “Scrubb” มาเรื่อยๆ

วง “Scrubb” เริ่มจากชายหนุ่มสองคนจากรั้วศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว) โคจรมากันจนเข้ากันได้ดี “บอล – ต่อพงศ์ จันทบุบผา” เป็นคนนครปฐม ผูกพันกับดนตรีและรั้วศิลปากรตั้งแต่เด็ก เพราะบ้านอยู่ใกล้ศิลปากร และ “เมื่อย – ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ” เป็นคนกรุงเทพ ใฝ่ฝันอยากเล่นดนตรี แต่พ่อห้าม ด้วยความดันทุรัง ทำให้พ่อยอมรับสิ่งที่ “เมื่อย” รักได้ สมัย “เมื่อย” อยู่ปี 1 ตั้งใจตามความฝันโดยการเข้าชมรมดนตรีสากลและได้เจอ “บอล” ซึ่งตอนนั้นอยู่ปี 4 และเป็นประธานชมรม

“เมื่อย” ได้แนะนำตัวเองว่าแต่งเพลงและกีต้าร์เป็น แล้ว “บอล” ให้ “เมื่อย” เล่นกีต้าร์ แต่ “เมื่อย” เล่นได้แค่เพลงเดียว เหตุผลเพราะเพิ่งหัดเล่นได้ไม่กี่คอร์ดและเล่นเพลงคนอื่นยาก “เมื่อย” จึงเล่นเพลงของตนเอง ด้วยตำตอบและท่าทางกวนปนเพี้ยน บวกกับตัวเพลงที่ไม่ขี้เหร่  “บอล” จึงชวน “เมื่อย” เล่นดนตรีด้วยกัน นับเป็นการโคจรที่เข้ากันได้ดี แม้ว่าทั้งคู่จะอายุต่างกัน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับเส้นทางสายดนตรี

หลังจาก “บอล” เรียนจบได้กลับมาช่วย “เมื่อย” ในเส้นทางดนตรีตลอด พอ “เมื่อย” เรียนจบก็ได้หาประสบการณ์ทางดนตรีเสมอมา มีช่วงหนึ่ง “บอล” เคยตั้งวงแล้วจะกำลังออกอัลบั้ม แต่เพื่อนร่วมวงตัดสินใจเปลี่ยนเลน ทำให้ต้องหาสมาชิกใหม่มาขับเคลื่อนความฝันต่อ “บอล” ชวน “เมื่อย” มาร่วมวงในนาม “Eye” ทั้งคู่ได้เจอโปรดิวเซอร์ “ฟั่น – โกมล บุญเพียรผล” จิ๊กซอว์ชิ้นที่ 3 แล้วออกอัลบั้มโปรเจค “Intro 2000” สังกัด “จีนีเรคคอร์ด” เครือแกรมมี่ ในปี พ.ศ. 2542 เพลงที่กล่าวขานอย่างเพลง “วันนี้ดีจัง” โดย “บอล” เป็นคนร้องนำ แล้วเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในอัลบั้ม ซึ่งอัลบั้มโปรเจคนั้นมี “พลพล พลกองเส็ง” “Saturday Seiko” “Paradox” และ “Venus” ออกอัลบั้มร่วมด้วย ที่กล่าวมาล้วนออกอัลบั้มแล้ว ยกเว้นวง “Eye” เพราะเดโม่ที่ทำแล้วนำไปเสนอทางค่ายไม่ผ่าน

ปี พ.ศ. 2543 ทั้งคู่ตัดสินใจเดินเส้นทางที่ตัวเองชอบโดยการออกอัลบั้มใต้ดินร่วมกับวง “ซาวนด์อเบาท์” ในนาม “Scrubb & Soundabout” – ที่มาของชื่อ “Scrubb” ได้มาจาก “ครีมกวนอิมสครับ” “เมื่อย” ตั้งใจจะใช้ชื่อ “Scrub” พอลงทะเบียนอัพโหลดเพลงเพื่อเผยแพร่ใน http://www.mp3.com แล้วชื่อซ้ำ ต้องเติม “b” เพิ่ม ทำให้ชื่อมีเอกลักษณ์ขึ้นมา ส่วนอัลบั้มเป็นเทปแยกหน้าเอ-หน้าบี หน้าเอจะเป็นของ “Scrubb” ส่วนหน้าบีเป็นของ “ซาวนด์อเบาท์” แล้วเผยแพร่เพลงทางเว็บไซต์ต่างๆ และฝากขายอัลบั้มให้กับร้านเทปชั้นนำอย่างเช่น “โดเรมี” (สยาม) “เจยู” (พันธ์ทิพย์) “อร่อยหู” (สำโรง) “ต้นกล้วย” (กล้วยน้ำไท) “ดีเจสยาม” (สยาม) “น้อง” (ท่าพระจันทร์) และ “เพลงแพร” (มาบุญครอง) จำนวน 500 ม้วน ที่เด็ดสุดคือประโยคของ “ป้าจู” ที่ “เจยู” คือ “เอามา 5 ม้วนก่อนแล้วกัน” ด้วยทั้งคู่หวังอยากให้คนได้ฟังเพลงของ “Scrubb” ทั้งคู่จึงตัดสินใจเอาผลงานไปเผยแพร่ให้กับ “VFM” (ปัจจุบันเป็น “Fat Radio”) แล้วปล่อยเพลง “ชูบีดูบีดั๊บ” จนติดอันดับสูงสุดถึงที่ 12 ในชาร์ต

หลังจากออกอัลบั้มใต้ดินเสร็จ ทั้งคู่แยกย้ายไปทำงานที่อื่น เมื่อตลาดเพลงอินดี้กลับมาบูมอีกครั้ง หลังจากวง “โมเดิร์นด็อก” สร้างกระแสเพลงอินดี้มาแล้ว

ปี พ.ศ. 2545 นิตยสาร “a day” ซึ่งเป็นนิตยสารขวัญใจวัยรุ่นที่ชอบเปิดรับสิ่งใหม่ๆ มีโปรเจคอัลบั้มในนาม “a day Record” ทั้งคู่ส่งเดโม่เพลง “โรงเรียน (โรงเลียน)” และได้ออกอัลบั้มในโปรเจคนั้นด้วย ทำให้ทั้งคู่รู้สึกสนุกขึ้นมา มีอยู่มาวันหนึ่ง “เมื่อย” ได้ไปดู “FAT Festival” ครั้งแรกแล้วรู้สึกประทับใจมากและกลายเป็นแรงผลักดันให้วง “Scrubb” ไปแสดง “FAT Festival ครั้ง 2” ซึ่งแฟนเพลงให้ความสนใจมาก หลังจากลงเวที “ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม” แห่ง “FAT Radio” มาบอกทั้งคู่ว่า “มีน้องๆ มาถามหา CD “Scrubb” เพียบ” ทำให้ต้องกลับมาปั๊ม CD เพลงใต้ดิน โดยเพิ่มเพลง “ทุกอย่าง” (Original Version) ไปขายที่งาน “Live in  a day” ขายบ้าง-แจกบ้าง แลกกับใครต่อใครบ้าง จนกระทั่งค่าย “Black Sheep” ค่ายน้องใหม่ของ “Sony Music BEC Tero” สนใจงานของ “Scrubb” แล้วต้องการวงดนตรีที่ทำเพลงเอง ครั้งนั้นทำให้ “เมื่อย” เปลี่ยนใจมาเดินเส้นทางดนตรี หลังจากความตั้งใจเดิมจะไปทำงานที่ภูเก็ต แล้วชวน “ฟั่น” โปรดิวเซอร์คู่ใจมาเป็นโปรดิวเซอร์ของ “Scrubb” โดยไม่ต้องห่วงว่าจะส่งเดโม่กี่ครั้งถึงจะออกอัลบั้ม แล้วออกซิงเกิ้ลแรก “ทุกอย่าง” ในอัลบั้ม “Black Sheep Project” จนติดชาร์ตอันดับ 1 ของ “FAT Radio” สองสัปดาห์ซ้อน

กว่า 10 ปีกับเส้นทางสายดนตรีของ “Scrubb” ไม่ใช่เพียงแค่ออกอัลบั้มอย่างเดียว ยังร่วมเล่นคอนเสิร์ตงานเทศกาลต่างๆ เล่นคอนเสิร์ตตามผับ-ตามบาร์ “Scrubb” เป็นวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์ทางดนตรีเป็นของตนเอง ทำให้มีแฟนเพลงเหนี่ยวแน่นและครองใจเด็กแนวจนถึงทุกวันนี้ และเป็นแรงบันดาลใจให้วงดนตรีรุ่นหลังด้วย

 

 

 

Scrubb & Sound About (2543)

SSSSS..! (2546)

Club (2548)

Mood (2550)

ชุดเล็ก (2551)

KID (2553)

Clean (2556)

 

พ.ศ. 2546 “Scrubb” ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 1 “SSSSS..!” มีเพลงฮิตอย่างเพลง “เธอ” “ทุกอย่าง” “กลัว” “Art Bar” “เก็บมันเอาไว้” แล้วเอาเพลง “โรงเรียน (โรงเลียน)” และ “ชูบีดูบีดั๊บ” ซึ่งเป็นเพลงตอนทำเพลงใต้ดินรวมอยู่ในอัลบั้มด้วย แล้วเป็นอัลบั้มที่เปลี่ยนปกบ่อยที่สุด อัลบั้มชุดแรกประสบความสำเร็จมาก สร้างกระแสเพลงอินดี้รอบใหม่ จนได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม “FAT Awards# 2” และรางวัล “อินดี้ยอดเยี่ยม Humburger Awards 2003”

ที่มาของเพลง “Art Bar” ไม่ได้เกิดจากชื่อผับ แต่เป็นบ้านเช่าของรุ่นน้องศิลปากรที่เพิ่งรู้จักกันวันเดียวก็ถูกคอ แล้วชวนกันเล่นร้องเพลงถึงเช้า และเพลง “กลัว” เป็นเพลงเดียวที่ “บอล”   ร้องในนาม “Scrubb”

พ.ศ. 2548 “Scrubb” ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 2 “Club” มีเพลงฮิตอย่างเพลง “เวลา” “ใกล้” “คู่กัน” “See Scape” และมีเพลงพิเศษ “รักกันหนอ” เป็นเพลงเก่าของ “The Impossible” ใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ “ก็เคยสัญญา”

เพลง “ใกล้” เป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดของอัลบั้มและครองใจแฟนเพลงตลอดจนถึงบัดนี้ แล้วมักจะเปิดเพลงนี้ตามผับ ที่มาของเพลง “ใกล้” มาจากการไปดูห้องอัดของ “โมโนโทน” แล้วได้ยินจังหวะโดนๆ เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมาในลักษณะอารมณ์เดียวกับเพลง “ทุกอย่าง” ที่เป็นอารมณ์เจ้าชู้เงียบๆ เห็นคนหนึ่งและอยากรู้จักในเพียงชั่ววูบ

ส่วนเพลง “See Scape” ได้มาจากชื่อร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ แล้ว “เมื่อย” เขียนเพลงตอนนั่งรถไฟกลับกรุงเทพ

พ.ศ. 2549 “Scrubb” ได้ออกซิงเกิ้ล “กอดหมอน” โดยการเอาเพลงเก่าของ “โจ้ – วง Pause” มาคัฟเวอร์ ในอัลบั้ม “Dedicated To Pause”
พ.ศ. 2550 “Scrubb” ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 3 (E.P.) “Mood” มีเพลงฮิตอย่างเพลง “เข้ากันได้ดี” “ย้อนเวลา” “เก็บไว้กับเธอ” ซึ่งอัลบั้มชุดนี้มี 5 เพลง เพราะหวั่นเกรงว่าคนจะให้ความสำคัญกับซีดีน้อยลงและดาวน์โหลดเพลง MP3

ส่วนเพลง “Inchan Tree” (ต้นอินจัน) ได้มาจากชื่อรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ อยู่จังหวัดกาญจนบุรี  นอกจากนี้ ยังได้ออกซิงเกิ้ล “ยังอยากรู้” ร้องโดย “บอล” และ “เอิ้น พิยะดา” และ “นอกหน้าต่าง” ร้องโดย “เมื่อย” และ “Funky Wah Wah” เป็นเพลงแรกของ “Scrubb” ที่ร้องเพลงแนวอิเล็กโทนิกส์ ในอัลบั้ม “โปรเจคแฟตโคตร 2” และอัลบั้มรวมฮิต “Scrubb Box Set” ซึ่งประกอบด้วยเพลงจากอัลบั้ม “SSSSS..!” “Club” เพลงพิเศษและมิวสิควีดีโอ

พ.ศ. 2551 “Scrubb” ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 4 “ชุดเล็ก” เป็นอัลบั้มพิเศษที่เอาเพลงดังจากวงเฉลียง “เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ” มาคัฟเวอร์ใหม่ แล้วประสบความสำเร็จ รวมทั้งมีเพลงใหม่ 2 เพลงอย่าง “เพลงของเรา” และ “ให้เธอ” และเอาเพลงดังของ “Scrubb” มาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์ชิลล์ๆ

อัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งจนได้รับรางวัลศิลปินคู่แห่งปี “Seed Awards 2008” นอกจากนี้ ทางวงยังได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊คชีวประวัติวงชื่อ “Scrubb Book” เปิดตัวครั้งแรกกระแสตอบรับดีมาก จนตีพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 2  และได้ออกซิงเกิ้ล “ทุกอย่าง” ร้องร่วมกับวง “Teddy Ska Band” ในอัลบั้ม “โปรเจคแฟตโคตร 3”

พ.ศ. 2552 “Scrubb” ได้ออกซิงเกิ้ล “สุหครับ” ร่วมกับ “สุหฤทธิ์ สยามวาลา” เจ้าพ่อเพลงอิเล็กโทนิกส์แห่งเมืองไทย จากอัลบั้ม “เก” และ “Scrubb Your Voice” เป็นอัลบั้มรวมฮิตของ  “Scrubb” ในรูปแบบคาราโอเกะ
พ.ศ. 2553 “Scrubb” ได้ออกอัลบั้มชุดที่ 5 “Kid” มีเพลงฮิตอย่างเพลง “คำตอบ” “คนนี้” “รอยต่อ” “คิด” และ “พร้อม” ซึ่งได้ปล่อยมิวสิควีดีโอไปเรียบร้อยแล้ว  ล่าสุดได้รางวัล “นักร้องดูโอ” หรือ “กลุ่มยอดเยี่ยม” และ “อัลบั้มยอดเยี่ยม” จากงานประกาศรางวัล “FAT Radio 2010” นอกจากนี้ ได้ออกซิงเกิ้ลพิเศษ “สุดสัปดาห์” ให้กับ “เดอะมอลล์” และ “รักที่ผ่านพ้นไป” เพลงเก่าของ “Groove Riders” มาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์บอสซ่า ในอัลบั้ม “Bossa in Love”
พ.ศ. 2554 “Scrubb” มีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรก “Scrubb Sing” จัดแสดง 3 ที่ คือ กรุงเทพ (ธันเดอร์โดม) เชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) และ ขอนแก่น (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) แล้วมีอัลบั้มพิเศษ “Scrubb Sing” เป็นอัลบั้มรวมฮิตที่มีขายในคอนเสิร์ตนั้นด้วย รวมทั้ง “DVD Scrubb Sing” ตามที่แฟนเพลงเรียกร้องและจะมีคอนเสิร์ต “Brother The CMYK Concert Project #1” มีวง “Singular” ร่วมแจมด้วย ในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554 (จากเดิมวันที่ 13 พฤศจิกายน แต่เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพ ทำให้คอนเสิร์ตต้องเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด) ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม CDC (Crystal Design Center)
สำหรับอัลบั้มล่าสุด พวกเขาเริ่มทำเพลงสะสมกันมาตอนคอนเสิร์ต “Scrubb Nude” ช่วงตุลาคมปี พ.ศ. 2555 แล้ว “บอล” กับ “เมื่อย” ค่อยๆ ชักชวนเพื่อนใหม่และเพื่อนเก่ามาร่วมทำงานด้วยกัน ทำให้ได้สีสันใหม่ๆ หลายอย่าง อาทิเช่น การได้ “น้องเพลง-ต้องตา จิตดี” แห่งวง “Plastic Plastic” มาร้องประสานและเล่นดนตรีในหลายเพลง หรือการได้ “ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร” มาช่วยวาดภาพปก เป็นต้น

รวมเวลาที่ “สครับบ” บันทึกเสียงในห้องอัดและทำงานชุดนี้อยู่นานถึง 9 เดือน “เมื่อย” และ “บอล” ตั้งชื่อชุดง่ายๆ ว่า “Clean” เป็นคำที่ทั้ง “สะอาด” แต่ “ผ่อนคลาย” และยังดู “สบายๆ อีกด้วย คำๆ นี้เป็นตัวแทนของบทเพลงทั้งหมดในอัลบั้ม ซึ่งไล่เรียงตั้งแต่ต้นจนจบตามลำดับ

 

• ทั้งคู่เรียนอยู่คณะศึกษาศาสตร์ เอกเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว) แม้จะเรียนอยู่คณะเดียวกัน แต่เรียนคนละชั้นปี ตอน “เมื่อย” ขึ้นปี 1 “บอล” เรียนอยู่ปี 4 ซึ่งเป็นปีสุดท้าย
• ที่มาของชื่อ “เมื่อย” มาจากสมัย ม.ปลาย ตอนเล่นฟุตบอล มีเพื่อนคนหนึ่งตะโกนว่า “ไอ้เมื่อย เมื่อไหร่มึงจะเตะสักที” แล้ว “เมื่อย” ต่อยเพื่อนอย่างขาดสติ แต่เพื่อนไม่เอาคืน ตั้งแต่นั้นมาไม่มีปัญหาตอนเรียกว่า “เมื่อย” อีก เพราะเขาไม่มีชื่อเล่น และเป็นคนขี้อาย ก่อนหน้านั้นตอนสมัยเป็นเด็กก็ใช้ฉายาในสมัยเด็กมาเป็นชื่อเล่น
• ชื่อและนามสกุลจริงของ “เมื่อย” คือ “วิรัช เอื้อบุญสิริ” และยังใช้ชื่อนี้ในเทปใต้ดิน หลังจากนั้นเปลี่ยนเพราะแม่ดูหมอแล้วแนะนำให้เปลี่ยนกันทั้งบ้าน
• สมัยเรียนของ “บอล” ตั้งแต่อนุบาลถึงอุดมศึกษาเรียนอยู่แถวๆ ศิลปากร (ทับแก้ว) เพราะอยู่ใกล้ๆ บ้าน
• งานอดิเรกและทำเป็นประจำบางครั้งของ “เมื่อย” คือ วาดรูป ขายเสือยืด ยี่ห้อ “สบายแฮ” พบปะซื้อหาได้ตามงาน “T-Shirt Festival” และทางอินเตอร์เน็ต http://www.sbyhair.com
• “เมื่อย” เคยเป็นแขกรับเชิญในภาพยนตร์เรื่อง “บุปผาราตรี ภาค 2”
• “บอล” เคยไว้ผมยาว เพราะเลียนแบบมือกลองวง “Nirvana” เขียนขอบตาดำ ใส่เสื้อยืดเขียนว่า “Dave” แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่กล้าเลียนแบบคือย้อมผมขาว แต่ค่อยๆ ตัดผมสั้นลงเรื่อยๆ ตอนสมัยอยู่วง “Eye”
• “บอล” เป็นหนุ่มคลีโอ ปี พ.ศ. 2547 รุ่นคราวเดียวกับ “บอย พีซเมกเกอร์” “ปอ ทฤษฎี” และ “จอนนี่ อันวา”
• ทั้งคู่เคยตัดทรงสกินเฮดในช่วงอัลบั้มแรก แล้วเริ่มผมยาวในช่วงอัลบั้มล่าสุด
• “เมื่อย” เคยเจาะหูด้านซ้าย แต่ช่วงหลังๆ “เมื่อย” ไม่ค่อยเจาะหู มีแต่ “บอล” ที่เจาะหูทั้งสองข้าง
• ทั้งคู่ใส่แว่น แต่ไม่ใช่ทำเพื่อเป็นเอกลักษณ์ แต่มีปัญหาเรื่องสายตาจริงๆ “บอล” สายตาเอียง “เมื่อย” สายตายาว
• สมัย “เมื่อย” อยู่ ม.3 ชอบฟังเพลงของวง “บอยสเกาท์” แล้วหันมานิยมชอบวง “โมเดริน์ด็อก” แทน แม้กระทั่งจิ๊กเทป “โมเดริน์ด็อก” ของเพื่อน
• “บอล” เคยเล่น MV เพลง “กะโปโล” ของ “นิโคล เทริโอ” เล่นเป็นมือกลอง และเพลง “ไม่มาก ไม่บ่อย แต่ไม่หาย” ของ “นิโคล เทริโอ” เล่นเป็นมือกีต้าร์
• “บอล” เคยตีกลองตอนอยู่ ม. 3 เพราะเพื่อนในกลุ่มที่ตีกลองย้ายเรียนไปเรียนที่อื่น
• “เมื่อย” เริ่มเล่นกีต้าร์ตอนอยู่ ม. 6 เพลงแรกที่เล่นคือเพลง “… ก่อน” ของ “โมเดริน์ด็อก” แล้วใช้คอร์ดที่ “เมื่อย” เล่นได้มาแต่งเพลง
• ทั้งคู่เคยทำงานที่แกรมมี่ “บอล” ทำงานเป็นพนักงานด้านคัดเลือกและพัฒนาศิลปิน ส่วน “เมื่อย” ทำงานตำแหน่ง “Sound Engineer”
• สมัยทำเดโม่เสนอให้กับค่ายแกรมมี่ แต่ไม่ผ่าน ซึ่งเพลงนั้นมีเพลง “ทุกอย่าง” และ “เธอ” ก่อนจะเป็นเพลงดังของ “Scrubb”
• “ฟั่น – โกมล” โปรดิวเซอร์ของ “Scrubb” เคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินแกรมมี่และได้รับรางวัล “สีสันอวร์ด” จากการเป็นโปรดิวเซอร์ให้ “โรส ศิรินทิพย์” ในอัลบั้มชุดแรก ที่มีเพลง “ก้อนหินก้อนนั้น” เป็นที่กล่าวขานจนถึงทุกวันนี้
• “บอล” เคยมีวงเป็นของตนเองชื่อ “Marilyn”แล้วจะออกอัลบั้มให้กับแกรมมี่ แต่วงแตก เพราะทำงานร่วมกันไม่ได้ จนเป็นที่มาของวง “Eye” ที่ “บอล” ชวน “เมื่อย” มาเป็นสมาชิกในวงด้วย
• ตอนเล่นคอนเสิร์ต “Live in a day 2” เกิดฝนตกหนัก ทำให้ “เมื่อย” ต้องถอดเสื้อร้องเพลง แต่แฟนเพลงยังมันส์อยู่
• ทั้งคู่มีรอยสัก “เมื่อย” มีอยู่บริเวณด้านหลัง ลายนั้นใช้เป็นโลโก้เสือยืดสบายแฮ และนิ้วกลางมือด้านซ้ายเป็นลายดาว ส่วน “บอล” มีอยู่บริเวณข้อเท้า ลายโซ่ ข้อมือทั้งสองข้าง ด้านซ้ายลายดาว ด้านขวาลายลูกบอล และนิ้วนางมือด้านซ้าย ลายดาว
• นอกจาก “บอล” ทำงานด้านดนตรีแล้ว ยังเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารและกาแฟชื่อ “ละมุนคาเฟ่” อยู่บริเวณใกล้ๆ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว) และร้านไอศครีมและนมปั่น “Icedea” อยู่ชั้น 4 หอศิลปกรุงเทพ แยกปทุมวัน และเชียงใหม่
• เอกลักษณ์ของ “เมื่อย” คือชอบใส่กางเกงขาสั้นเลยหัวเข่า เสียงร้องออกแนวห้าวๆ แม้มีคนมาติว่าเสียงร้องของ “เมื่อย” เหมือนคนเมา และไว้เคราเพื่อเพิ่มความคมเข้ม
• เพลง “ยังอยากรู้” ที่ร้องคู่กับ “เอิ้น พิยะดา” เหตุที่เลือก “บอล” มาร้องเพลงนี้ เพื่อให้เหมาะกับเสียงร้องของ “เอิ้น”
• เพลง “กลัว” เป็นเพลงที่ “บอล” แต่งทั้งเนื้อร้องและทำนอง เหตุที่ “บอล” ร้องเพลงนี้ เพื่อให้เหมาะอารมณ์เศร้าๆ หงอยเหงาของเนื้อเพลง
• ที่มาของอัลบั้ม “Kid” คิดได้สองแง่คือ “เด็ก” และ “ความคิด” แล้วเป็นอัลบั้มฉลองครบรอบ 10 ปี วง “Scrubb” ด้วย
• ปัจจุบัน “บอล” มีตำแหน่งเป็น “A&R Director” ของค่าย “บีลีฟเรคคอร์ดส” เป็นค่ายของ “พี่ฟั่น” โปรดิวเซอร์ของวง “Scrubb” และผลักดันให้ศิลปินในค่ายประสบความสำเร็จ อาทิ “สิงโต นำโชค” “25 Hours” “แป้งโกะ” และได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
• วง “Scrubb” ไม่ใช่เพียงแค่ “เมื่อย” และ “บอล” ยังมี “โจโอ้” และ “ต่อ” (กีต้าร์) “โอ๊ต” และ “เบิร์ด” (เบส) “แบงค์” “จู” และ “เส็ง” (กลอง) ซึ่งนักดนตรีที่กล่าวมาจะทำการแสดงหมุนเวียนตามคอนเสิร์ตต่างๆ แล้วแต่วันเวลาและช่วงว่างตามสะดวกของนักดนตรี

Did You Know …

เอกสารอ้างอิง :

01. http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=743399
02. http://musicstation.kapook.com/view78635.html
03. https://th.wikipedia.org/wiki/สครับบ์
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s