ชัคกี้ ธัญญรัตน์: กีต้าร์เทพ

“ชูศักดิ์ ธัญญรัตนางค์กูล” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ชัคกี้ ธัญญารัตน์” เป็นมือกีต้าร์ที่ได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือเยี่ยมคนหนึ่งของประเทศ เจ้าของฉายา “กีต้าร์เทพ” อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่ “ชัคกี้” เสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2540 หรือเกือบยี่สิบปีมาแล้ว – “ชัคกี้” เป็นนักดนตรีรับจ้างที่มี “Union Card” ที่ต่างประเทศสามารถดึงตัวไปร่วมงานได้ทันที เขาเป็นคนแรกๆ ของประเทศที่เล่นกีต้าร์ด้วยเทคนิคแบบ “Van Halen” คือ “Two Hands Apegio” และ “Harmonics”

“ชัคกี้” จบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เริ่มเล่นกีตาร์เมื่ออายุได้ 13-14 ปี ได้ชื่อเล่นจากเพื่อนๆ ว่า “บุ๋ม” มาจากชื่อสุนัขตัวรักที่เจ้าตัวเลี้ยงไว้ จากนั้นเมื่อจบ ม.ศ. 3 จึงได้ไปเดินทางไปศึกษาต่อทางด้านดนตรีและสวนศาสตร์ที่สหรัฐฯ และเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์

“ชัคกี้” เคยร่วมงานกับวงดนตรีหลายวง ไม่ว่าจะเป็น “Rockestra” “คาราวาน” “คาไลโดสโคป” “โดม มาร์ติน” และ “White Magic” ส่วนผลงานเดี่ยวมีชื่อว่า “ศรัทธา” และในปี พ.ศ. 2533 “ชัคกี้” และวง “Blue Planet” ได้ทำผลงานเพลงในอัลบั้ม “พาฝัน”

ร็อคเครสต้า: เทคโนโลยี (2527)

ร็อคเครสต้า: Special #1 (2528)

คาราวาน: 1985 (2528)

คาราวาน: อานนท์ (2531)

ชัคกี้ ธัญญรัตน์: ศรัทธา (2528)

ชัคกี้ ธัญญรัตน์: พาฝัน (2533)

โดม มาร์ติน: กุหลาบไฟ (2537)

White Magic: จักรวรรดิ (2538)

หากใครอยากรู้ว่าทำไม “ชัคกี้” ถึงได้ฉายาว่า “กีต้าร์เทพ” ต้องลองไปฟังเพลง “ฮิโรชิม่า” ของวง “คาราวาน” อัลบั้ม “1985”  ครับ แล้วจะรู้ว่า “ชัคกี้” โซโล่ได้พลิ้วน่าฟังทีเดียว ทางวง “คาราวาน” เคยบอกไว้ว่า หลังจากที่ “ชัคกี้” โซโล่เพลงนี้ในห้องบันทึกเสียงเสร็จ เขาก็กล่าวว่า เขาคงไม่สามารถโซโล่เพลงนี้ได้ดีเท่านี้อีกแล้ว เพราะลีลา ท่วงท่าและอารมณ์ เขาได้ถ่ายถอดลงไปหมดแล้ว นอกจากนี้ อีกเพลงหนึ่งที่แนะนำก็คือ “แม้เราจะไม่พบกัน” ของ “คาราวาน” อัลบั้ม “อานนท์” เพลงนี้ก็เป็นเพลงช้าที่มีท่อนโซโล่ที่รวดเร็ว ซึ่งหาคนที่จะทำเพลงและกล้าที่จะโซโล่ได้แบบนี้ได้ยากในปัจจุบัน

สำหรับผลงานเพลงอัลบั้ม “ศรัทธา” เป็นผลงานเดี่ยวของ “ชัคกี้” โดยมีศิลปินหลายคนมาร่วมด้วย ได้แก่ “นุภาพ สวันตรัจน์” “ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล” “อู๊ด ยานนาวา” “มงคล อุทก” และ “สุรชัย จันทิมาธร” จากวง “คาราวาน” – งานในอัลบั้มนี้เป็นงานเพลงที่มีเนื้อหาเป็นเพลงเพื่อชีวิต แต่ดนตรีเป็นแนวป๊อบร็อคธรรมดา ที่นำเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ซินธิไซเซอร์ มาผสมผสานเพื่อให้เพลงทันสมัย งานชุดนี้ไม่ได้เน้นในความเป็นกีต้าร์ระดับต้นๆ ของประเทศ แต่จะเน้นถึงความละเมียดละไมในการเรียบเรียงดนตรีและเมโลดี้ในเพลงแต่ละเพลงที่ไพเราะ แม้เสียงร้องของ “ชัคกี้” อาจจะฟังยากไปสักหน่อย แต่ถ้าได้ฟังบ่อยๆ จะรู้สึกได้ว่าเสียงน่าฟังยิ่งนัก เสียงกีต้าร์ที่ได้ยินในชุดนี้จะนิ่ง ใส สงบและนุ่มนวล ดังฉายากีต้าร์เทพ (เสลา)

สำหรับอัลบั้ม “พาฝัน” “ชัคกี้” ได้รวบรวมศิลปินขึ้นมาเป็นวงเฮฟวี่เมทัล (Heavy Metal) ที่ชื่อว่า “Blue Planet” ประกอบด้วยนักดนตรีฝีมือดีหลายคน คือ “อานนท์ สายแสงจันทร์” หรือ “ปู แบล็คเฮด” “สไมลีย์ พจนพิพัฒน์” จากวง “Feedback” “ซิคโก้” มือกลอง “คาราบาว” ในปัจจุบัน และ “ปีเตอร์โอ” อดีตมือเบสของ “Rockestra” อัลบั้มชุดนี้ได้รับการยอมรับกันว่าเป็นงานดนตรีร็อคระดับคลาสสิกชุดหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว

ส่วนอัลบั้ม “กุหลาบไฟ” เป็นการร่วมงานกันของ “โดม มาร์ติน” และสุดยอดมือกีต้าร์ของประเทศ 5 คน คือ “แหลม มอริสัน” “กิตติ กาญจนสถิตย์” “ชัคกี้ ธัญญรัตน์” “โอฬาร พรหมใจ” และ “หมู คาไลโดสโคป” เหล่ามือกีต้าร์ที่ร่วมงานในอัลบั้มนี้แบ่งเพลงกันรับผิดชอบหน้าที่โซโล่ครับ แต่ผมจำไม่ได้ว่าใครโซโล่เพลงไหนบ้าง ว่างๆ มีโอกาสเดี๋ยวไปค้นเทปมาดูแล้วกัน เอิ๊ก

หลังจากที่ “ชัคกี้” เสียชีวิตจากภาวะไตวาย บรรดาเพื่อนศิลปินได้ร่วมกันจัดงานคอนเสิร์ตอำลา “ชัคกี้” งานนี้เป็นงานเล็กๆ จุคนเพียง 100 คน บัตรราคา 500 บาท จัดขึ้นที่ “ROCK PUB”  มีศิลปินที่มาร่วมงานดังนี้ “คาราวาน” “แบล็คเฮด” “อารักษ์ อาภากาศ” “ร็อคเคสตร้า” “ทีมงานไมล์สโตน” (Milestone) “มาโนช พุฒตาล” “แหลม มอริสัน” “กิตติ กีต้าร์ปืน” “พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ” ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการประมูลเทปชัคกี้ที่ทำขึ้นมาขายในงานโดยเฉพาะและเทปอัลบั้ม “ศรัทธา” กับ “Blue Planet” พร้อมลายเซ็นของศิลปินทุกคนในงาน ในราคา 3 ม้วน 2,000 บาท (เสลา)

อีกงานหนึ่งเป็น “คอนเสิร์ทรำลึก” “ชัคกี้ ธัญญรัตน์” ที่หอประชุม A.U.A., สถาบันสอนภาษา เอยูเอ วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เวลา 18.00 น. โดยมีเพื่อนศิลปินมาร่วมงานมากมายอาทิ “แบล๊คเฮด” สมาชิกดั้งเดิม “สไมลีย์” “มาโนช พุฒตาล” และวง “เดอะแลมป์” “โอฬาร พรหมใจ” “ศิริศักดิ์ ศิริโชตนันท์” หรือ “หมู คาไลโดสโคป” “จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย” หรือ “ป๊อป หินเหล็กไฟ” “กฤษยศ เลิศประไพ” หรือ “เดอะมัสท์” ฯลฯ ร่วมบรรเลงบทเพลงในอัลบั้ม “พาฝัน” และบทเพลงอื่นๆ ที่เป็นผลงานของกีตาร์เทพผู้นี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ร่วมบริจาคเป็นการกุศลให้กับมูลนิโรคไตแห่งประเทศไทย (Monlith)

อีกก้าวหนึ่งของ “ชัคกี้ ธัญญรัตน์”

ผู้ชายคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเราคนนี้เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผมหยิกสลวย สวมแว่นตาเรย์แบน นิ้วมือเรียวยาวอย่างนี้ถึงไม่รู้จักก็จะเดาไว้ก่อนว่านักดนตรีแน่ๆ แต่เมื่อได้คุยได้รู้จักมากขึ้นก็ยิ่งทึ่ง เขาไม่ใช่นักดนตรีธรรมดาๆ อย่างที่คิดซะแล้ว

เขามีสัญชาติเป็นทั้งคนไทยและฮ่องกง ทั้งที่เกิดในสิงคโปร์ ชื่อเดิมที่คุณพ่อ-คุณแม่ชาวฮ่องกงตั้งให้ ชื่อ “ถั่งคิมให้” ซึ่งเป็นชื่อที่เขาภูมิใจและชอบมาก แต่เมื่อต้องมาศึกษาในเมืองไทย เขาคือ “ชูศักดิ์ ธัญญรัตนางกูร” ที่เพื่อนๆ รู้จักกันดี และวันนี้เขาคนเดียวกันคือ “ชัคกี้ ธัญญรัตน์” เจ้าของผลงานชุด “ศรัทธา” ที่รวบรวมเอาเพลงที่มีเนื้อหาและคุณค่าไว้มากมาย ที่สำคัญคือเพลงชุดนี้มีความแปลกใหม่จนคุณมิอาจมิสนใจ

“บุ๋ม” ชื่อเล่นที่เพื่อนตั้งให้จากชื่อสุนัขสุดที่รักของเพื่อน จนกลายมาเป็นชื่อที่คนสนิทชิดเชื้อใช้เรียกมาจนบัดนี้ และเราก็จะขอถือวิสาสะนับเป็นคนสนิทฯ กับพี่บุ๋มด้วยคนหนึ่งล่ะ

“เราคุยเรื่องที่กำลังจะทำต่อไป ที่ผมยังไม่เคยคุยที่ไหนดีกว่านะ” “พี่บุ๋ม” บอกกล่าวกันล่วงหน้าเพราะกลัวจะซ้ำซาก

แล้วเรื่องอะไรเล่าที่ “พี่บุ๋ม” กำลังจะทำน่ะ

“ห้องอัดเสียงที่ทันสมัย รวมทั้งถ่ายวีดิโอ โดยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมไง โครงการนี้เราเริ่มทำไปแล้ว คิดว่าคงจะเสร็จราวต้นปีหน้า”

เราของ “พี่บุ๋ม” คือพวกเพื่อนที่จบจากออสเตรเลีย เป็นมืออาชีพจากด้านต่างๆ เช่น ด้านคอมพิวเตอร์ เทคนิคการถ่ายวีดิโอ สเปเชียลเอฟเฟ็คต่างๆ ส่วนด้านดนตรี “พี่บุ๋ม” ทำเอง

“งานที่รับนี่จะอยู่ในดุลยพินิจของเรา คือเราต้องการคุณภาพของดนตรีเมืองไทย เรายังขาดคุณภาพด้านเสียง ส่วนใหญ่จะเอาปริมาณกัน ซึ่งห้องอัดของเราจะให้ทั้งปริมาณและคุณภาพในราคาที่ถูกกว่าด้วยซ้ำ เพราะเราทำนี่ไม่ได้หวังจะเอากำไรว่าจะมีเงินซัก 100 ล้าน ชาตินี้เราไม่ได้หวัง เราหวังว่าซักวันนึงนักดนตรีไทยจะขึ้นมาได้อีกซัก STEP นึง เขาก็จะกล่าวขวัญถึงพวกเรา เราก็ดีใจแล้ว …

… มันจะเป็นครั้งแรกที่เงินกับสมองมันจะมาเท่ากัน ปกติแล้วไม่มี สมัยที่ผมผจญมานะ เงินจะมาก่อนสมอง ถ้าเงินพูดปุ๊บ สมองนี่ต้องปิดเลย แต่เราจะเปิดอันนี้ ไม่จำเป็นว่าต้องพนักงานประจำเท่านั้นถึงจะใช้ห้องอัดได้เพราะเราให้เช่าด้วย นั่นหมายถึงใครก็ได้ เราไม่กลัวแม้กระทั่งว่าบริษัทอื่นจะส่งทีมงานมาศึกษา เพราะเราต้องการอยากให้เกิดการแข่งขันกัน เพื่องานที่มีคุณภาพ … แล้วอยากให้คนไทยมีแนวความคิดของตัวเอง แต่เรายังมีนิสัยชอบลอกเลียนแบบกัน อันนี้อย่าหาว่าผมว่านะ นี่พูดถึงดนตรีนะ ส่วนถ้าใครเล่นเหมือนคนนี้แล้วชอบ อย่างคนนึง บอกโอ๊ย “ลี ริทเทอร์” แนวเหรอ ไม่เท่าไหร่ ชั้นซิ “ลาร์รี่ คาร์ตัน” อีกคนบอกโอ๊ย เท่าไหร่กัน ชั้นเหมือน “อาร์ดี มิวโอล่า” เก่งกว่าอีก ผมนั่งหัวเราะ บ้าทั้ง 3 คน ความจริงแล้ว “ลาร์รี่ คาร์ตัน” “ลี ริทเทอร์” แล้ว “อาร์ดี มิวโอล่า” เขาอาจจะเป็นเพื่อนสนิทซี้ปึ้ก นั่งกินรู้ทเบียร์ด้วยกันทุกวัน แล้วทำไมไอ้ 3 คนนั่นต้องมาคุยทับกันว่า ไอ้นี่แกะได้เหมือนกว่าไอ้นั่น ทะเลาะกันเพราะไอ้เลียนแบบว่าชั้นเหมือนกว่า เพราะฉะนั้นจุดนี้เราต้องค่อยเป็นค่อยไป คือเราจะพยายามให้อันนี้ให้เต็มเปี่ยมเลย คุณต้องการเหมือน เอ้าเหมือนเปี๊ยะเลย จะเอาเสียงเหมือน “ชิคาโก้” เราทำให้ได้เพราะเราเอาเสียง “ชิคาโก้” เข้าไปอยู่ในคอมพิวเตอร์หมดแล้ว จะให้ทำกี่ครั้ง-กี่ครั้งก็เหมือนมันก็จะเริ่มเบื่อแล้ว ไม่มีอะไรแปลกใหม่ทีนี้เขาก็จะเริ่มหาทางที่เป็นตัวของเขาเอง”

ถ้าห้องอัดทำให้ได้ทุกอย่างจะมีปัญหาตอนแสดงสดมั้ย

“ฝรั่งเองเค้าก็มีปัญหา หรือญี่ปุ่นเองก็ตามที เค้ามีข้อได้-เสียเปรียบตรงนี้ แต่คือตอนแสดงสด สำเนียงก็ยังเป็นของเค้า “คาชิโอเปีย” หรือ “คอมโมดอร์ส” มาเล่นนี่ก็ไม่ได้เล่นเหมือนนะ ในแผ่นดีกว่าเยอะ แต่ทีนี้ไอ้ความที่ว่า “LIVE” น่ะ มันตื่นเต้นที่จะดู แล้วอีกอย่างนึงก็คือเค้าน่ะ ไอ้ตัวที่เล่นอยู่ตรงหน้าเราเนี่ย แต่มันดีอย่างนึง ตรงที่เมื่อเขาอัดเสียงมาขนาดนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเค้าเล่นสด เค้าก็ต้องใช้นักดนตรีที่มีคุณภาพขนาดนี้ เค้าจะไปแบบ บางคนนะ อัดกับวงนึง เวลาไปเล่นจ้างอีกวงนึงไป แล้วเล่นแบบโอ้เฮ … ถ้าผมเป็นนักร้องคนนั้นนะ ผมร้องไห้ จะต้องกลับไปร้องไห้แล้วร้องไห้อีกเลย … ผมถึงเลือก “ไอร์แลนเดอร์” ไง บอกตรงๆ ว่าไว้ใจเค้า แล้วเค้าทำได้จริงๆ เหมือน COMPUTER เล่นเลย … เราร่วมกัน ไม่ใช้เค้า BACK UP ให้นะ คำว่า BACK UP นี่บ้านเรายังใช้ผิดอยู่ BACK UP คือ นักดนตรีรับจ้างที่มีฝีมือ 100% ไอ้ประเภทเล่นงูๆ ปลาๆ นี่เค้าไม่เรียก เพราะมันไม่ใช่โปร BACK UP นี่มันจะต้องไม่มีผิด คำว่า BACK UP ฝรั่งเค้าจะยืดมาก

… อย่างเมืองไทยในความเห็นส่วนตัวของผมนะ ทีมที่เล่นให้ “พี่เต๋อ” เนี่ยใช่ เรียกว่า BACK UP”

“พี่บุ๋ม” เองปกติก็เป็น “มือปืนรับจ้าง” ตามห้องอัดเหมือนกัน และส่วนมากก็มักจะชอบให้เล่นกีตาร์ จนได้สมญาว่า “กีตาร์เทพ” แต่ความจริงแล้ว “พี่บุ๋ม” ถนัดเบสมากที่สุด กลอง คีย์บอร์ด ก็ได้ เล่นได้ทุกอย่าง

“แต่อย่างขนาดผมนี่ ถ้าเป็นเมืองนอกถือว่ายังใช้ไม่ได้นะ คือถ้าเป็นกีตาร์เกรดใช้ได้ ถ้าอย่างอื่นแล้วยัง แต่กีตาร์ผมขนาดเนี้ย อย่าพูดถึงอันดับ 5 อันดับ 6 เลย … 10 ก็ยังไม่ติด แต่ที่นี่เค้ามีจัด 2 ลักษณะ คือ หนึ่ง ในหมวดต่างประเทศ เค้าจ้างเพราะความแปลก เค้าต้องการสำเนียงแปลกๆ เราก็ยังติดอยู่ในอันดับ 5 ของนักดนตรีต่างชาติ …

อันดับต่างๆ นี่เหรอ เค้าดูจาก … เออ! ถามอย่างนี้ดีแล้ว เค้าจะดูจากการอัดเสียง มาตรฐาน เวลาเราเข้าไปอัดเพื่อจัดอันดับนะ เค้าจะส่งโน้ตให้เรา ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจอย่างเร็วที่สุด 10 นาที แล้วต้องเล่นภายใน 3 เที่ยวให้ได้ดีด้วย นี่ล่ะ เค้าจะจัดจากการดูด้วยวิธีนี้ นอกจากนี้อีกลักษณะนึง คือประเภทพิเศษ ไม่ต้องมีโน้ต พวกมือโปร เวลาทดสอบเค้าก็จะเข้าไปทำความรู้สึกกับเพลง ส่วนใหญ่พวกนี้เทคเดียวผ่านมือหนึ่ง”

“ก็ยังต้องฝึกทุกวัน คือในสายตาคนทั่วไป เค้าอาจจะยกให้เราเป็นกีตาร์เทพ อะไรเงี้ยนะ แต่นั่นไม่ใช่ตัวผมนะ เป็นสิ่งที่กลุ่มคนฟังเค้ามอง ส่วนตัวผมนี่ยังต้องฝึกอีกเยอะ …

… ผมเริ่มหัดเล่นกีตาร์ตอนโตแล้ว 13-14 ขวบ ตอนนั้นอยู่ “เซ็นคาเบรียล” นี่แหล่ะ เรียนตั้งแต่ ป.1 คือปกติเป็นคนชอบเล่นกีฬาทุกประเภทเลย เชียร์ลีดเดอร์ก็เป็น ทุกงานเลย ก็ไม่เคยคิดว่าจะเล่นดนตรีเลยนะ ทีนี้มีอยู่ช่วงนึง ชีวิตมันเปลี่ยนไป กีตาร์มันก็เป็นสิ่งที่ใกล้มือที่สุด เออ! มันก็ช่วยได้ จนมาศึกษาจริงๆ ตอนนั้นจบจากเซ็นต์ฯ ม.ศ.3 ก็ไปเรียนต่อ HIGH SCHOOL ที่ WORCHTER HIGH SCHOOL แล้วก็ต่อขั้นวิทยาลัยที่ WORCHTER TECH จนจบก็ต่อ M.I.T. ทั้ง 3 แห่งนี้เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างของเสียง สนใจด้านนี้ ตอนนั้นก็เล่นดนตรีหนักเลย เพราะกำลังเป็นหนุ่ม ROCK N’ ROLL กำลังฮิตตั้งวงกันด้วย

พอเรียนจบกลับมาสมัยนั้นยังไม่มีห้องอัดเสียง เลยช่วยที่บ้านทำการค้า เว้นไปหลายปีก็เข้ามาร่วมกับ “ร็อคเคสตร้า” คือเข้ามาอัดเสียงให้นะ ไม่ใช่มาเล่นให้ คือเล่นกีตาร์ให้เค้าในห้องอัด แล้วเวลาเล่นเค้าไปตามมือกีตาร์ที่ไหนไม่รู้แล้วเล่นไม่ได้ เค้าเลยมาคุยกับเรา ก็เลยเล่นให้ เล่นๆ ไปก็มีปัญหานิดหน่อย … คิดว่าอยากออกไปทำงานของตัวเอง คือผมไม่วิจารณ์เค้านะ แต่จะบอกว่าตัวผมเองเป็นคนที่ชอบงานที่ทำแล้ว คือเรียบๆ แต่มีคุณค่า ไม่ต้องเป็นเพลงที่ยากจนฟังแล้วเกร็ง คือมีเนื้อหาสาระแต่ไม่ซีเรียสน่ะนะ

อย่างชุดใหม่ที่จะทำเนี่ย คือตัวเองจริงๆ เลย ชุดแรก “ศรัทธา” นี่เพื่อนๆ เค้าช่วยเหลือ อยากให้ออกมาได้ก่อน”

เพื่อนๆ ก็คือ “สุรชัย จันทิมาธร” “แอ๊ด คาราบาว” “นุภาพ” “ปานศักดิ์” ฯลฯ ช่วยแต่งเพลงให้ ส่วนทำนอง “พี่บุ๋ม” ทำเอง

“ชุดหน้าจะเป็นคล้ายๆ ละคร จะเป็นลักษณะร้องบ้างพูดบ้าง แต่จะเป็นตัวเองเลย ปกติจะร้องแบบ HEAVY คือไม่เก็บเสียงเลยแหบไป วันนั้นก็แหบ แล้วชุดใหม่นี่จะเอาเครื่องดนตรีอิสานมาใช้ด้วย คือ ในขณะที่ฝรั่งเค้าเอาวัตถุดิบทางเอเชียไปเขียนเพลง แล้วทำไมเราเองไม่เอาวัตถุดิบของเรามาใช้ แล้วเอาเทคนิคของฝรั่งมาผสมบ้าง ให้เค้าเห็นว่าที่เค้าเอาไปน่ะไม่เท่าไหร่”

ถึงตรงนี้ เราอยากจะบอกเพียงว่า เรา “ศรัทธา” ในความเป็น “ศิลปิน” ของเขาคนนี้เหลือเกิน คุณล่ะ?

เอกสารอ้างอิง :

01. เสลา. http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=4843.0;wap2
02. Monlith. http://www.oknation.net/blog/rockgandharvas/2008/05/30/entry-1
03. เร็กเก้. หนังสือ "วัยหวาน" ฉบับที่ 52 ประจำวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2528
04. https://th.wikipedia.org/wiki/ชัคกี้_ธัญญรัตน์
05. https://fridayiaminrock.com/2016/02/23/chuckie-thanyarat-blue-planet/
06. http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=fullgold&month=05-2008&date=26&group=15&gblog=15
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s