Bakery Music: ตำนานเพลงรักอินดี้

… ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว มีค่ายเพลงเล็กๆ ค่ายหนึ่งที่คอยผลิตผลงานเพลงที่มีสไตล์เฉพาะตัว เป็นเพลงรักใสๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น ช่วงนั้นผมซื้อเทปจากค่ายเพลงค่ายนี้มากกว่าค่ายเพลงใหญ่ๆ ซะอีก … เชื่อว่าหลายๆ คนที่อยู่ในช่วงยุคนั้นน่าจะเป็นสาวกที่คอยติดตามผลงานของศิลปินในค่ายนี้ … ที่จริงเอนทรี่นี้ผมเคยเอามาลงแล้วรอบนึง แต่นึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงลบออก แต่ก็ยังดีที่ยังพอหาเนื้อหาในเอนทรี่เดิมมาได้ พร้อมกับอัพบล็อกให้เข้ากับรูปแบบใหม่ซะเลย … วันนี้เรามาย้อนความทรงจำสมัยยังเป็นวัยรุ่นกันดีกว่า กับค่ายเพลงเล็กๆ ที่น่าจะเป็นตำนานบทหนึ่งของวงการดนตรีไทย (ไม่น่าจะเว่อร์ไปนะ) … “เบเกอรี่มิวสิค” ค่ายเพลงผู้บุกเบิกตำนานอินดี้แห่งวงการเพลงไทย

• จุดเริ่มต้นของสมาชิกผู้ก่อตั้งเริ่มจากปี พ.ศ. 2536 เมื่อ “สุกี้ – กมล สุโกศล แคลปป์” ที่สำเร็จการศึกษาจากอเมริกาได้ตามคุณแม่ “กมลา สุโกศล” ไปสภากาแฟในโรงแรมสยามของคุณแม่เอง ทำให้ได้พบกับดีเจแห่งคลื่นวิทยุอันดับหนึ่งในตอนนั้น “สไมล์เรดิโอ” (Smile Radio) หลังจากได้พูดคุยกันอย่างถูกคอทำให้ทั้งคู่สนิทกันและร่วมงานกันในที่สุด ดีเจคนดังกล่าวก็คือ “เอื้อง – สาลินี ปันยารชุน”

• ต่อมา “เอื้อง” ได้แนะนำเพื่อนร่วมงานใน “สไมล์เรดิโอ” ให้ “สุกี้” รู้จัก ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นผู้ร่วมงานกัน เขาผู้นี้เป็นนักรีมิกซ์เพลงมีชื่อเสียงในด้านความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว “สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์”

• ศูนย์กลางการทำงานแห่งแรกของทั้ง 3 คนคือ “กมลสตูดิโอ” เป็นห้องบันทึกเสียงอยู่ชั้นสามของตึกใจกลางสยามสแควร์

• ขณะร่วมกันทำเพลง วันหนึ่ง “สมเกียรติ” ได้บอก “สุกี้” ว่าจะมีคนมาร้องแร็พให้ แต่เมื่อ “สุกี้” นั่งรอเป็นเวลานานก็ไม่ปรากฏนักร้องแร็พคนที่ว่า มีเพียงชายร่างท้วมใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวกางเกงสแลคดำดูสุภาพมาขอพบ เมื่ออดทนรอไม่ไหว “สุกี้” จึงเอ่ยทวงถามกับ “สมเกียรติ” คำตอบที่ได้คือ “คนท้วมๆ นั่นไง เขามานั่งรอนานแล้ว” แว่บแรกที่เห็น ด้วยอารมณ์หงุดหงิดเป็นทุน คำที่หลุดปาก “สุกี้” ออกมาก็คือ “ไอ้เ…้ยนี่เหรอจะแร็พ !” แต่ชายคนนั้นชิงตอบอย่างสุภาพ “ผมแร็พได้นะครับ” …นี่คือการพบกันครั้งแรกของ “สุกี้” กับ “บอย – ชีวิน โกสิยพงษ์”

• จากการได้ร่วมงานกัน ด้วยบุคลิกเบาๆ นิ่มนวล สบายๆ ของ “บอย” “สุกี้” เลยตั้งฉายาให้ “บอย” ว่า “Iceman”

• งานชิ้นแรกที่ทั้งสี่คนร่วมกันทำคือ “Z-Myx” เป็นอัลบั้มแรกของ “สมเกียรติ” (ไม่ได้ออกใน “เบเกอรี่”) มีซิงเกิ้ลแรกกรุยทางสู่ตลาดคือเพลง “ใจต่างใจ” ที่ “ต๊งเหน่ง – รัดเกล้า อามระดิษ” เป็นผู้ร้อง

• ระหว่างนั้น “สุกี้” ได้ทำวงแร็พขึ้นวงหนึ่ง คือ “TKO” (ออกใน “สังกัดคีตา” … เจ๊งสนิท) เวลานั้น “สุกี้” ต้องการคนมาช่วยเขียนเนื้อร้อง ทำให้ได้พบชายผู้นึงในห้องอัดเสียงของ “คุณนุภาพ” เป็นคนดูบุคลิกแปลกๆ และดูเหมือนมีวิญญาณกบฏในสายตาคนทั่วไป เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือเอาสีดำคาดหน้าตลอดเวลา (ทำไมไม่รู้) …ชายผู้นั้นคือ “พราย – ปฐมพร ปฐมพร”

• บทเพลงบทหนึ่งที่เป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของ “เบเกอรี่มิวสิค” เกิดจากชายผู้นี้เอง … วันหนึ่ง “พราย” เอ่ยขึ้นลอยๆ กับ “สุกี้” ว่า มีเพลงเพลงนึงจะร้องให้ฟัง พลางหยิบกีต้าร์มาบรรเลงประกอบ … “ก่อนท้องฟ้าจะสดใส ก่อนความอบอุ่นของไอแดด ก่อนดอกไม้จะผลิบาน ก่อนความฝันอันแสนหวาน …” เมื่อบรรเลงจบ เพลงนี้ที่ “พราย” บอกว่ารู้สึกเฉยๆ ก็ถูก “สุกี้” ขอไว้ทันที จุดเริ่มต้นของเพลงที่โด่งดังที่สุดของ “เบเกอรี่มิวสิค” – “… ก่อน”

• วันหนึ่งขณะที่ “สุกี้” ดูแลวง “TKO” ที่ไปเล่นที่ฟอร์จูนทาวน์รัชดา มีชายคนหนึ่งมาทำความรู้จักและแจ้งว่าตัวเองรวมกับเพื่อนทำวงดนตรีอยู่ที่จุฬาฯ อยากให้ “พี่สุกี้” ช่วยไปดูให้หน่อย … ทันทีที่ได้เห็นวงนี้เล่นดนตรี “สุกี้” ก็ไม่รีรอ เอ่ยปากชวนมาร่วมงานทันที … ชายผู้นี้ชื่อ “ป๊อด – ธนชัย อุชชิน” และวง “โมเดิร์นด็อก” (Moderndog)

• เมื่อทั้งสี่คน คือ “บอย – ชีวิน โกสิยพงษ์” “สุกี้ – กมล สุโกศล แคลปป์” “สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์” และ “สาลินี ปันยารชุน” ตกลงทำงานร่วมกัน ทั้งสี่คนก็ช่วยกันคิดชื่อค่ายใหม่ที่จะเกิดขึ้น ไอเดียเริ่มแรกมีชื่อ “ชอร์นเบิร์ก” ซึ่งเป็นชื่ออาคารเรียนของ “บอย” และ “Bomb Squad” จากไอเดียของ “สุกี้” (เป็นเป็นชื่อทีมโปรดักชั่นของวงแร็พที่ชื่อ “Public Enemy”) … แต่สุดท้ายก็มาลงตัวที่ “Bakery A Complete Music Production” จากไอเดียของ “บอย” ด้วยเหตุผลที่ว่า “อยากได้ชื่อที่ดูถ่อมตัว ฟังแล้วรู้สึกว่ามันเป็นโฮมเมดเหมือนแม่เราทำเอง ใส่หมูใส่ผักเยอะๆ แล้วก็เป็นชื่อที่คุ้นหูง่ายๆ”

• งานแรกๆ ที่ “เบเกอรี่” ทำคือ เพลงโฆษณา โดยแรกเริ่มทั้งสี่คนไม่ได้รับเงินเดือนกันเลย เพราะบริษัทยังไม่มีตังค์

• ช่วงเวลานั้น “ป๊อด”ได้แนะนำให้ “สุกี้” รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่ง เป็นผู้ชายที่ “สุกี้” ให้นิยามว่า “แต่งและร้องเพลงรักได้อย่างมีพลัง” และแน่นอน “สุกี้” ชักชวนมาร่วมงานด้วย … ชายผู้นี้คือ “นภ พรชำนิ”

• อัลบั้มแรกของ “โมเดิร์นด็อก” ใช้เวลาในห้องอัดเพียง 21 วัน ก็เสร็จสมบูรณ์

• “สุกี้” และ “โมเดิร์นด็อก” ตัดสินใจไม่เอาอัลบั้มนี้ไปขายค่ายอื่น เนื่องจากกลัวโดนเปลี่ยนสไตล์และดนตรี จึงตัดสินใจทำกันเอง “โมเดิร์นด็อก” จึงเป็นอัลบั้มแรกที่ออกสู่ตลาดภายใต้ชื่อ “เบเกอรี่มิวสิค”

• เมื่อมีโปรเจคต์แรกคือ “โมเดิร์นด็อก” แล้ว หน้าที่ของทุกคนก็ชัดเจนทันที – “สุกี้” เป็นผู้บริหาร ส่วน “เอื้อง” เป็นฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง ขณะที่ “สมเกียรติ” และ “บอย” ดูแลด้านงานเพลงและศิลปิน … มาถึงเวลานี้ “เบเกอรี่มิวสิค” ก็กลายเป็นค่ายเพลงเต็มตัว ไม่ใช่ “โปรดักชั่นเฮาส์” เหมือนที่เคยเป็นอีกต่อไป

• วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2537 – อัลบั้ม “โมเดิร์นด็อก” ก็ออกสู่ตลาด โดยความคาดหวังของ “สุกี้” และ “วงโมเดิร์นด็อก” คือ 30,000 ตลับ ! โดย “สุกี้” เปรียบเทียบว่า “เกลียดตุ๊ด” ของ “ซีเปีย” ได้ 30,000 เราก็ไม่น่าแพ้

• เมื่อซิงเกิ้ล “บุษบา” และ “…ก่อน” ถูกปล่อยลงน้ำ ทุกคนก็รู้ว่าความคาดหวังแต่แรกนั้นผิดถนัด ! … “…ก่อน” ติดชาร์ต Hotwave นานติดต่อกัน 12 สัปดาห์ ยอดขายเทมาอย่างหยุดไม่อยู่และเวลาต่อมาคอนเสิร์ตใหญ่ “Dog On Stage World Tour” ก็เกิดขึ้น “โมเดิร์นด็อก” กลายเป็นวงดนตรีที่พลิกโฉมวงการเพลงไทยโดยสิ้นเชิง

• เมื่อตอน “ค่ายเบเกอรี่” เปิดตัวใหม่ๆ มีนักข่าวสัมภาษณ์ “สุกี้” ว่า “เบเกอรี่” คือค่ายเพลงแบบไหน คำตอบของ “สุกี้” คือ “มันคืออินดี้ มันคือ Independent” … นี่คือที่มาของคำว่า “เพลงอินดี้” ในยุคนั้นนั่นเอง

• ถัดจาก “โมเดิร์นด็อก” “สุกี้” ก็ได้พบศิลปินใหม่ที่มีจังหวะเฉพาะตัว จากการแนะนำของ “ธนา โกสิยพงษ์” น้องชายของ “บอย” ศิลปินใหม่คนนั้นก็คือ “อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต” หรือ “โจอี้บอย”

• ช่วงนั้น “เบเกอรี่” ได้บุกเบิกตลาดเทปเพลงด้วยสิ่งแปลกใหม่สำหรับเมืองไทย คือ การทำเทปแบบซิงเกิ้ล (มินิอัลบั้ม) ที่มีเพลงอยู่เพียง 5 เพลง แต่ดันขายราคาเท่ากัน !

• มีอยู่หนึ่งซิงเกิ้ลที่เป็นที่ฮือฮาและได้รับเสียงตอบรับมากที่สุด คือ “…ก่อน Collector’s Edition” ของ “โมเดิร์นด็อก” ซึ่งจัดทำเพียง 2,000 ตลับ ออกวางจำหน่ายในงานนิตยสารบันเทิงคดีในปี พ.ศ. 2537 เพียงวันเดียวเท่านั้น ส่วนตอนนี้ที่สวนฯ มีขายตลับละ 3000-4000 บาท !

• ในเวลาเดียวกัน “นิตยสารบันเทิงคดี” ของ “มาโนช พุฒตาล” ได้จัดงานดนตรี “College Artist” ขึ้น ทำให้ “สุกี้” ได้พบนักดนตรีที่ดึงเข้าสังกัดอีก 2 วง พร้อมกัน คือ “Pause” และ “ปิยะ ศาสตราวาหา” หรือ “โป้ โยคีเพลย์บอย”

• หลัง “โมเดิร์นด็อก” และ “โจอี้บอย” ออกสู่ตลาด คิวต่อมาคือ “บอย โกสิยพงษ์” เมื่อซิงเกิ้ลแรก “รักคุณเข้าแล้ว” และอัลบั้ม “Rhythm & BOYd” ออกสู่ตลาด “บอย” ก็กลายเป็นคนที่มีผู้กล่าวถึงมากที่สุดในหมู่ผู้ก่อตั้งทันที

• ช่วงปี พ.ศ. 2538 – “เบเกอรี่” ได้มีอัลบั้มของศิลปินหญิงคนแรก ศิลปินผู้นี้ได้รับการแนะนำผ่านทางเพื่อนคุณแม่ในสภากาแฟโรงแรมสยาม เป็นผู้หญิงที่ดูเฮฟวี่เต็มตัว ใส่ชุดดำ ทาขอบตาสีดำ ผมยาวปะหลัง เธอคือ “อรอรีย์ จุฬารัตน์”

• ในปี พ.ศ. 2540 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจเมืองไทยดำดิ่งสู่ก้นเหว “เบเกอรี่” ก็หนีไม่พ้นวิกฤตินี้เช่นกัน เมื่อความขัดแย้งในเรื่องธุรกิจมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกินควบคุม “เอื้อง” ตัดสินใจลาออกและถอนหุ้นจาก “เบเกอรี่มิวสิค” …นี่คือจุดเริ่มต้นสู่ภาวะขาลงของ “ค่ายเบเกอรี่” อย่างแท้จริง

• ช่วงสภาวะเงินฝืดเคือง เพื่อที่จะให้ “เบเกอรี่” ยังคงอยู่ได้ ผู้บริหารและพนักงานที่มีฐานเงินเดือนสูงทุกคนยินยอมพร้อมใจลดเงินเดือนลงครึ่งนึง แต่ยกเว้น “สุกี้” “บอย” และ “สมเกียรติ” เพราะทั้งสามไม่รับเงินเดือนเลย ! (ใจล้วนๆ)

• เพื่อความอยู่รอดของค่าย ผู้บริหารทั้งสามตัดสินใจทำสิ่งแปลกใหม่อีกครั้ง คือ เปิดค่ายเพลงย่อยโดยเน้นไปที่ตลาด “Teen Idol” กำเนิดค่ายเพลงย่อย “Dojo City”

• งานแรกของค่ายนี้เริ่มด้วย “สมเกียรติ” ได้ไปพบเด็กสาว 2 คน ที่เซ็นเตอร์พอยน์ – “คิท – อาภัสณี ศิริรัตน์อัสดร” และ “กิ – กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร” จึงชักชวนมาออกอัลบั้มในชื่อวง “Niece”

• หลังจากนั้นไม่นาน ศิลปินคนต่อมาก็ตามมาทันที จากการแนะนำของ “สมเกียรติ” (อีกรอบ) เป็นคู่ดูโอที่พลิกกระแสแฟชั่นของเด็กวัยรุ่นยุคนั้นอย่างชัดเจน (สายเดี่ยว เที่ยวดึก ส้นตึก ตอแหล) … “โบ – สุรัตนาวี สุวิพร” และ “จ๊อยซ์ – พรพรรณ รัตนเมธานนท์” ในชื่อวง “Triumphs Kingdom” – “สุกี้” ให้นิยามสองคนนี้ว่า “หนวกหูชิบหาย”

• กลับมาที่ “เบเกอรี่” ในช่วงเวลาที่ “Triumphs Kingdom” ออกวางแผง ผลงานของศิลปินหญิงคนหนึ่งก็ออกวางแผงในเวลาเดียวกัน เป็นอัลบั้มที่ “สุกี้” ใช้เวลานานถึง 4 ปี โดย “สุกี้” พบศิลปินผู้นี้มาจากงาน “เป็ปซี่มิวสิคอวอร์ด” ปี พ.ศ. 2536 โดยเธอร้องนำให้วง “Mad Hot” ในแนวเฮฟวี่เมททัล เป็นศิลปินที่มีความสามารถเขียนเนื้อร้องและร้องเพลงได้อยู่ในระดับอัจฉริยะ ! เธอคือ “ริค – วชิรปิลันธิ์ โชคเจริญรัตน์”

• ปี พ.ศ. 2541 ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นใน “เบเกอรี่” อย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อ “สุกี้” “บอย” และ “สมเกียรติ” ตัดสินใจขายหุ้นใหญ่ให้ BMG ด้วยวงเงินกว่า 100 ล้านบาท

• ปี พ.ศ. 2543 ย่างเข้า พ.ศ. 2544 – “เบเกอรี่”ลดขนาดองค์กรลงจากพนักงาน 130 คน เหลือเพียง 30 คน ในช่วงเวลานี้เองที่ “สุกี้” เริ่มเบื่อกับงานบริหาร จึงตั้งวงดนตรีขึ้นวงหนึ่ง โดยตัวเองเป็นมือกีต้าร์ ชื่อวง “พรู”

• ปี พ.ศ. 2545 เกิดเหตุการณ์เศร้าที่ทุกคนไม่คาดคิด เมื่อ “โจ้ วงพอส” ฆ่าตัวตายในลิฟท์แมนชั่นตัวเอง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้บริหารตระหนักได้ว่าพวกเค้าไม่สามารถดูแลคนในสังกัดได้หมดทุกเรื่อง จึงเริ่มมีการพิจารณาให้มีการยกเลิกสัญญาก่อนได้ หากศิลปินเป็นผู้ต้องการ ทำให้ศิลปินมีอิสระในการย้ายสังกัดมากขึ้น และเกิดการย้ายสังกัดมากมายในค่ายเบเกอรี่ ซึ่ง “โจอี้บอย” ก็ย้ายไปแกรมมี่ช่วงนี้แหละ

• ปี พ.ศ. 2547 – ครบ 10 ปีของ “เบเกอรี่” ผู้บริหารยุคแรกเริ่มทั้ง 3 คือ “บอย” “สุกี้” และ “สมเกียรติ” ตัดสินใจลาออก และมอบอำนาจการบริหารให้ทาง BMG อย่างเต็มตัว ด้วยเหตุผลในด้านการบริหารงานที่ไม่ตรงกันกับทาง BMG …นับเป็นการขอยุติบทบาทในเบเกอรี่อย่างเป็นทางการของทั้งสามคน

บอย โกสิยพงษ์, สมเกียรติ อริยะชัยพาณิยชน์, สุกี้

• คอนเสิร์ตสุดท้าย คอนเสิร์ตอำลาของทั้งสามคน คือ “คอนเสิร์ตบีเดย์” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2547 นับเป็นการปิดตำนานของ “สุกี้” “บอย” และ “สมเกียรติ” กับค่ายเพลง “เบเกอรี่มิวสิค” อย่างเป็นทางการ…

เกร็ดของ “เบเกอรี่มิวสิค” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

• “สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์” หรือ “Mr. Z” เป็นนักรีมิกซ์จาก “สไมล์เรดิโอ” มาก่อน

• “สุกี้ – กมล สุโกศล แคลปป์” สร้างชื่อจากการเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับวง “TKO” และเป็นคนแรกที่คิดจัดตั้งค่ายเพลง “เบเกอรี่มิวสิค”

• “บอย โกสิยพงษ์” นักแต่งเพลงหน้าใหม่ในสมัยนั้น โด่งดังจากเพลง “ลมหายใจ” ซึ่งได้ “ป๊อด โมเดิร์นด็อก” ร้องเพลงนี้ให้ในอัลบั้มชุด “Volume 10” ของ “Mr. Z”

• “สาลินี ปันยารชุน” เป็นผู้หญิงคนเดียวในบรรดาผู้ก่อตั้งค่าย

• “โมเดิร์นด็อก” เป็นศิลปินกลุ่มแรกของค่าย อัลบั้มแรกออกวางแผงเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2537 โดยมีเพลง “บุษบา” และ “…ก่อน” ที่กลายเป็นเพลงโด่งดังและสร้างชื่อให้คนฟังรู้จัก

• เพลง “ฤดูที่แตกต่าง” ที่ร้องโดย “นภ พรชำนิ” เป็นเพลงที่ถูกกล่าวขานว่าดีที่สุดตลอดกาลของค่าย และทำให้ “บอย” ทำซิงเกิลรีมิกซ์ 7 เวอร์ชั่น ของเพลงนี้ออกวางแผง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวงการเพลงไทยอีกเช่นกันที่มีการออกซิงเกิลในรูปแบบการรีมิกซ์

• โปรเจ็กต์ “เบเกอรี่แซมเพลอร์” (BAKERY SAMPLER) เป็นต้นกำเนิดของวงร็อคดังแห่งยุคอย่าง “ซิลลี่ฟูลส์” (Silly Fools)

• “โจอี้บอย” สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ให้กับค่ายเล็กๆ ด้วยยอดขาย 1 ล้านตลับของอัลบั้ม “Fun Fun Fun” ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2540

• พ.ศ. 2540 เป็นปีที่ “เอื้อง สาลินี” ทำงานกับ “เบเกอรี่” เป็นปีสุดท้าย ด้วยเหตุผลด้านความเห็นที่ไม่ตรงกัน

• หลังเกิดภาวะวิกฤติทางด้านการเงินเมื่อปี พ.ศ. 2541 “เบเกอรี่มิวสิค” ตัดสินใจหาทางออกด้วยการเปิดบริษัทจัดจำหน่ายขึ้นเอง ชื่อ “แท็กซี่ ดิสตริบิวชั่น” และออกผลงานเพลงที่อิงตลาดมากขึ้น ด้วยการส่งศิลปินกลุ่ม “P.O.P.” ที่นำโดย “นภ พรชำนิ”

• ปี พ.ศ. 2541 “เบเกอรี่มิวสิค” เปิดสังกัดย่อย “โดโจ ซิตี้” (DOJO City) เน้นตลาดวัยรุ่น ประเดิมด้วยศิลปินหญิงดูโอ “Niece” ซึ่งเป็นซีดีอัลบั้มแรกของประเทศไทยที่มีการออกแบบให้เป็น Enhanced CD

• “เบเกอรี่มิวสิค” ยังเปิดธุรกิจด้านสิ่งพิมพ์เพิ่มเติม นั่นคือ “นิตยสารแคตช์” (Katch) และ “มังงะแคตช์” (Manga Katch) นั่นเอง

• ในปี พ.ศ. 2543 “เบเกอรี่มิวสิค” ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ในที่สุดผู้บริหารของค่ายตัดสินใจควบรวมกิจการกับ “บีเอ็มจี เอนเตอร์เทนเมนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชียแปซิฟิค”

• “เบเกอรี่ เดอะคอนเสิร์ต” นับเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการเพลงไทย ที่มีคลื่นวิทยุร่วมจัดคอนเสิร์ตเฉพาะให้กับค่ายเพลงค่ายเดียว โดยรวมเกือบทุกศิลปินที่เคยออกผลงานกับ “เบเกอรี่มิวสิค” ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงวันจัดคอนเสิร์ต คลื่น 104.5 “FAT Radio” จัดคอนเสิร์ตดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี ได้รับความสนใจจากแฟนเพลงอย่างล้นหลามและมีการแสดงบนเวทีที่ยาวนานหลายชั่วโมง

• วง “พรู” เปิดตัวครั้งแรกใน “เบเกอรี่ เดอะคอนเสิร์ต” โดยนักร้องนำที่ชื่อ “กฤษดา สุโกศล แคลปป์” หรือ “น้อย” น้องชายของ “สุกี้ – กมล สุโกศล แคลปป์” เจ้าของค่ายเบเกอรี่มิวสิค

• หลังจากบริษัทแม่ของ “บีเอ็มจี เอนเตอร์เทนเมนต์” ได้ควบรวมกิจการกับ “โซนี่มิวสิค เอนเตอร์เทนเมนต์” ในประเทศไทย ในที่สุด เมื่อเกิดการควบรวม จึงทำให้เกิดบริษัทใหม่ที่ชื่อ “โซนี่บีเอ็มจี มิวสิค เอนเตอร์เทนเมนต์” และ “เบเกอรี่มิวสิค” ก็กลายเป็นหนึ่งในค่ายย่อยของบริษัทค่ายเพลงดังกล่าว

• คอนเสิร์ต “B. Day” (Bakery Music Independent Day) จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ “เบเกอรี่มิวสิค” ที่รวบรวมศิลปินของค่ายเอาไว้มากที่สุด จัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้ายของ “เบเกอรี่มิวสิค”

• ศิลปินที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงนั้น คือ “B5” ประกอบด้วย กลุ่มศิลปินเลือดใหม่ของ “เบเกอรี่มิวสิค” อย่าง “เบน – ชลาทิศ ตันติวุฒ” “คิว – สุวีระ บุญรอด” “โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” “เค้ก – อุทัย นิรัติกุลชัย” และ “มาเรียม อัลคาลาลี่” ออกอัลบั้มชุด “Event” ซึ่งเป็นการนำเพลงต่างๆ ของ “เบเกอรี่มิวสิค” มาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์ของ “B5”

• มีการจัดทำนิตยสารเฉพาะกิจชื่อ “375 องศาฟาเรนไฮต์” ซึ่งเป็นนิตยสารที่รวบรวมเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับ “เบเกอรี่มิวสิค” ตั้งแต่ก่อตั้งจนกระทั่งปีที่สิบ (ปี พ.ศ. 2537 – 2547) จัดทำโดย “ทีมงานอะเดย์” พิมพ์ออกจำหน่ายเป็นจำนวน 10 เล่มเป็นเวลา 10 เดือน เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2547 ในราคาเล่มละ 100 บาท

• หลังจาก “เบเกอรี่มิวสิค” อยู่ภายใต้การบริหารงานของ “โซนี่บีเอ็มจี มิวสิคเอนเตอร์เทนเมนต์” ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารชุดเดิม คือ “บอย โกสิยพงษ์” และ “กมล สุโกศล แคลปป์” ตัดสินใจลาออก ส่วน “สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์” ยังคงอยู่ช่วยดูแลอยู่ระยะหนึ่ง

• ปัจจุบัน “บอย โกสิยพงษ์” เป็นเจ้าของค่ายเพลง “เลิฟอีส” ส่วน “สมเกียรติ” ยังคงมีงานเพลงออกมาบ้างประปราย ขณะที่ “กมล สุโกศล แคลปป์” หันไปทำรายการทีวีประเภทเรียลลิตี้แทน

• “เบเกอรี่มิวสิค” เป็นค่ายแรกที่ริเริ่มการติดสติกเกอร์บนปกเทป ซึ่งเริ่มตั้งอัลบั้มแรกของ “โมเดิร์นด็อก” โดยที่ศิลปินในค่ายจะมาช่วยกันแปะสติ๊กเกอร์

• “บอย โกสิยพงษ์” และ “สาลินี ปันยารชุน” เคยได้รับการยกย่องจากนิตยสาร “Trendy Man” ให้เป็น 2 ใน 50 Most Powerful People ในช่วงปี พ.ศ. 2540

• หลังจาก “สาลินี ปันยารชุน” ออกไป เธอได้ไปตั้งค่ายเพลงขึ้นใหม่ ชื่อ “เฮ้าส์ออฟฟัน”

• “น้อย วงพรู” เคยร้องเพลงให้กับอัลบั้ม “Rhythm & BOYd” อัลบั้มชุดแรกของ “บอย โกสิยพงษ์” มาก่อน

• เพลงประกอบการเดินแบบของ “Fly Now” คือผลงานแรกๆ ของ “เบเกอรี่มิวสิค โปรดักชั่น”

• ตามหลักภาษาไทยควรเขียนว่า “เบเกอรี่มิวสิก” แต่คุณ “สุกี้” เขียนผิดเป็น “เบเกอรี่ มิวสิค”

• ปี พ.ศ. 2544 – 2545 – “เบเกอรี่” มีรายการทีวีของตัวเองในการซื่้อเวลาฟรีทีวีถึง 2 รายการคือ “Katch up” และ “โบ-จ๊อยซ์ ปี 1” และมีค่ายเพลงถึง 3 ค่าย คือ “เบเกอรี่มิวสิค” “โดโจ ซิดี้” และ “ครันซ์ เรคคอร์ด” ที่มีศิลปินคือ “Bean” และ “Power Pat”

เอกสารอ้างอิง :

01. สุกี้ - กมล สุโกศล. หนังสือ Bakery & I
02. http://www.oknation.net/blog/genius/2008/03/29/entry-3
03. http://www.siamintelligence.com/bakery-music/
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s