Shinsengumi: ฝูงหมาป่าแห่งมิบุ

“กลุ่มชินเซน” หรือ “ชินเซ็งงุมิ” (新選組) เป็นชื่อของกลุ่มตำรวจพิเศษของประเทศญี่ปุ่นในยุคบะกุมะสึ หรือช่วงปลายแห่งการปกครองของรัฐบาลโชกุนโตกุกาว่า (Wikipedia) ถ้าดูจากตัวคันจิ (ตัวจีน) ชื่อกลุ่มชินเซ็นจะประกอบด้วยตัวคันจิ 3 ตัว 新撰組 ตัวแรก แปลว่า “ใหม่” ตัวที่ 2 แปลว่า “คัดเลือก” และตัวที่ 3 แปลว่า “กลุ่ม” ตามความหมายแล้วก็คือ “กลุ่มใหม่ที่ได้รับการคัดเลือก” (รูตุ่น)

ญี่ปุ่นช่วงนั้นปกครองโดยมีพระจักรพรรดิเป็นประมุข หากแต่อำนาจการปกครองที่แท้จริงกลับตกอยู่ในเงื้อมมือของโชกุนตระกูลโตกุกาว่าและเหล่าไดเมียว (เจ้าเมือง) มีเมืองหลวงอยู่ที่ “เกียวโต” ซึ่งเป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิ แต่ศูนย์กลางการปกครองกลับเป็น “เอโดะ” (โตเกียวในปัจจุบัน)

ภายใต้การปกครองของโชกุนตระกูลโตกุกาว่า ญี่ปุ่นทำการปิดประเทศเนื่องจากก่อนหน้าทางตระกูลโตกุกาว่าเกิดปวดหัวกับการจัดการเหล่าไดเมียว ชาวคริสต์ในเขตคิวชูและการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก ก็เลยออกคำสั่งต่อต้านศาสนาคริสต์ทั่วอาณาจักรในปี ค.ศ. 1612 จากนั้นก็มีการสู้รบกับชาวคริสต์อีกหลายครั้งและสุดท้ายก็เลยปิดประเทศ อนุญาตให้แค่ชาวโปรตุเกสเข้ามาติดต่อค้าขายได้ที่เกาะเดจิมะ (อยู่ในอ่าวนางาซากิ) และเมืองท่านางาซากิเท่านั้น ปัญหาครั้งร้ายแรงที่สุดที่มีกับชาวคริสต์ก็คงเป็น “กบฏชิมาบาระ” ซึ่งมีทั้งชาวนาและซามูไรจำนวนมากเข้าร่วม (รูตุ่น)

Commander Matthew Calbraith Perry

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นหลังจากที่ชาติตะวันตกตัดสินใจจะบีบญี่ปุ่นให้เปิดประเทศ กองทัพเรือสหรัฐภายใต้การนำของ “ผู้บังคับการแมทธิว เพอร์รี่” (Commander Matthew Calbraith Perry) ได้นำเรือรบดำ (Black Ships) 4 ลำ มาจอดที่อ่าวโตเกียว เพื่อกดดันรัฐบาลญี่ปุ่นให้เปิดประเทศและทำสนธิสัญญาคานางาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าซามูไรกลุ่มอื่นๆ ที่มองว่ารัฐบาลบาคุฟุ (รัฐบาลภายใต้การนำของโชกุน) อ่อนแอ จึงพยายามเรียกร้องอำนาจคืนให้กับพระจักรพรรดิและขับไล่ชาวต่างชาติให้พ้นไปจากแผ่นดินญี่ปุ่น โดยการนำ (การปฏิวัติ) ของซามูไรจากแคว้นโจชูและซัทสึมะ

เมื่อการต่อต้านที่ว่านี้รุนแรงขึ้น ปี ค.ศ. 1863 รัฐบาลโชกุนโตกุกาว่าจึงได้จัดตั้ง “กลุ่มโรชิงุมิ” (浪士組) ซึ่งประกอบด้วยโรนินหรือซามูไรไร้นายจำนวน 234 คน ขึ้น โดยภารกิจอย่างเป็นทางการของ “กลุ่มโรชิงุมิ” ก็คือเป็นผู้คุ้มกันโชกุน “โตกุกาว่า อิเอะโมะจิ” โชกุนคนที่ 14 ของรัฐบาลโชกุนโตกุกาว่า ที่เตรียมเดินทางจากเอโดะไปยังเกียวโต กลุ่มดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของ “มัตซึไดระ ทะดะโทะชิ” ไดเมียวแห่งแคว้นไอสึผู้ครองเมืองเกียวโต แต่มี “โยชิคาวะ ฮาจิโร่” เป็นหัวหน้ากลุ่มตัวจริง

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่แท้จริงของ “โยชิคาวะ ฮาจิโร่” กลับเป็นการรวบรวมโรนินเพื่อทำงานสนับสนุนพระจักรพรรดิ เพื่อเป็นการตอบโต้ สมาชิกของกลุ่มโรชิงุมิจำนวน 13 คน จึงได้แยกตัวออกมาจัดตั้ง “กลุ่มชินเซ็งงุมิ” และสมาชิกที่ภักดีต่อรัฐบาลโตกุกาว่าอีกส่วนหนึ่งก็ได้แยกตัวกลับไปที่เอโดะและก่อตั้ง “กลุ่มชินโชงุมิ” ขึ้น (新徴組) โดยอยู่ภายใต้การสนับสนุนของแคว้นโชไน

มัตซึไดระ ทะดะโทะชิ

ช่วงแรก “กลุ่มชินเซ็งงุมิ” เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “มิบุโร” (壬生浪) ซึ่งหมายถึง “โรนินแห่งมิบุ” เนื่องจากพวกเขาตั้งกลุ่มอยู่ที่หมู่บ้านมิบุ ซึ่งเป็นพื้นที่ชานเมืองของนครเกียวโต อย่างไรก็ตาม กิตติศัพท์ของกลุ่มเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดีจากการปฏิบัติการที่เฉียบขาดและรุนแรง ในไม่ช้าฉายาของกลุ่มจึงเปลี่ยนไปเป็น “ฝูงหมาป่าแห่งมิบุ” แทน ชื่อดังกล่าวนี้ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า “มิบุโร” เหมือนกัน แต่ใช้อักษรคนละตัว (壬生狼) ส่วนชื่อ “ชินเซ็งงุมิ” ซึ่งได้มาภายหลังนั้น มีความหมายว่า “กลุ่มผู้ถูกคัดเลือกใหม่” (“ชิน” หมายถึง “ใหม่”, เซ็น” หมายถึง “คัดเลือก”, “งุมิ” หมายถึง “กลุ่ม”, “กอง” หรือ “หมวด”) (Wikipedia)

ผู้บัญชาการกลุ่มดั้งเดิม ได้แก่ “เซะริซะวะ คะโมะ” “คนโด อิซะมิ” และ “นิอิมิ นิชิกิ” ประกอบด้วยกลุ่มย่อย 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเซะริซะวะ กลุ่มคนโด และกลุ่มโทะโนะอุจิ ภายหลัง “โทะโนะอุจิ โยะชิโอะ” ถูกสังหารหลังจากตั้งกลุ่มได้ไม่นาน ทำให้กลุ่มชินเซนเหลือกลุ่มหลักๆ แค่ “กลุ่มเซะริซะวะ” และ “กลุ่มคนโด” เท่านั้น

ต่อมา “นิอิมิ” ถูกหักหลังโดย “เซะริซะวะ” ออกคำสั่งให้ “นิอิมิ” ไปวางเพลิงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง จนทำให้ “นิอิมิ” ต้องทำเซ็ปปุกุ หรือฮาราคีรี (คว้านท้อง) อย่างไรก็ตาม สมาชิก “กลุ่มชินเซน” บางคนรู้เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าว จึงร่วมกันวางแผนสังหาร “เซะริซะวะ” และสมาชิกอื่นๆ ที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อกลุ่ม (ว่ากันว่า “มัตซึไดระ ทะดะโทะชิ” เป็นคนสั่ง)

ต่อมา “คนโด้ อิซะมิ” ได้ขึ้นเป็นหัวหน้า เปลี่ยนชื่อกลุ่มใหม่เป็น “ชินเซ็นงุมิ” โดยมี “ฮิจิคะตะ โทะชิโซ” เป็นรองหัวหน้า มีหัวหน้าประจำแต่ละหน่วย ดังนี้

  • หน่วยที่ 1 คือ โอคิตะ โซจิ
  • หน่วยที่ 2 คือ นากาคุระ ชิมปาจิ
  • หน่วยที่ 3 คือ ไซโต้ ฮาจิเมะ
  • หน่วยที่ 4 คือ มัตสึบาระ ทาดาจิ
  • หน่วยที่ 5 คือ ทาเคดะ คันเรียวไซ
  • หน่วยที่ 6 คือ อิโนะอุเอะ เก็นซาบุโร่
  • หน่วยที่ 7 คือ ทานิ ซันจูโร่
  • หน่วยที่ 8 คือ โทโด เฮสุเกะ
  • หน่วยที่ 9 คือ ซุซุกิ มิกิซาบุโร่
  • หน่วยที่ 10 คือ ฮาราดะ ซาโนะสุเกะ

คนโด้ อิซะมิ

ฮิจิคะตะ โทะชิโซ

โอคิตะ โซจิ

“กลุ่มชินเซน” ได้รับมอบหมายให้เดินตรวจตราพื้นที่ในเกียวโต เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเมืองด้วยชีวิต “กลุ่มชินเซน” จึงพร้อมที่จะสังหารผู้ใดก็ตามที่ทำลายความสงบสุขของเมือง ทำให้กลุ่มเริ่มเป็นที่หวาดกลัวในแง่ของความโหดเหี้ยม ไร้เมตตา

ไซโต ฮะจิเมะ

เหตุการณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับกลุ่มเกิดขึ้นช่วงเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1864 “กลุ่มชินเซน” เข้าโจมตีโรงเตี๊ยมอิเคดะ การปะทะกันครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องมาจากเหล่าซามูไรจากแคว้นโจชูได้รวมตัวกันวางแผนเผาเมืองและลักพาตัวพระจักรพรรดิ (กบฏโจชูมีเป้าหมายล้มล้างรัฐบาลบาคุฟุ โดยการแยกพระจักรพรรดิออกจากรัฐบาลเสียก่อน) “กลุ่มชินเซน” ล่วงรู้ถึงแผนการดังกล่าวจึงเตรียมกำลังพลเข้าบุกสังหาร กลายเป็นสงครามครั้งใหญ่ซึ่งฝ่ายชินเซนเป็นฝ่ายที่ได้ชัยชนะ แม้จะสูญเสียซามูไรที่มีฝีมือไปไม่น้อย แต่วีรกรรมของ “กลุ่มชินเซน” ที่ปกป้องเกียวโตจากการถูกวางเพลิงครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้ชื่อเสียงของกลุ่มโด่งดังในชั่วข้ามคืน

ต่อมาหลังสงครามพันธมิตรซัตโจ (“ซัตซึมะ” และ “โจชู”) กับทหารโตกุกาว่า ซึ่งจบลงโดยฝั่งโตกุกาว่าพ่ายแพ้ จนต้องยินยอมคืนอำนาจการปกครองสู่จักรพรรดิอีกครั้ง ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พันธมิตรซัตโจตั้งรัฐบาลเมจิขึ้น โดยมีการทำข้อตกลงว่าคนฝั่ง “ซัตซึมะ” คุมด้านกลาโหม ส่วน “โจชู” คุมด้านมหาไทย (Bukken-Ito)

ขณะที่ยังคงมีการต่อสู้เกิดขึ้นที่นอกนครเอโดะ “คนโด อิซะมิ” ผู้นำของกลุ่มได้ถูกฝ่ายรัฐบาลในพระนามของจักรพรรดิเมจิจับเป็นเชลยและประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ “กลุ่มชินเซน” ที่เหลืออยู่บางส่วนได้อยู่ภายใต้การนำของ “ไซโต ฮะจิเมะ” เพื่อต่อสู้ป้องกันแคว้นไอสึ สมาชิกที่เหลืออีกจำนวนมากภายใต้การนำของ “ฮิจิคะตะ โทะชิโซ” ได้แตกหนีขึ้นไปทางเหนือเพื่อสมทบเข้ากับกองกำลังของสาธารณรัฐเอะโสะ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ “กลุ่มชินเซน” สามารถฟื้นฟูกำลังของตนขึ้นมาได้บางส่วนอีกครั้ง โดยมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 100 คน อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วถือกันว่ามรณกรรมของ “ฮิจิคะตะ โทะชิโซ” เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1869 คือจุดสิ้นสุดของ “กลุ่มชินเซน”

เอกสารอ้างอิง :

01. https://th.wikipedia.org/wiki/ชินเซ็งงุมิ
02. http://www.soccersuck.in.th/boards/topic/1156470
03. https://tanok.wordpress.com/2013/09/04/ชินเซ็งกุมิ-1
04. http://girlz99.blogspot.com/2011/02/blog-post_28.html
05. http://kendo-tool.com/staffblog/mame/index-2516.html
06. http://global.britannica.com/biography/Matthew-C-Perry
07. https://km4samurai.wordpress.com/2014/03/12/ชินเซนกุมิ
08. http://www.kartoon-discovery.com/topic/topic200711.html
09. http://kekudi.exteen.com/20080518/8225-8225-shinsengumi-2
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s