เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: ปล่อยชีวิตจริงทิ้งไป

“… เอาเป็นว่ารอบนี้ไปปากช่องกับวังน้ำเขียวละกัน” … หลังจากทริปเชียงคานคราวที่แล้ว ปีก่อนก็ตั้งใจว่าจะไปหาเที่ยวพักผ่อนซักเล็กน้อย แต่เนื่องด้วยปีก่อนเอาตังค์ไปซื้อของเล่นจนหมด ประกอบกับหาเวลาไม่ได้เลย ก็เลยอดไป … พอมาปีนี้ก็คุยๆ กันตั้งแต่ช่วงกลางๆ ปีแล้วครับ แต่ยังไม่แน่นอนว่าจะไปที่ไหน จนเมื่อเดือนก่อนก็ตกลงกันว่า “ปากช่อง-วังน้ำเขียว” นี่แหละ

หลังจากตกลงกับอ้วนฉุยเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คือ การหาที่พัก … เท่าที่หาข้อมูลจากเน็ต ที่พักที่อยู่วังน้ำเขียวราคาสูงกว่าที่พักที่ปากช่องนิดหน่อย (ปากช่อง-วังน้ำเขียวห่างกันประมาณ 60-70 กิโลเมตร) ก็เลยตัดสินใจเอาที่พักที่ปากช่องแทน … ที่จริงราคาที่พักต่อคืนก็มีหลายระดับนะ แต่รวมๆ แล้วถ้าเลือกที่พักแบบน่าไปนอนกลิ้งไป-กลิ้งมาระดับนึง (ดูภาพจากเว็บ) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 อัพ … ค่าที่พักโคตรแพงอะ !     … นั่งหาที่พักจากเว็บ agoda อยู่ประมาณ 1-2 วัน ก็ได้รายการที่พักมา 4-5 ที่ ราคาไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน จากนั้นก็มานั่งเรียงลำดับที่พักในดวงใจกัน แต่พอโทรติดต่อที่พักที่หมายตาไว้ดันเต็มหมด ส่วนใหญ่แล้วที่พักจะเต็มช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ ส่วนวันธรรมดานี่แบบโคตรว่างอะ ! … สรุปแล้วก็เลยได้ที่พักที่จัดลำดับไว้ท้ายๆ แต่มีคะแนนรีวิวสูง (ซะงั้น)

… โอเคว่าได้ที่พักแล้ว … แล้วจะไปเที่ยวไหนบ้างล่ะ !!? นั่นสิ … รู้แค่ว่าจะไปปากช่อง แต่มีอะไรให้เที่ยวบ้างนี่ก็รู้อยู่แค่ไม่กี่ที สิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คือ นั่งหาที่เที่ยว-ที่กิน

UTM  47P

Khao Yai Art Museum 762219 1610172 บ้านระเบียงน้ำ 759377 1626511
Palio Khao Yai 758667 1608575 บ้านไม้ชายน้ำ 759576 1626233
Primo Piazza 751771 1609062 บาร์ไอติม 758065 1623032
ไร่องุ่นกรานมอนเต้ 745296 1611776 ลาน-ลี-ลาร์ 757924 1615389
ไร่องุ่นพีบีวัลเล่ย์ 740791 1612604 Coffee House 759208 1611201
The Bloom by TV Pool 741636 1612520 เป็นลาว-เขาใหญ่ 751535 1609152
Flora Park 801508 1593157 Daily Home 738230 1618923
A Cup of Love 801620 1592337 ตลาดน้ำกลางดง 745543 1617383
เวโรน่า – ทับลาน 812946 1573546

… พอได้ที่เทียวแล้ว ก็ใช้ Google Earth ช่วยวางตำแหน่งกับหาค่าพิกัด … คือไม่ได้กระแดะอยากไฮเทคโนโลยีอะไรหรอกครับ … แต่กันเหนียว เพราะว่าตามตรงแล้วผมไม่เคยไปเที่ยวปากช่องมาก่อนเลย ทริปรอบนี้ก็เลยใช้ GPS นำทางแทบจะตลอด เอิ๊ก 

… ขับรถขึ้นเขา-ลงเขาครั้งแรกในชีวิต !

แผนคร่าวๆ ของทริปนี้ที่คิดไว้ก็คือ เริ่มออกเดินทางประมาณเก้าโมงเช้า … อันนี้ก็ไม่ได้ว่าถือฤกษ์อะไรหรอกครับ … พอดีว่าใช้ต้องเวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เช็คอินที่พักได้หลังจากบ่ายสองโมง ถึงสามทุ่ม … แล้ววันแรกกะว่าจะไปเอาห้องพักก่อน แล้วจะตีรถต่อไปวังน้ำเขียวกับเที่ยวเวโรน่า เพราะงั้นออกเดินทางประมาณเก้าโมงก็น่าจะพอดี

… การเดินทางของช่วงเช้าวันนี้ไม่มีอะไรมาก … นอกจากด่านโคตรเยอะ ตลอดทางเจอไปประมาณ 2-3 ด่าน … ส่วนผมก็ก้มหน้า-ก้มตาขับรถ พร้อมกับให้ GPS นำทางไปเรื่อยๆ ส่วนอ้วนฉุยก็นิ่งเป็นหลับ-ขยับเป็นกิน ดู GPS ก็ไม่ได้อีกเดี๋ยวเมารถ “อ้วนมาก”   … และแล้วก็มาถึงที่พัก พร้อมกับเอาของบางส่วนไปเก็บไว้

อ่า … ที่พักสำหรับทริปนี้ … ส่วนตัวแล้วก็โอเคระดับนึงครับ บรรยากาศส่วนที่พักก็เหมาะสำหรับพักผ่อนดี ห้องพักก็โอเคอยู่ ที่ชอบมากคือห้องน้ำ แบบถูกใจน่ะ … เนี่ยได้ไอเดียทำห้องน้ำละ ถ้ารวยๆ เดี๋ยวจะทำห้องน้ำแบบกลางแจ้ง … ไม่ใช่ว่าแบบอาบน้ำนอกบ้านพร้อมจ้วงน้ำในตุ่มอาบนะ … มันจะเป็นแบบที่หลังคาเปิดนิดหน่อยน่ะ เรียกว่า Open Air รึป่าว อันนี้ก็ไม่แน่ใจ … ชอบๆ ถูกใจ  

… กลับมาเรืองที่พักอีกนิด … ที่พักที่จองไว้เป็นที่พักที่ได้คะแนนรีวิวค่อนข้างเยอะครับ หลายคนที่เคยไปมารีวิวว่าน่าพัก … โอเคว่าผมว่าก็น่าพักนะ แต่ถ้าที่พักมีบริเวณกว้างๆ กว่านี้หน่อยจะดีมากครับ … คือที่พักรอบนี้เป็นรีสอร์ทเล็กๆ … แต่ถ้านึกถึงคำว่า “รีสอร์ท” มันก็ต้องเป็นที่พักแบบที่มีที่ว่างนิดเนิง สนามหญ้านิดหน่อย เอาไว้พอดูแล้วกว้างๆ น่ะว่ามั้ย แต่รีสอร์ทหลายๆ แห่งที่นี่มันก็แนวๆ เดียวกันน่ะนะ คือพอเห็นแล้วรู้สึกว่าราคาที่พักขนาดนี้ น่าจะโอเคกว่านี้หน่อยมั้ย แบบนี้มันรู้สึกพอๆ กับนอนโรงแรมน่ะ แล้วถ้างั้นนอนโรงแรมน่าจะดีกว่ามั้ย เพราะอย่างน้อยก็ราคาถูกกว่าเกือบครึ่งน่ะนะ … ส่วนที่จอดรถก็แบบจอดกันตามใต้ต้นไม้น่ะครับ ก็ … อืม … โอเคว่าจอดได้ … อีกอย่างนึงที่อยากบ่นก็คือ เครื่องทำน้ำอุ่น … พอดีเครื่องทำน้ำอุ่นมันเป็นแบบต้องเปิดน้ำเบาๆ น้ำจะได้อุ่นๆ น่ะครับ แต่ไปเที่ยวแบบนี้ผมก็อยากได้น้ำอุ่นแบบว่าเปิดแรงๆ ให้มันสะใจสมกับไปพักผ่อนหน่อยน่ะนะ   

… เอาล่ะ … หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมแรกของทริปก็เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมง … วันนี้กะไป 2 ที่ครับ ก็จะมี “a cup of love” กับ “เวโรน่า แอท ทับลาน” … ระยะทางระหว่างปากช่อง-วังน้ำเขียวก็ประมาณ 60-70 กิโล ขับรถประมาณชั่วโมงครึ่งครับ เพราะทางเป็นเนิน-เป็นเขานิดหน่อย ก่อนจะเข้าวังน้ำเขียวก็จะผ่าน “อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง” … ช่วงโค้งวิวสวยครับ แต่ดันไม่มีที่ให้จอดรถ ก็เลยได้ภาพแบบนี้ออกมา …

… อันนี้ถ่ายบริเวณจุดพักรถครับ เดินผ่านสนามหญ้าไปนิดหน่อย ฝั่งตรงข้ามรู้สึกจะเป็นรีสอร์ท แต่จำชื่อไม่ได้ละ … หลังจากแวะพักรถแป็บนึง ก็เดินทางต่ออีกไม่นานก็เข้าวังน้ำเขียวครับ … ที่วังน้ำเขียวตอนแรกกะว่าจะแวะซัก 2-3 ที่ เป็นร้านกาแฟ สวนดอกไม้กับไร่องุ่น แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ก็เลยตัดสองอย่างหลังทิ้งไป … ที่ร้านกาแฟเคยมาแล้วรอบนึงครับ หลายปีก่อน รอบนี้มาเอง กะว่าจะแวะซื้อชากินซะหน่อย ดันคนเยอะ (มาก !) ก็เลยแวะถ่ายรูปอย่างเดียว … เพราะจุดหมายหลักๆ อยู่ที่ทับลาน

… พอเลี้ยวขวาจากปากทางไปเจอถนนใหญ่นิดหน่อยก็เริ่มต้นลงเขา … ผมไม่เคยขับรถขึ้นเขา-ลงเขามาก่อนเลย พูดจริงๆ … เขาในทีนี้คือเขาแบบที่เป็นเขาต้องใช้เกียร์ต่ำน่ะครับ … ระยะทางลงเขาไปทับลานก็ประมาณ 4-5 กิโล … โอ๊ว เด็กๆ … ที่จริงมันก็ไม่ได้ลาดมากนะ แต่ถนนสายนี้รถบรรทุกโคตรเยอะน่ะ … ขับลงเขาครั้งแรกแล้วยังมาเจอรถบรรทุกอีก … แต่สุดท้ายก็ขับผ่านไปได้ … ดีใจ  

ลงเขามาแล้วขับรถต่ออีกไม่นานมากก็มาถึงจุดหมายปลายทางครับ … ตั้งอยู่ตรงข้ามกับอุทยานแห่งชาติทับลานพอดี … ใช้เวลาอยู่นี่ตั้งแต่ประมาณห้าโมงเย็นถึงทุ่มนึงครับ … กลับค่ำมากไม่ได้เพราะต้องเผื่อเวลาตีรถกลับปากช่องอีก

คนมาเที่ยวไม่เยอะมากครับ … พอมีที่ว่างให้ได้ถ่ายรูปเล่น จุดเด่นของที่นี่ก็คงเป็นที่สะพานนี่แหละ … ส่วนพื้นที่อื่นๆ ก็มีให้ถ่ายรูปเล่นได้เรื่อยๆ … หลังจากนางแบบอ้วนเหนือยหมดสภาพแล้ว ก็ได้เวลาขับรถกลับที่พัก … ตั้งใจว่าจะไปหาข้าวกินที่ปากช่องครับ ส่วนอ้วนฉุยก็หาของกินรองท้องไป

… สำหรับมื้อค่ำวันนี้ มีอยู่ 2 ตัวเลือก เป็นร้านที่อยู่ใกล้ๆ กัน … ร้านที่ตั้งใจว่าจะไปเป็นร้านที่อยู่หลังโรงแรมครับ แต่ปรากฏว่าไปถึงปุ๊บ … เก็บครัวปั๊บ … พนักงานบอกว่าวันนี้เงียบ ไม่ค่อยมีลูกค้าก็เลยเก็บของกันแล้ว อีกอย่างก็ข้าวหมดด้วย … นักท่องเที่ยวสองคนก็เลยต้องไปหาอาหารประทังชีวิตที่อื่นต่อ … พอดีถนนด้านหน้าเหมือนมีงาน หรือถนนคนเดินอะไรซักอย่าง ก็เลยพากันข้ามถนนไปดูเผื่อมีของกิน แต่ปรากฏว่ามีแต่ขนม … หันซ้าย-หันขวาก็ไม่รู้จะไปทางไหน ตอนหาข้อมูลมีคนแนะนำร้านข้าวต้มหน้าอำเภอนะ … ว่าแต่ว่า … หน้าอำเภอนี่มันอยู่ตรงไหนล่ะ … ไม่ได้หาตำแหน่งอะไรมาเลย … ก็เลยว่าไปอีกร้านที่อยู่ข้างๆ แทนละกัน

ร้านนี้ตอนแรกก็ว่าจะมาอยู่ครับ แต่ตัวร้านมีของสะสมด้วย ก็เลยกะว่าจะมาวันหลังเผื่อใช้เวลาถ่ายรูปเล่นด้วย แต่ด้วยความที่ตอนนี้ก็เกือบสามทุ่มแล้ว ไม่รู้จะไปกินอะไรดี ก็เลยมาร้านนี้เลยละกัน … จากถนนใหญ่เข้าซอยไปประมาณ 200-300 เมตร ก็เจอร้านครับ …

… เป็นร้านแนะนำที่ถ้าหาข้อมูลตามเน็ตจะต้องเจอเป็นร้านแรกๆ แน่นอน … ผมกับอ้วนฉุยเดินเข้าร้านไปตอนเกือบสามทุ่ม ด้วยความที่เกรงใจกลัวร้านปิดครัวแล้ว เลยถามก่อนว่ายังพอมีอะไรขายมั้ย … เจ้าของร้าน (มั้ง) ก็เลยว่าร้านยังไม่ปิด (ร้านปิด 4 ทุ่มครับ แต่ปกติหลายร้านจะปิดครัวก่อน) พร้อมกับให้พนักงานพาไปนั่งโต๊ะ … ได้โต๊ะติดริมน้ำครับ

… เดินไปนั่งโต๊ะท่ามกลางสายตาของพนักงานทั้งหลายที่คงมีอารมณ์ประมาณว่า “มาทำไมตอนนี้” … เอ่อ ตอนนั้นยังมีคนนั่งอยู่อีก 2-3 โต๊ะครับ ถ้าเกิดเข้าไปแบบโต๊ะเดียวเน้นๆ นี่บรรยากาศคงมาคุกว่านี้แน่ๆ … แต่ก็นะ … ฉงฉานเค้าเถ๊อะ … หิวข้าวจะแย่อยู่แย้ววว   … หลังจากได้เมนูอาหารมาก็บรรจงเลือกสั่งอาหาร อันประกอบไปด้วย คะน้าหมูกรอบ ยำถั่วพลู และโรตี-แกงเขียวหวาน … รออาหารไม่นานทั้งสามอย่างก็ถูกเอามาวางตรงหน้า และใช้เวลาอีกไม่นานเช่นกัน อาหารทั้งสามอย่างก็อันตธานหายไปในพริบตา … อาหารก็โอเคครับ ถูกปาก-ถูกใจ … ส่วนค่าอาหาร-เครืองดื่มก็ซัดไปร่วม 600 กว่าบาท … อืม … ราคาอาหารของเมืองท่องเที่ยว   

วันแรกของการเดินทางก็จบลงตอนเวลาประมาณสี่ทุ่ม … คือหมดสภาพมาก พร้อมกับอิ่มมากเช่นกัน … เพราะงั้นก็อาบน้ำแล้วก็นอนสิครับ … อากาศก็เย็นๆ มุดผ้าห่มนิดนึงเป็นอันใช้ได้ เอิ๊ก

… อ้วนฉุยงอแง

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ท่ามกลางท้องฟ้าสลัวเล็กน้อย อากาศเย็นถึงกำลังดี … อุณหภูมิประมาณ 17 องศา … ตื่นนอน-อาบน้ำ-กินข้าว ที่หน้ารีสอร์ทตอนประมาณเก้าโมงครึ่ง … ก็นั่งถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับป้าเจ้าของรีสอร์ทนิดหน่อยสำหรับโปรแกรมของวันนี้ … อ่อ … ข้าวเช้าของที่นี่เจ้าของจะมาทำให้กินเองครับ มีเป็นพวกอาหารเช้าแบบฝรั่ง แนวๆ ไข่เจียว ไข่ดาว ฮอทดอก ไข่กระทะ ข้าวต้มพร้อมผัดผักบุ้ง แล้วก็ข้าวผัดหมู … ก็เลือกเอาซักเมนูน่ะครับ

สำหรับโปรแกรมวันนี้จะเน้นตระเวณรอบๆ ปากช่องครับ … ก็มีไร่องุ่น (อันนี้อ้วนฉุยอยากไปมาก) พริโมฯ ปาลิโอ แล้วก็พิพิธภัณฑ์ฯ … โปรแกรมแรกเริ่มที่ไร่องุ่นครับ … เท่าที่หาข้อมูลมาก็มีอยู่ 2 ที่ที่น่าจะคุ้นชื่อ ก็คือ “ไร่องุ่นกรานมอนเต้” กับ “ไร่องุ่นพีบีวัลเล่ย์” … ผมเลือกที่กรานมอนเต้ครับ เพราะดูจากรูปรีวิวในเน็ตแล้วด้านหลังติดภูเขา น่าจะสวย … แต่ที่จริงด้านหลังมันติดเขาทั้งสองที่นั่นแหละครับ

… ขับรถจากที่พักประมาณนึงก็ไปโผล่ที่จุดหมายปลายทางครับ แต่ … ทำไมมันเงียบๆ แอบมองไปตรงแปลงองุ่นก็มีป้าย “ห้ามเข้า” ซะงั้น … เอิ่ม … ตกลงมันมาเที่ยว-ถ่ายรูปได้เปล่าเนี่ย … รอดูสถานการณ์ซักพักแล้วก็ “กลับกันเถอะ” เพราะไม่แน่ใจว่ามันเที่ยว-ถ่ายรูปได้รึเปล่าน่ะ … ระหว่างที่กลับออกมา อ้วนฉุยที่อยากไปไร่องุ่นมากก็เลยบอกว่า “งั้นไปอีกที่ดู” … ครับผม … รับทราบคร๊าบ … ก็เลยขับรถต่อออกไปอีกประมาณสิบกว่าโลได้ จนไปถึงไร่องุ่นอีกแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในซอยแบบโคตรลึกลับน่ะ …

ไร่องุ่นที่แวะที่ที่สองแลดูเป็นแหล่งท่องเที่ยวกว่าครับ … มีรถจอดเต็มพรึบ … อ้วนฉุยก็เริ่มออกอาการดีใจเล็กน้อย … หลังจากหาที่จอดรถได้ ก็เดินตากแดดตอนประมาณ 11 โมงเช้าไปหาที่ถ่ายรูป ก็ได้ประสบพบเจอกับองุ่นมาตามภาพ …

… นอกจากไร่องุ่นแล้ว ก็มีโซนร้านอาหารกับร้านของฝากครับ … ร้านอาหารนี่คนเยอะมาก วันที่ไปรู้สึกจะมีทัวร์มาลงด้วย … แล้วก็มีเป็นโปรแกรมนั่งรถชมไร่ครับ โปรแกรมนี้เสียตังค์ครับ ราคาก็สาหัสอยู่เหมือนกัน … ส่วนไร่องุ่นในฝันของอ้วนฉุยคาดว่าต้องนั่งรถไปดูครับ แต่องุ่นที่อยู่ใกล้ๆ กับโซนอาหารก็ตามภาพด้านบนเลย …

ออกจากไร่องุ่นตอนประมาณเที่ยง-บ่ายโมง ก็กะว่าจะไปกินส้มตำกันครับ … ร้านอาหารอีสานขึ้นชื่อของปากช่อง ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับ Primo Piazza … คนเยอะมากครับ … เยอะแบบต่อแถวกันจองคิวกินข้าวน่ะ … เว่อร์มาก !    … ผมกับอ้วนฉุยไปชะเง้อดูสถานการณ์แล้ว คาดว่าถ้ารออยู่นี่คงไม่ได้กินแน่ๆ เลยกลับออกมาแล้วจะไปหาข้าวกินที่อื่น แต่ด้วยความที่มันอยู่ใกลักับจุดหมายอีกแห่งของทริปมาก ก็เลยว่าแวะนี่ก่อนแล้วกัน ค่อยหาข้าวกิน หรือไม่ก็กินอยู่นี่เลย

… จุดหมายที่สองของวันก็เลยเป็นที่ Primo Piazza … เสียค่าเข้าคนละ 100 บาท ครับ … ระหว่างที่เดินผ่านประตู (ด้านขวาในภาพ) ก็เหลือบไปเห็นรายการอาหาร พร้อมราคาเบาๆ อาทิเช่น ข้าวไข่เจียว 100 บาท  … คือดีงาม … หาข้าวกินข้างนอกละกันนะ   … ส่วนบรรยากาศก็ตามภาพน่ะคัรบ … พื้นที่ไม่กว้างมาก นอกจากพื้นที่ในภาพแล้วก็จะมีทางด้านซ้ายเป็นสนามหญ้ากับฟาร์มแกะ … ส่วนด้านหลังตึกก็มีศาลาอีกนิดหน่อย

ใช้เวลาที่นี่ไม่นานมากครับ น่าจะประมาณ 30-45 นาที มั้ง เพราะอ้วนฉุยงอแงหิวข้าว … เอ่า … ก่อนแวะเห็นบอกว่ายังไม่ค่อยหิว … นางแบบหน้าเป็นตูด พร้อมกับโดนข้อหาบังคับผู้หญิงอ้วนถ่ายรูป เพราะผู้หญิงอ้วนอยากมาพักผ่อนพร้อมเที่ยวแบบเบาๆ ถ่ายรูปบ้างประปราย … หลังถ่ายรูปเสร็จก็เลยต้องรีบพาอ้วนฉุยไปหาข้าวกินครับ   

มื้อเที่ยงวันนี้ก็เอาเป็นว่า … แวะที่ร้านนี้แล้วกัน … ร้านตั้งอยู่ข้างถนนใหญ่ครับ หาไม่ยาก … ระหว่างทางที่ขับรถมา เหลือบไปเห็นอีกเลนรถติดต่อกันยาวเป็นกิโล … หนีรถติดเมืองหลวงมาติดอยู่ปากช่องหรืออย่างไร … กลับมาที่ร้านอาหารดีกว่า … ร้านนี้เป็นร้านแนะนำอีกร้านนึงที่หาข้อมูลมาจากเน็ตครับ …

ตอนแรกกะว่าจะมาตอนค่ำ … แต่ตอนค่ำอ้วนฉุยมีแผนไปกินสุกี้ครับ … ร้านนี้เลยยกมาตอนกลางวันละกัน … หลังจากรับเมนูมาก็สั่งอาหารไป 3 อย่าง ก็จะมีคะน้ำมันหอย ต้มยำไก่ แล้วก็ฉูฉี่ปลาทู ครับ … ใช้เวลารออาหารพอสมควร โดยเฉพาะเมนูสุดท้าย มาตอนข้าวเกือบจะหมด … รสชาติอาหารอร่อยถูกปากครับ … คะน้าก็แซ่บ ต้มยำไก่ตอนแรกที่กินแบบว่าเปรี้ยวมาก แต่กินๆ ไปก็ … เออ อร่อย … สนนราคาแล้วก็อยู่ที่ประมาณ 600 กว่าบาทเช่นกัน … อืม .. เมืองท่องเที่ยว เมืองท่องเที่ยว … ท่องไว้   

… พออิ่มแล้วก็วางแผนเดินทางต่อ … จุดหมายที่เหลือของวันนี้มี 2 ที่ ก็จะมี Khao-Yai Art Museum ผมเรียกพิพิธภัณฑ์ฯ ละกัน ส่วนอีกที่ก็คือ ปาลิโอ … หลังกินข้าวเสร็จประมาณบ่ายสามโมง … อ้วนฉุยที่อยากกินส้มตำมากแต่ต้องผิดหวัง ยังคงอยากกินส้มตำอยู่เหมือนเดิม สุดท้ายก็ได้แวะซื้อใส่ถุงกลับไปกินอยู่ที่พัก ส่วนผมก็หลับรอสิครับ กินอิ่มๆ มา ถึงเตียงปุ๊บ-หลับปั๊บ … ก่อนจะหลับก็วางแผนกันว่าจะไปเก็บอีกสองที่ตอนเย็น ประมาณซัก 4 โมงเย็นละกัน แดดเริ่มร่มแล้ว แต่ดันหลับยาวไปถึงห้าโมงเย็น … พอตื่นมาแบบเมาๆ ก็ล้างหน้า-อาบน้ำพอสดชื่น แล้วออกไปตามเก็บที่เหลือ

ที่่แรกที่แวะก็คือ พิพิธภัณธ์ฯ ตามข้อมูลที่หาจากเน็ตบอกว่าปิดตอนสองทุ่มครับ … แหม … ไปตอนห้าโมงเย็น-ห้าโมงครึ่่ง มีเวลาอีกเยอะแยะ … แต่พอจะเลี้ยวรถเข้าไปเท่านั้นแหละ … รปภ. มาสวัสดี พร้อมบอกว่า “ปิดตอนห้าโมงครึ่งครับ !” … พอเหลือบไปดูนาฬิกาก็เห็นว่าอีก 2 นาทีห้าโมงครึ่ง … เยี่ยมมาก … ผิดแผนเลยคราวนี้ ดันเลื่อนเวลาปิด … คือ รปภ. แกบอกว่าเมื่อก่อนมีร้านอาหารด้วยครับ เลยปิดตอนสองทุ่ม แต่ตอนนี้ร้านอาหารปิดไปแล้ว ก็เลยเลื่อนมาปิดตอนห้าโมงครึ่งแทน

พลาดเป้าหมายแรกไปเพราะข้อมูลไม่อัพเดต … ก็เลยตามไปเก็บจุดที่เหลือเลยละกัน … จุดสุดท้ายของวันก็คือ “ปาลิโอ” ครับ … แหล่งท่องเที่ยวประจำปากช่องแห่งหนึ่ง พอดีที่ปาลิโอมีร้านสุกี้คู่บ้าน-คู่เมือง แล้วอ้วนฉุยที่เบื่อคะน้าก็เลยเห็นดี-เห็นงามที่จะกินสุกี้แทนข้าวเย็น ก็เลยจัดปาลิโอเป็นโปรแกรมช่วงเย็นซะเลย อีกอย่างคือตอนกลางวันคนเยอะมากครับ แต่ตอนที่ไปถึงประมาณหกโมงเย็นได้ คนเริ่มเบาบางลงแล้ว ถึงจะยังมีอยู่พอสมควรแต่ก็เดินง่ายตอนกลางวันอยู่หรอก

… สำหรับที่ปาลิโอใช้เวลาเดินเล่นกับถ่ายรูปอยู่ประมาณชั่วโมงครึ่งครับ แล้วก็ไปนั่งสุกี้กันต่อ … จะมีซักกี่ครั้งที่อยากกินสุกี้คู่บ้าน-คู่เมืองแล้วต้องรอคิว … ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นนี้ เชิญมาลองที่นี่ได้ครับ … ตอนแรกเดินผ่านก็เช็คเวลาปิดร้าน-ปิดครัวก่อนครับ เดี๋ยวจะพลาด ปรากฏว่ามีเวลาอีกเยอะ แถมตอนนั้นก็มีโต๊ะว่างอยู่พอสมควร แต่คาดว่าน่าจะเป็นโต๊ะจอง เพราะตอนหลังเห็นมีเบอร์จองโต๊ะติดไว้หน้าร้านซะงั้น … พอเดินเล่นเสร็จถึงเวลาไปกินปรากฏว่าโต๊ะเต็ม ต้องจองคิวไว้ รออยู่ประมาณ 15-20 นาที ถึงได้กิน … พอเริ่มอิ่มท้องก็ออกมาเดินย่อยอีกซักพักครับ ช่วงนั้นคนเริ่มน้อยลงเยอะละ ร้านหลายร้านก็เริ่มเก็บของแล้ว ก็เลยได้โอกาสถ่ายรูปอีกรอบ เอิ๊ก … จนประมาณสามทุ่มก็ได้เวลากลับที่พักครับ

… ที่ปาลิโอมีแกลลอรี่เล็กๆ อยู่ 2-3 ที่ครับ … ห้ามถ่ายรูปรึเปล่า !? อันนี้ผมก็ไม่รู้แต่ก็ถ่ายมาพอสมควรอยู่ เอิ๊ก … ชอบสองรูปด้านบนนะ … หลอนยังไงไม่รู้แหม

… ขออภัยไม่มีป้ายบอก

เมื่อวานมาไม่ทันพิพิธภัณฑ์ฯ วันนี้ก็เลยมาตามเก็บให้ครบ … ตอนแรกวางแผนว่าวันสุดท้ายจะกลับเลย แวะแค่ที่ “วัดโนนกุ่ม” … แต่มีโปรแกรมเหลือก็เลยได้แวะช่วงเช้า

… หลังจากกินข้าวเช้าที่รีสอร์ท พร้อมเก็บของกลับ ประมาณ 11 โมงนิดๆ ก็มาถึงพิพิธภัณฑ์ฯ … วันนี้คนเยอะพอสมควร ก็เห็นถ่ายรูปกันบริเวณทางเข้ากับอาคารแสดงภาพวาดหลังหนึ่งครับ … ผมกับอ้วนฉุยก็เดินเข้าไป แต่กะว่าจะมาถ่ายรูปตรงที่คนเยอะๆ ทีหลัง จะเข้าไปถ่ายรูปอาคารด้านในก่อน … คือบริเวณพิพิธภัณธ์ฯ จะมีอาคารอยู่ประมาณ 4-5 หลังครับ ตอนแรกเข้าใจว่าแต่ละหลังจะแสดงงานต่างกัน สามารถเดินเข้าไปดูได้ทุกอาคาร … แต่ … ความจริงแล้วเปิดให้เข้าเฉพาะอาคารหลังแรกใกล้ๆ กับทางเข้านั่นแหละ … ด้วยความที่ไม่รู้ แถมไม่มีป้ายบอก ก็เลยพากันเดินไปจนเกือบอาคารหลังสุดท้าย พอดีกับที่แม่บ้านเปิดประตูมาเจอ … เลยบอกว่าเยี่ยมชมได้เฉพาะอาคารตรงทางเข้า … เอ่า … ก็เค้าไม่รู้นี่นา … มิน่าคนไปออกันอยู่แค่แถวนั้น ตรงอื่นล่ะเงียบมาก !  

สำหรับอาคารแสดงผลงานแบ่งออกเป็น 3 ห้องครับ (เท่าที่เห็นแล้วเข้าไปดู) … ข้างในก็จะมีภาพวาดแขวนตามผนัง … ครั้งแรกเลยจริงๆ ที่ได้ไปพิพิธภัณฑ์แบบนี้ … ส่วนตัวก็โอเคอยู่ … แต่ผมคงไม่เข้าใจอารมณ์ของภาพหรอกนะ … ไม่ได้ติสท์ขนาดนั้น  

ตอนแรกคิดว่าจะได้ใช้เวลาอยู่ที่นี่นานนะ … แต่พอเอาเข้าจริงน่าจะใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที … เพราะนอกจากห้องแสดงภาพวาด 3 ห้องที่ว่าแล้ว ก็มีสวนที่วางรูปปั้นด้านนอกน่ะครับ ส่วนชั้นสองบริเวณที่น่าจะเคยเป็นร้านอาหารเดิมก็ติดป้ายว่าขายของที่ระลึกก็เลยไม่ได้พากันขึ้นไปดู

… พอออกจากพิพิธภัณฑ์ก็ถึงเวลาหาของฝากครับ … อ้วนฉุยกะซื้อพุทรากับองุ่นเป็นของฝาก … พุทราเห็นตามข้างทางนะ แต่องุ่นเท่าที่ถามป้าที่รีสอร์ทมา แกบอกว่าก็มีขายอยู่ที่ไร่ไง ไปทั้งทีดันไม่ได้ซื้อมาแต่แรก … ตอนแรกก็ว่าจะซื้ออยู่นะ แต่มันก็อีกหลายวันไง แถมอากาศก็ไม่รู้จะเป็นใจให้องุ่นมันคงสภาพอยู่ได้รึเปล่า ก็เลยว่าไม่ซื้อ … วันนี้ก็เลยขับรถพาอ้วนฉุยไปตระเวณหาซื้อองุ่นครับ เอาเข้าจริงก็ไปแวะซื้ออยู่ร้านส้มตำที่ไม่ได้กินเมื่อวานนั่นแหละ … มีคนเอามาวางขายอยู่ร้านนึง ราคาถูกกว่าที่ไร่นะ … ของที่ไร่น่าจะบวกค่าแพ็คเกจเพิ่มแหงๆ

หลังซื้อของฝากเสร็จก็ได้เวลาเดินทางกลับครับ ตอนแรกกะว่าจะกินส้มตำเป็นข้าวเที่ยงนั่นแหละ … แต่คนก็ยังเยอะเหมือนเดิม … สุดท้ายก็อดกินอีกรอบ … หลังจากไม่สามารถเบียดตัวเข้าไปนั่งกินส้มตำได้ ก็ต้องขับรถออกมาเรื่อยๆ กะว่าจะแวะกินข้าวตามข้างทาง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้แวะ เพราะจากปากช่องไปที่วัดใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ ครับ …

สำหรับจุดหมายปลายทางสุดท้ายแวะที่ “วัดโนนกุ่ม” ครับ … วัดที่มีหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ๆ … เคยไปมาแล้วรอบนึงเมื่อหลายปีก่อน พอดีดูแผนที่แล้วเห็นว่าผ่านพอดี เลยถามอ้วนฉุยว่าอยากไปมั้ย … โอเคว่าอ้วนฉุยอยากแวะก็เลยจัดให้ครับ … ภายในวัดพื้นที่กว้างอยู่เหมือนกัน รถจอดเต็ม คนเยอะมาก … หลังไหว้พระเสร็จก็แอบไปโรงทานนิดหน่อย ได้ราดหน้ากับน้ำแข็งไสมาอย่างละนึง กินรองท้องครับ เพราะตอนนั้นก็บ่ายสองกว่าๆ เกือบบ่ายสามแล้ว … กะว่าจะแวะกินเนื้อย่างที่นางรองก่อนกลับซะหน่อย ก็เลยไม่ได้แวะกินข้าว … แต่สุดท้ายก็ได้กลับมากินเนื้อย่างในเมืองแทนครับ เพราะกลับถึงเมืองก็ประมาณห้าโมงเย็น

… บทส่งท้าย

ทริปนี้ส่วนใหญ่หมดไปกับค่าที่พักครับ … ส่วนค่าอาหารถ้าเลือกร้านสำหรับเมืองท่องเที่ยวหน่อยก็ราคาสาหัสอยู่เหมือนกัน คิดง่ายๆ ว่าสั่งแบบเดียวกันแถวบ้าน ราคาจะถูกกว่าประมาณครึ่งนึงครับ แต่ก็เอาน่า … นานๆ ที ถือว่าไปเที่ยวพักผ่อน … ส่วนเรื่องที่เที่ยว-ที่กิน ที่จริงเช็คไว้หลายที่เหมือนกันนะ … อย่างที่เที่ยวอีกที่นึงก็จะมี “ทอสกาน่า” อันนี้ตั้งอยู่ข้างทางเส้นที่จะไปวังน้ำเขียว ห่างจากที่พักประมาณสิบกว่าโล ตอนแรกเห็นรีวิวในเน็ตก็ว่าสวยอยู่ แต่เหมือนว่าจะจำกัดพื้นที่ให้เข้าไปดูน่ะครับ ก็เลยไม่ได้ลิสต์ไว้ แต่พอขับรถผ่านก็ … เออ น่าแวะอยู่เหมือนกัน … แต่อ้วนฉุยบอกว่ามันสไตล์เดียวกันกับเวโรน่า ปาลิโอ พริโมฯ … ก็เลยไม่แวะ

นอกจาก “ทอสกาน่า” แล้ว ช่วงก่อนที่จะไปประมาณ 2-3 อาทิตย์ แถวเขาใหญ่มีที่เที่ยวใหม่ด้วย เป็นไร่ดอกทานตะวัน ตอนแรกก็ดีใจนะ เพราะคิดว่าคงได้ไปแน่ๆ แต่กลายเป็นว่าก่อนไปอาทิตย์เดียวดันออกข่าวว่าปิดเข้าชม เพราะฝนตก ดอกทานตะวันร่วงหมดแล้ว … พลาดเลย   

สำหรับที่กินก็ลิสต์ไว้หลายที่เหมือนกัน แต่ไปแค่ไม่กี่ที่ พวกร้านขนม-ร้านไอติม ที่จริงก็อยากไปนะ … แต่เผอิญว่าจะไปทำตัวแบบฮิปสเตอร์นั่งจิบกาแฟชิลๆ มันก็ไม่ใช่น่ะ … ก็เลยไม่ได้แวะ ส่วนใหญ่เน้นที่ร้านอาหารมากกว่า แต่ก็พลาดไปหลายที่อยู่เหมือนกัน

ส่วนตัวเท่าที่ขับรถดู ผมว่าโซนที่อากาศดีน่าจะเป็นเส้นที่ตัดไปมวกเหล็กครับ … ตอนขับรถไปไร่องุ่นดูตามข้างทางแล้วบรรยากาศดีน่ะ เหมาะสำหรับพักผ่อนมาก ถ้าไปอีกทีกะหารีสอร์ทพักแถวนั้นน่าจะโอเคกว่า … แต่ถ้าเป็นถนนเส้นหลักที่ผ่านปาลิโอนี่แบบรถเยอะมาก เยอะแบบโคตรๆ น่ะ … รถเยอะไม่พอยังขับกันเร็วมากด้วย ทะเบียนจากที่เดียวกันทั้งนั้น … ขับเร็วน่ะพอเข้าใจ … แต่เคยนึกถึงคนไม่รู้ทางบ้างมั้ยครับ บางทีถ้าผมขับเร็วแล้วหลงทางก็ไม่รู้จะไปทางไหน อีกอย่างใช่ว่าจะขับช้ามาก ก็ประมาณ 60-80 นะ … แต่เท่าที่ดูพวกพี่ขับกันนี่ผมว่า 80-120 แหงๆ … จะรีบไปไหนคร๊าบ … มาพักผ่อนกัน ชีวิตนี้ช้าลงบ้างได้มั้ย อยากมาสูดอากาศกันไม่ใช่เหรอ … แล้วอีกอย่างที่น่าเบื่อมากก็คือพวกชอบขับรถแบบจ่อตูดน่ะ คือขับเร็ว แต่ (เสือก) ไม่มีปัญญาแซงน่ะครับ เลยมาขับจ่อตูดบังคับให้ต้องขับเร็วตาม เพื่อ …

… สำหรับทริปนี้ก็สนุกอยู่นะ แต่เหมือนมันยังไม่สุด คือถ้าเทียบกับทริปเชียงคาน ผมว่าทริปเชียงคานสนุกกว่านะ อาจจะเป็นเพราะทริปรอบนี้มันไปหลายที่มั้ง ไม่เหมือนเดินเล่นอยู่เชียงคาน ที่มีอยู่ที่เดียวแล้วเดินเล่นไปเรือยๆ … แต่โดยรวมก็โอเคอยู่ครับ เปลี่ยนบรรยากาศ พักผ่อนบ้างเล็กน้อย … แต่อ้วนฉุยคงบ่นว่าไม่ได้พักผ่อน เพราะมีแต่โดนบังคับถ่ายรูปแหงๆ เอิ๊ก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s