เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: สี่ปีที่หายไป

… หลังจากได้งานใหม่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2558) … เป็นช่วงที่ชีวิตผมพบเจออะไรใหม่หลายอย่าง แล้วก็เป็นช่วงที่ผมหายหน้า-หายตาไป … ตอนย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมาบล็อกผมจะเงียบมาก ไม่มีการอัพเดตอะไรเลยอยู่หลายปี ที่จริงก็ยังอยากเล่นอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละครับ แต่หลายๆ อย่างมันยังไม่เข้าที่-เข้าทางนัก

เริ่มแรกจากการได้งานใหม่ เปลี่ยนจากชีวิตนักศึกษากึ่งทำงานมาเป็นการทำงานเต็มตัว … สมัยเรียนผมใช้ชีวิตเด็กหอ พอมาทำงานก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเด็กหออยู่เหมือนเดิม … ช่วงแรกที่มาต้องไปเช่าหอข้างนอกครับ ราคาค่าห้องตอนนั้นประมาณ 2,500 – 2,800 บาทต่อเดือน ส่วนค่าน้ำเหมารวมเดือนละร้อย ค่าไฟคิดตามหน่วยที่ใช้ … ตอนแรกผมได้ห้องอยู่ชั้น 3 ครับ อยู่ไป-อยู่มาได้ประมาณครึ่งปีก็ย้ายลงมาชั้น 1 … ตอนนั้นเจ้าของหอปรับปรุงหอ แล้วต่อห้องเพิ่มที่ชั้น 1 แกเลยบอกให้ย้ายลงมา ซึ่งค่าห้องก็ราคาสูงขึ้น กลายเป็น 3,500 บาทต่อเดือน กับเงินเดือนสมัยนั้นได้ประมาณหมื่นสองครับ … คิดเอาว่าค่าใช้จ่ายจะขนาดไหน

แต่หอที่ผมอยู่บรรยากาศดีครับ … บริเวณหอจะมีหอพักอยู่ 2 หลัง … หอด้านหน้าเปิดแบบรายวัน ส่วนด้านหลังที่ผมอยู่เป็นแบบรายเดือน แล้วก็จะมีสนามหญ้ากั้นกลางระหว่างหอทั้งสองหลัง ด้านข้างเป็นลานจอดรถ … ไปดูหอวันแรกนี่แบบว่าถูกใจมากครับ อยากอยู่หอนี้มาก แต่ตอนนั้นห้องยังไม่ว่าง พอดีว่ามีอยู่ห้องนึงกะลังจะย้ายออกช่วงปลายเดือนพอดี ผมก็เลยต้องรอคำตอบว่าจะได้ห้องรึเปล่า … สรุปแล้วก็ได้ห้องที่อยู่ชั้น 3 นั่นแหละ

ช่วงแรกหาร้านข้าวค่อนข้างยากครับ คือไม่รู้จะไปกินข้าวอยู่ไหน … ส่วนใหญ่ก็เลยไปหากินอยู่บิ๊กซีร่วมๆ เดือน     … ต่อมาก็ค่อยๆ ขยับขยายไปลองร้านข้าวที่อยู่แถวๆ หอดู ก็ได้ร้านประจำมาร้านนึง แต่ตอนหลังลุงกับป้าเจ้าของร้านแกย้ายออกครับ ป้าแกบอกว่าญาติลุงชวนไปเป็นกุ๊กอยู่เมืองนอก … พอร้านแกปิดไป ผมก็ต้องตระเวณหาร้านประจำอื่นอีกครั้ง

ชีวิตช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มงานใหม่ครับ หลายๆ อย่างไม่ค่อยจะอยู่ตัวนัก อีกอย่างคือที่หอมีเน็ต แต่สัญญาณอ่อนมาก … ด้วยความที่ผมติดเน็ตก็เลยไปถอยแอร์การ์ดมาอันนึง เน็ตเต่าแต่ก็ดีกว่าไม่มีเน็ตครับ … ต้องเข้าใจนิดนึงว่า 3-4 ปีก่อน เท่าที่ไปถามตามหอหลายๆ แห่งมา ไม่มีหอไหนมีเน็ตครับ !    … เพราะงั้นเวลาจะทำงานหรือค้นข้อมูลก็ต้องอาศัยเน็ตที่ทำงาน จนช่วงที่ได้ย้ายลงมาอยู่ชั้น 1 นั่นแหละที่พอต่อสัญญาณเน็ตของหอได้ ก็เลยสะดวกสบายขึ้นมาหน่อย เอิ๊ก

นอกจากชีวิตที่เดิมๆ ทุกวัน ก็คือ ตื่นนอน-ทำงาน แล้ว ของเล่นใหม่ที่ได้ช่วงนั้นก็คือ “กล้องถ่ายรูป” เพราะผมเดินทางค่อนข้างจะบ่อยพอสมควร ส่วนรายละเอียดก็เคยเล่าไว้ที่ (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: ว่าด้วยเรื่องของ … กล้อง) ครับ

เวลาเดินทางผมก็จะแบกกล้องไปด้วย ช่วงแรกก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอกครับ ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย … ช่วงนั้นพอมีเวลาหน่อย หรือวันไหนเบื่อๆ ก็จะขับรถน้อยออกไปเที่ยวใกล้ๆ พร้อมกับกล้องคู่หูครับ

… ถัดมาช่วงปี พ.ศ. 2554 … เป็นปีที่เดินทางบ่อยมาก ไล่ตั้งแต่ไปเที่ยวเชียงคานกับเพื่อน  (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: เชียงคาน … ยังหวานอยู่)  … ทริปปาย-ปางอุ๋ง-แม่ฮ่องสอน  (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: กาลครั้งหนึ่ง … ปายอินเลิฟ) … รวมถึงทริปที่ไปทำงาน ซึ่งก็ไปมาครบทุกภาคของประเทศแล้ว เอิ๊ก (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: เที่ยวเมืองไทย … ไม่ไป-ไม่รู้)  … นอกจากการเดินทางที่เกี่ยวกับงานแล้วก็มีตระเวณเที่ยวในเขตอำเภอเมืองที่พึ่งย้ายมาอยู่ครับ ตอนนั้นไปไหน-มาไหนคนเดียว นึกครึ้มอก-ครึ้มใจก็สะพายกล้องไปถ่ายรูปเล่น

อีกที่นึงที่เมื่อก่อนผมชอบไปบ่อยๆ ก็คือ “อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด” ครับ … อีกที่ก็คือ “อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก” … อ่างเก็บน้ำสองที่นี้อยู่ใกล้ๆ กัน ห่างจากตัวเมืองประมาณสิบกิโลเท่านั้น … อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดค่อนข้างเงียบครับ ออกจะเปลี่ยวๆ นิดนึง ถึงแถวๆ นั้นก็มีบ้านคนอยู่เยอะก็เถอะ … ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากคนจะเยอะกว่า ถ้าเป็นบริเวณสันอ่างก็มีคนผ่านไป-ผ่านมาครับ แต่ถ้าไปแถวๆ อาคารสูบน้ำก็จะเงียบๆ หน่อย

… ถ่ายแถวอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดครับ

… อันนี้ถ่ายอยู่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก

นอกจากตระเวณถ่ายรูปในเขตอำเภอเมืองแล้ว มีอยู่วันนึง นึกสนุกยังไงไม่รู้ ขับรถไปอำเภอประโคนชัยครับ ที่จริงก็ไม่ไกลจากอำเภอเมืองมากนัก ขับรถประมาณ 30 – 45 นาที ไปแบบเดาๆ น่ะครับ วันนั้นผมตั้งใจจะไป “ปราสาทเมืองต่ำ” แล้วก็ว่าจะต่อขึ้นไปที่ “เขาพนมรุ้ง” … ก็ขับรถขึ้นไปเขาพนมรุ้งหาที่จอดรถแล้ว แต่วันนั้นเหมือนคนเยอะๆ ผมเลยขับรถกลับลงมาเลย เอิ๊ก

… พอเข้าช่วงหน้าหนาวก็ไปเดินเล่นงานงิ้วคนเดียวพร้อมกับแบกกล้องไปครับ … ใจจริงน่ะผมอยากถ่ายรูปหลังโรงงิ้วมากเลยนะ เพราะเคยเห็นหลายๆ คนถ่ายรูปมา แต่ผมไม่รู้ว่าทำไงถึงจะได้เข้าไป ก็เลยได้แค่เดินเล่น หาขนมกิน แล้วก็ถ่ายรูปเล่น

… เวลากลับบ้านก็หิ้วกล้องคู่หูกลับไปด้วยครับ แล้วก็ตระเวณถ่ายรูปเล่นกับน้อง … ช่วงนั้นยอมรับเลยว่า “บ้ากล้องมากๆ”      … คือพอเรามีกล้อง เราก็อยากทดลองอะไรหลายๆ อย่างน่ะครับ เวลาเห็นใครถ่ายรูปสวยๆ เราก็อยากรู้ว่าเขาถ่ายยังไง ตั้งกล้องยังไง ก็เลยถ่ายไปเรื่อยเปื่อย ถ้าครั้งไหนกดชัตเตอร์แล้วภาพโอเคก็จะพยายามจำๆ ไว้ว่าตั้งกล้องยังไง อิอิ

ส่วนชีวิตการทำงานในช่วงปี พ.ศ. 2554 ก็มีความมั่นคงขึ้นระดับนึงครับ แล้วก็มีการปรับเงินเดือนตามวุฒิฯ … ช่วงนั้นก็ยังคงอยู่ที่หอเดิม ชีวิตก็ยังวุ่นๆ อยู่เหมือนเดิม … อีกเรื่องนึงที่เกิดขึ้นในปีนี้ก็คือ ผู้หญิงคนนึงที่ผมคุยด้วยมาเกือบๆ สามปีได้หายไปจากชีวิต    … เศร้าอยู่ประมาณ 3 – 4 เดือน ก็มาเจอกับ “อ้วนฉุย” ครับ … ช่วงหลังๆ ไปไหน-มาไหนก็ลากคนอ้วนๆ นี่แหละไป เอิ๊ก

นอกจากมีเพื่อนเล่นแล้ว … ช่วงวันลอยกระทงก็ทำให้ผมรู้ว่า ที่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากมีงานลอยกระทงครับ เอิ๊ก … จริงๆ แล้วอ้วนฉุยเองก็ไม่รู้ครับ พอดีตอนนั้นจะไปลอยกระทงครับ แล้วที่จัดงานในเมืองคนเยอะมาก ผมเลยว่าลองไปดูแถวอ่างเก็บน้ำมั้ย อย่างน้อยก็น่าจะพอลอยได้อยู่มั้ง … ก็ขับรถกันไปสองคนครับ ทางเข้าไปอ่างเก็บน้ำก็มืดมาก ในใจก็คิดว่าคงจะได้ลอยกระทงมืดๆ แหงๆ … แต่ปรากฏว่าพอรถโผล่ไปตรงสันอ่างก็มีรถจอดอยู่เยอะพอสมควร มีกระทั่งร้านขายกระทงกับร้านขายโคม !

… ช่วงแรกก็ลอยกันมืดๆ แบบนี้แหละครับ แต่ปีล่าสุด (พ.ศ. 2558) เขาเปิดไฟถนนให้ สว่างมาก !

ถัดมาในปี พ.ศ. 2555 ผมมีโอกาสได้เดินทางไปนอกประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิต ตอนนั้นเป็นทริปที่เวียดนามครับ ตามที่เคยเล่าไว้ใน  (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: ซินจ่าว … เวียดนาม)  ถัดจากทริปเวียดนามไม่นานก็มีอีกทริปนึง ซึ่งก็คือ ทริปเกาะเต่า-เกาะนางยวนครับ  (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: … จะเอาเธอนั้นไปลอยทะเล)

นอกจากเรื่องของการเดินทางแล้ว ก็ถึงเวลาย้ายหอครับ … ตอนนั้นที่ทำงานสร้างหอพักขึ้น ผมเลยได้ย้ายหอเข้ามา ก็ประหยัดค่าเช่าห้องไปเยอะเลยครับ … สภาพห้องใหม่กว้างขวางดีครับ ตอนแรกรู้สึกโล่งๆ เพราะห้องกว้าง แต่ตอนนี้รู้สึกอยากให้ห้องกว้างกว่าเดิมครับ     … ส่วนเรื่องงานก็ยังเรื่อยๆ เหมือนเดิม … วุ่นอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป แต่เริ่มเข้าที่-เข้าทางครับ พอมีเวลาไปลั้ลล้ามากขึ้น

… ถ่ายจากหลังห้องครับ

หลังจากย้ายหอใหม่ช่วงประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ก็วุ่นๆ กับการจัดห้องครับ พยายามจัดห้องหลายๆ แบบ แล้วก็เลือกแบบที่ถูกใจที่สุด นอกจากนี้ ก็มียืมตังค์แม่ซื้อของใช้เข้าห้อง ยืมแต่ไม่เคยคืนเหมือนเดิม เอิ๊ก

ถัดมาในปี พ.ศ. 2556 ก็มีอะไรใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตพอสมควรครับ … เรื่องแรกก็คือ ให้รางวัลชิ้นใหญ่กับตัวเอง ถึงจะอาศัยตังค์แม่ด้วยก็เถอะนะ อิอิ … พอดีตอนนั้นมีโครงการรถคันแรกครับ ผมก็เลยมีโอกาสได้เปลี่ยนรถกับเขามั่ง ที่จริงรถคันเก่าก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาครับ อย่างที่เคยเล่าไว้ใน (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: … กาลครั้งหนึ่งเมื่อ 2553) … แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็เลยกลั้นใจเปลี่ยน

พอมีรถสภาพดี ช่วงปลายปีก็ไปเที่ยวครับ เป็นทริปแรกที่ไปเที่ยวด้วยตัวเอง ใช้ตังค์เก็บของตัวเองเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทริปง่ายๆ นี่แหละครับ เพราะมีปัญญาแค่นั้น ทริปคราวนั้นก็คือ “เชียงคาน” นั่นเอง  (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: เชียงคาน … ยังหวานอยู่) … สนุกครับ ปีต่อมาว่าจะไปอีก เพราะเผอิญตังค์หมด ก็เลยอดไป ปีนี้ (พ.ศ. 2558) ตั้งใจว่าจะไปอีกครั้ง คราวนี้ว่าจะขอเป็น 3 วัน 2 คืน ให้ได้นอนพักผ่อนสบายๆ ซักวันน่าจะดีกว่า อิอิ … นอกจากทริปเชียงคานก็มีทริปสบายๆ แบบไปเช้า-เย็นกลับทริปนึงครับ พอดีตอนนั้นมีที่เที่ยวแห่งใหม่ อ้วนฉุยชวนก็เลยได้ไป ที่เที่ยวที่ว่าก็คือ “เพลาเพลิน” ครับ … ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 30 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

นอกจากทริปปลายปีที่ไปเองแล้วก็มีโอกาสไปต่างประเทศอีกรอบครับ … คราวนี้ออกค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควร แล้วก็มีโอกาสนั่งเครื่องบินครั้งแรก ทริปที่ว่าก็คือ “ทริปฮ่องกง-มาเก๊า” นั่นแหละ  (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: … ลัดฟ้าสู่เมืองแห่งแสงสีที่ไม่เคยหลับ)  … ส่วนทริปที่เกี่ยวกับงานก็เหมือนเดิมครับ แต่มีทริปเพิ่มมาอีกทริปนึงก็คือ “ทริปเวียงจันทน์” ตามที่เคยเล่าไว้  (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: สะบายดี … เวียงจันทน์)

ส่วนเรื่องของงานก็ถือว่าก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นนึงครับ แต่ผมคงไม่เล่าหรอก เอิ๊ก … เรื่องที่จะเล่าก็คือ … หลังจากห่างหายจากการออกกำลังไปหลายปี ถ้าจะนับย้อนหลังกลับไปก็คงตั้งแต่เรียนจบ ป. ตรี ผมก็ไม่เคยได้ออกกำลังจริงๆ จังๆ ซักที … เวลาล่วงเลยผ่านมาร่วมๆ 6 -7 ปี ผมก็หันกลับมาออกกำลังอีกครั้งครับ … เรื่องของเรื่องก็มาจากไปซื้อรถจักรยานมาขี่จ่ายตลาดนั่นแหละครับ ไปๆ มาๆ เลยได้มาขี่จักรยานออกกำลังซะงั้น  (เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: ว่าด้วยเรื่องของจักรยาน)  … ช่วงแรกๆ น้ำหนักลดครับ ลดไปสิบกว่าโล แต่ผมมันประเภทลูกโปร่ง ก็คืออ้วนๆ ผอมๆ พอน้ำหนักรถก็ไม่ได้คุมอาหาร ไม่ได้ออกกำลังหนักอีก น้ำหนักก็เด้งขึ้นมา แต่ยังน้อยกว่าตอนที่เริ่มลดอยู่นิดหน่อย ตอนนี้ก็เรื่อยๆ ครับ น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ ไม่คงที่ซักที เอิ๊ก

ปีถัดมา พ.ศ. 2557 หรือเมื่อปีก่อนนี่เอง ปีนี้ใช้ตังค์เยอะครับ หมดตังค์ไปแต่กับของเล่น ก็มีซื้อจักรยานเสือหมอบ คันที่ปั่นอยู่ตอนนี้นั่นแหละ แล้วก็ไปถอยรถสกู๊ตเตอร์มาคันนึง … ที่จริงรถสกู๊ตเตอร์น่ะผมอยากได้นานแล้ว แต่หาซื้อไม่ได้ครับ มีครั้งนึงไปเจออยู่ร้านก๋วยเตี๋ยวก็เลยถามๆ ดู แกก็จะขายให้ แต่สภาพรถแกมันค่อนข้างจะเก่าแล้วครับ ถ้าเอามานี่ก็ต้องแต่งอะไรใหม่พอสมควร และที่สำคัญคือแกไม่ลดราคาด้วย ผมก็เลยไม่ได้ซื้อต่อแก … จนปีก่อนนี่เอง พอดีเล่นเน็ตหารถสกู๊ตเตอร์ก็ไปเจอเว็บนึง เขาเอารถมาทำสีแล้วก็ขายครับ ผมก็เลยโทรสั่ง ตอนนี้ก็ขี่เล่นอยู่ในที่ทำงานนี่แหละ

นอกจากซื้อของเล่นแล้ว ก็ตามล่าหาการ์ตูนครับ … มีการ์ตูนเรื่องนึงผมหามาน่าจะร่วมๆ สิบปีได้ … พยายามหาที่เป็นมือสองก็ไม่มี จนมีสำนักพิมพ์ทำออกมาใหม่นี่แหละ พอเห็นปุ๊บ-ซื้อปั๊บทันทีครับ ยกชุดเรียบร้อย รู้สึกเหมือนว่าการรอคอยที่ยาวนานมันจบสิ้นลงแล้วน่ะ   

… พริกขี้หนูสีรุ้ง … การ์ตูนเรื่องที่ตามหามานานครับ !

ที่จริงนอกจากเรื่อง “พริกขี้หนูสีรุ้ง” แล้ว ผมก็ตามเก็บหลายเรื่องอยู่เหมือนกันนะ แต่เรื่องนี้แบบว่าฝังใจมาก สมัยเป็นเด็กเคยเห็นมีรวมเล่มออกมาขาย แต่ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าไม่รู้ว่ามันสนุกครับ     … จนสมัยเรียน ป. ตรี พี่มันพาไปเช่าการ์ตูน แล้วผมลองเช่ามาอ่านนั่นแหละ พออ่านจบแบบว่าชอบมาก ! พยายามตามหามาหลายปี ทั้งแบบพิมพ์ใหม่ ทั้งตามร้านมือสองครับ จนถึงกับเคยถามซื้อกับร้านเช่าการ์ตูนน่ะ แต่เจ้าของร้านเองก็ไม่คิดจะขายครับ จนเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ไปร้านการ์ตูนที่บ้านแล้วเห็นวางเรียงกันครบเซ็ต แทบไม่ต้องคิดอะ ผมหยิบมาจ่ายตังค์เลย เอิ๊ก …

ส่วนเรื่องอื่นๆ ของปีก่อนก็มีช่วงงานอะไรซักอย่าง จำไม่ได้เหมือนกัน เอิ๊ก … เขาติดไฟทั่วเมืองครับ … โดยเฉพาะที่วงเวียนนี่แหละ ผมก็สะพายกล้องคู่หูไปถ่ายรูปตามฟอร์ม อิอิ

นอกจากนี้ก็พึ่งมารู้ว่าที่วัดป่าแห่งนึง เขามีสวดมนต์กันทุกวันสำคัญทางศาสนาครับ … ผมจำไม่ได้ว่าวันนั้นเป็นวันอะไร แต่เผอิญว่าพาอ้วนฉุยไปไหว้พระครับ แล้วเห็นหลวงพี่กะลังเตรียมสถานที่อยู่ ผมก็เลยเข้าไปถาม ถึงรู้ว่าช่วงเย็นจะมีสวดมนต์ ก็เลยพากันไปนั่งสวดมนต์อยู่วัด

… บทส่งท้าย

จริงๆ แล้วสี่ปีที่ผ่านมาพอเจออะไรมาเยอะพอสมควรครับ แต่ยอมรับตรงๆ ว่าสี่ปีที่หายไปนี้ ผมไม่ได้มีการจดบันทึกอะไรไว้เลย ชีวิตทุกวันดูเหมือนจะวุ่นๆ ทำแต่งาน ยิ่งช่วงแรกๆ นี่แบบว่าเหนื่อยมาก ไม่มีเวลาเล่นอะไรเลย หลังๆ มาหลายๆ อย่างเริ่มเข้าที่-เข้าทางก็เลยพอมีเวลาได้เล่นอะไรตามใจมากขึ้น อย่างนึงก็คือ ผมกลับมาเขียนบล็อกเหมือนเมื่อก่อน ถ้าเข้ามาดูช่วงหลังๆ จะเห็นว่าเป็นบล็อก เย็นย่ำก็ฮัมเพลง ขึ้นต่อๆ กันครับ เพราะผมพยายามจะเขียนหลายๆ อย่างที่ผ่านมาเอาไว้ ก่อนที่ผมจะจำมันไม่ได้ … ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผมย้อนกลับมาเขียนบล็อก อย่างนึงยอมรับว่าได้อิทธิพลจากหนังสือที่ชอบอ่านช่วงนี้ด้วยครับ มีเล่มนึงเกี่ยวกับการเขียนไดอารี่ ที่จริงผมก็ยังอ่านไม่จบหรอก … แต่พอเปิดอ่านแล้วมันทำให้นึกถึงตัวเองสมัยก่อนที่เคยเขียนอะไรเอาไว้เยอะ แล้วพอตัวเองได้กลับมาอ่านดูอีกที มันช่วยให้เรานึกถึงวันเก่าๆ ได้ชัดเจนมากขึ้นครับ … ต่อไปผมจะพยายามจดบันทึกเอาไว้ รวมถึงอ่านเจอเรื่องไหนสนุก-ถูกใจก็จะเอาหาเวลามาอัพบล็อกเรื่อยๆ  : )

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s