เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: พระอาทิตย์ (ไม่) ตกดิน

03.00 น. เช้ามืดของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 … ผมตื่นขึ้นกลางดึกเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวสำหรับทริปการเดินทางครั้งที่สองของปี … ทริปนี้มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว

… ตามโปรแกรมรถจะออกเวลา 05.00 น. ผมเลยเผื่อเวลาเอาไว้ซัก 2 ชั่วโมง สำหรับเตรียมตัวแล้วก็เช็คของที่จะต้องเอาไปด้วย แต่เวลา 2 ชั่วโมงก็ดันไม่พอ (ซะงั้น) … คือตื่นมาก็ต้มน้ำก่อนเลยเพราะจะกินมาม่ารองท้อง ระหว่างรอน้ำเดือดก็เช็คของ-เช็คเอกสาร พอมาม่าอืดได้ที่ก็นั่งกินแซ่บๆ แต่พอหันไปดูนาฬิกาเท่านั้นแหละ … ตีสี่กว่า !!!     … อาการลนเกิดขึ้นทันที กว่าจะเรียบร้อยพร้อมออกจากห้องก็ปาเข้าไปประมาณ 04.40 น. ได้ … เหมือนเวลาจะยังเหลืออีกเยอะ แต่ระหว่างอาบน้ำดันนึกได้ว่าลืมเอกสารไว้ที่ทำงาน เลยกะว่าจะเข้าไปเอาเอกสารแล้วค่อยเดินไปรอรถ ซึ่งเวลายี่สิบนาทีที่เหลือน่าจะพอดี๊พอดี ถ้าไม่บังเอิญว่าผมออกจากห้องพักแล้วดันลืมของไว้ที่ห้อง … พอขึ้นไปเอาของที่ห้องเรียบร้อยก็ต้องรีบจ้ำไปขึ้นรถ เอกสารที่ว่าจะแวะไปเอาก็ต้องช่างมันแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ผมกะลังจะไปไม่ทันอยู่แล้ว !!! … หลังจากกระเสือกกระสนไปถึงจุดนัดหมายตรงเวลาพอดีเป๊ะผมก็พบกับชาวแก๊งค์ที่จะออกเดินทางไปด้วยกัน แต่พอหันซ้าย-หันขวาปรากฏว่ารถไม่อยู่      ถามไป-ถามมาได้ความว่า “รถเสีย” ครับ ต้องรอรถซักพัก … อารมณ์แบบว่า … รีบเกือบตาย รถดันยังไม่มาซะงั้น

… ระหว่างรอรถมีเรื่องขำๆ มาเม้าท์นิดหน่อย … เรื่องของเรื่องคือนอกจากกลุ่มผมแล้วก็จะมีอีกกลุ่มนึงรอรถอยู่เหมือนกัน กลุ่มที่ว่าเขารอรถกันอยู่อีกฟากนึงของถนน … ช่วงที่รอรถได้ซักพักมีเด็กประจำรถมาบอกกะชาวแก๊งค์ว่าให้ข้ามถนนไปรอรถอีกฟากนึงซึ่งเป็นฟากเดียวกับที่อีกกลุ่มนึงรออยู่ … หลังจากข้ามฟากไปรอรถได้ไม่นาน ก็มีรถทัวร์คันนึงวิ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาธ ทันใดนั้นเอง ชาวแก๊งค์ก็รีบกระโจนขึ้นรถเพื่อจับจองที่นั่งกันอย่างร่าเริง แต่ปรากฏว่าชาวแก๊งค์ขึ้นรถผิดคันครับ     … รถคันที่มาจอดตรงหน้าเป็นของอีกกลุ่มนึงซึ่งจะเดินทางไปช่องจอม แล้วรถคันที่ว่าก็ดันเสียพร้อมกันกะรถของพวกผม แล้วเด็กรถที่มาบอกก็เข้าใจว่าพวกผมคือกลุ่มที่จะไปช่องจอมนั่นเอง พอเข้าใจตรงกันแล้วว่าขึ้นรถผิดคัน ชาวแก๊งค์ที่รีบขึ้นไปจับจองที่นั่งก็ต้องเก็บสัมภาระลงจากรถแล้วมายืนทำหน้าตาเหรอหราคอยรถกันต่อไป

… เย็นนี้ผมจะหม่ำบุฟเฟ่ต์ !!!

รวมๆ แล้วใช้เวลารอรถประมาณชั่วโมงครึ่งครับ กลายเป็นว่าได้ออกเดินทางตอน 06.30 น. … เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปชั่วโมงครึ่ง การจอดแวะปั๊มน้ำมันก็ต้องลดเวลาลง รวมถึงจำนวนครั้งที่จะจอดแวะพักก็ต้องลดลงเช่นกัน สรุปแล้วตอนเดินทางไป ได้จอดแวะปั๊มทั้งสิ้น 2 ครั้งถ้วน … ดีหน่อยที่ว่าเช้านี้ท้องไส้ผมไม่งอแง ไม่งั้นได้นั่งเหงื่อตกชัวร์ !

… หลังใช้เวลาร่วมสี่ชั่วโมงบนรถ ผมก็เดินทางไปถึงจุดหมายแรกของการเดินทางซึ่งก็คือ “ศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อน” จังหวัดฉะเชิงเทรา ครับ … ทันทีที่รถจอด ผมและชาวแก๊งค์ก็ย้ายตัวขึ้นไปนั่งบนรถสองชั้นอีกคันนึงเพื่อไปยังห้องประชุมและนั่งชมวิดีโอแนะนำศูนย์ฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพาตระเวณไปรอบๆ ศูนย์ฯ พร้อมแนะนำความเป็นมา-สถานที่ต่างๆ ภายในศูนย์ฯ ครับ รวมๆ แล้วก็ใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ได้

พอแวะที่ศูนย์ฯ เรียบร้อย คราวนี้ก็ต้องหาที่แวะกินข้าวเที่ยงครับ … ข้าวเที่ยงวันนี้แวะหาอะไรกินง่ายๆ ที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งมันก็ง่ายมากๆ เพราะปั๊มที่ว่าดันมีร้านข้าวอยู่ 4 ร้านถ้วน เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง-ตามสั่ง ข้าวมันไก่-หมูแดง แล้วก็ร้านขายน้ำ … การกินข้าวในช่วงที่ต้องออกทริปจำเป็นต้องแข่งกับเวลาครับ ประกอบกับท้องไส้ผมชอบงอแงหลังกินข้าว เพราะงั้นตัวเลือกที่เวิร์คสุดก็คือ “ข้าวมันไก่” … หลังจากกินได้ซักพักรู้สึกไม่ค่อยอยู่ท้อง เลยได้หมูปิ้งมารองท้องอีก 3 ไม้ … ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าเป็นหมูปิ้งจริงรึป่าว คือหมูมันรสชาติแปลกๆ เหมือนเป็นพวกเนื้อวัวมากกว่านะ … แต่สุดท้ายผมก็โซ้ยหมดเหมือนเดิมอยู่ดี … พอหาอะไรยัดลงท้องเรียบร้อยก็เดินทางต่อ

ประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อมา ผมก็ไปถึงจุดหมายถัดไปซึ่งก็คือ “Silver Lake” … เป็นสวนองุ่นอยู่แถวๆ พัทยาครับ พื้นที่ของสวนแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนเสียตังค์กับส่วนที่ไปเดินเตร็ดเตร่ฟรี แก๊งค์ผมไปเฉพาะส่วนฟรีครับ … พื้นที่ที่ว่าจะมีอาคารขายพวกกาแฟ-น้ำองุ่น แล้วก็โต๊ะวางเรียงรายกลางแจ้ง … ตัวอาคารดูดี เหมาะสำหรับการหานางแบบไปถ่ายรูป อิอิ … แต่แอบเหลือบไปเห็นป้ายเตือนตรงทางเข้า ประมาณว่า ห้ามถ่ายรูปเพื่อเอาไปใช้ในทางธุรกิจ  พวกที่คิดจะไปถ่ายพรีเว็ดดิ้งก็ต้องติดต่อขออนุญาตไว้ก่อน จะเดินดุ่มๆ ลากชายกระโปรงไปพริ้วกันเองเลยไม่ได้ครับ

ถัดจากสวนองุ่นก็ไปแวะที่ “เขาชีจรรย์” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กันครับ … ที่จริงที่เขาชีจรรย์ผมเคยไปมาแล้วประมาณสองรอบ บอกตามตรงว่าถ่ายรูปมาไม่เคยได้เลยครับ คือมันเก็บภาพได้ไม่หมดน่ะ รอบนี้ที่ไปก็เป็นช่วงประมาณบ่ายสามโมงอีก แดดกะลังเปรี้ยงๆ ! หมดกันเลยคราวนี้ !!

สำหรับจุดหมายปลายทางที่เป็นไฮไลท์หนึ่งของทริปวันแรกอยู่ที่สวนนงนุชครับ … ผมไปภาคตะวันออกมาประมาณ 2 ครั้ง (ไปทำงานนะ) แต่สองครั้งก่อนไม่เคยได้แวะสวนนงนุชครับ รอบนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ไป … พอเดินทางไปถึงสวนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดหมายปลายทางก่อนหน้า ก็ไปลงรถแถวๆ สวนที่เป็นพวกเครื่องปั้นดินเผาครับ บอกตามตรงว่าตอนนัดหมายกันผมนึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าผมจะต้องเดินไปทางไหน แล้วจะต้องเดินวนกลับไปเจอกันที่ไหน อาศัยว่าเดินมั่วนิ่มเกาะกลุ่มไปกะชาวแก๊งค์ครับ  … ที่จริงบริเวณสวนที่ว่าเนี่ยมันก็ไม่ได้กว้างนะ แล้วทางเดินก็เข้าใจได้ง่ายๆ คือเดินตรงเข้าไปแล้วเดินวนกลับออกมาเท่านั้นเอง … แต่ตอนฟังคำแนะนำน่ะนึกภาพไม่ออกจริงๆ ผมฟังแล้วนึกภาพมันเป็นเขาวงกตเลยแหละ !

พอหลุดออกจากสวนเครื่องปั้นดินเผาไปเจอกะชาวแก๊งค์แล้ว ก็ต้องเดินทางไปยังได้ส่วนอื่นๆ ของสวนครับ ไล่ตั้งแต่ตรงที่มันมีมดไต่เยอะๆ แล้วก็เดินวนไปที่โรงจอดรถ (อันนี้ตื่นตา-ตื่นใจมาก !) ออกไปเจอสวนที่มีเจดีย์เรียงกันเยอะๆ แล้วก็ไปโผล่สวน Butterfly Hill … รวมๆ แล้วใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ได้

หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน (ตรงไหน !!?) และแล้วก็มาถึงเวลาของจุดหมายปลายทางที่เป็นไฮไลท์หลักประจำวัน นั่นก็คือ “บุฟเฟ่ต์” ที่พัทยาทาวเวอร์ครับ … เย็นนี้ผมจะหม่ำบุฟเฟ่ต์ อิอิ

สำหรับอาหารค่ำวันนี้เป็นบุฟเฟ่ต์ที่ต้องบอกเลยว่าชาวแก๊งค์ (รวมถึงผมด้วย) ตั้งหน้า-ตั้งตารอคอยมาทั้งวันครับ … ก่อนขึ้นไปชั้นที่จัดบุฟเฟ่ต์ก็ต้องซื้อตั๋วกันเล็กน้อย ราคาตกอยู่ที่ 400 บาท … ซึ่งก็ถือว่าพอสมควรอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับบรรดาอาหารตามห้างในปัจจุบันก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ … ชั้นที่ขึ้นไปกินอาหารค่ำแซ่บๆ อยู่ที่ชั้น 52 ครับ … ระหว่างกินข้าวไปพื้นมันก็จะค่อยๆ หมุนไปเรื่อยๆ เปลี่ยนวิวด้านนอกให้กับบรรดาคนกินข้าว … ส่วนเรื่องของอาหาร … โดยรวมก็ถือว่าอร่อยครับ ยิ่งคนที่กินอาหารทะเลจำพวกกุ้งน่าจะคุ้มมากนะ อย่างชาวแก๊งค์บางคนเนี่ยไม่แตะข้าวเลย ซัดกุ้งอย่างเดียว เผอิญผมเป็นประเภทอาหารทะเลไม่แตะ เลยต้องไปหาอย่างอื่นกินแทน … อาหารมื้อนั้นมีอย่างนึงที่ผมติดใจมาก เมนูที่ว่าก็คือ “ลาบปลา” ครับ (เอ๊ะ ! ลาบปลารึป่าวหว่า !!?) … รสจะออกเปรี้ยวๆ หน่อย แต่พอกินกับข้าวแล้วจะพอดีกลมกล่อมมาก พูดแล้วก็น้ำลายไหล เอิ๊ก … นอกจากลาบปลาแล้วก็มีอาหารอย่างอื่นเยอะพอสมควร แต่ผมรู้สึกว่ากินไปแค่ไม่กี่อย่างเองนะ คือกับข้าวไม่ได้ว่าเยอะมากจนน่าตื่นตา-ตื่นใจน่ะครับ มีเยอะพอประมาณ แต่รวมๆ แล้วมันรู้สึกประมาณว่าไม่รู้จะกินอะไรน่ะ … มีใครเข้าใจความรู้สึกที่ผมต้องการอธิบายบ้างมั้ย    … เอาเถอะ … ยังไงมื้อนี้ผมก็อิ่ม-อร่อยพร้อมกลับไปนอนทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวแล้วล่ะ อิอิ

… พระอาทิตย์ไม่ตกดิน แต่หายไปเฉยๆ !!!

กำหนดการของวันที่สองเริ่มขึ้นตอนประมาณโมงครึ่งครับ … ก่อนออกเดินทางวันที่สองก็กินข้าวเช้าที่โรงแรม ซึ่งห้องอาหารเปิดตอนประมาณหกโมงเช้า … แน่นอนว่าผมต้องเผื่อเวลาเอาไว้ก่อนอยู่แล้ว … เช้าวันที่สองผมตื่นตอนประมาณตีห้าครึ่ง อาบน้ำ-แต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับโปรแกรมของเช้าวันใหม่ แล้วลงไปกินข้าวเช้าตอนหกโมงกว่าๆ จากนั้นก็กลับขึ้นห้องไปเช็คของ แล้วก็รอเวลารถออก … ปรากฏกว่าเช้าวันนั้นชาวแก๊งค์เสร็จเร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้ เลยเปลี่ยนเวลาออกจากโรงแรมเป็น 07.15 น. แทน

… ระหว่างลงลิฟท์ไปขึ้นรถ ลิฟท์มันเกิดอาการชวนหลอนนิดหน่อย … คือผมลงลิฟท์จากชั้น 12 … ระหว่างที่ลิฟท์ค่อยๆ เคลื่อนตัวลงไป มันดันจอดเกือบทุกชั้นที่ผ่าน แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ชั้น 6 ครับ … กดลงซักพักประตูลิฟท์ก็ปิดลง แล้วอีกอึดใจเดียวประตูก็เปิดออก … ผมกดปิด-เปิดอยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง แล้วก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาขึ้นลิฟท์ด้วย จากนั้นผมกะผู้ชายคนนี้ก็ช่วยกันกดลิฟท์อยู่ 3-4 ครั้ง ซักพักผู้ชายคนที่เดินเข้ามาทีหลังก็บ่นว่า “ลิฟท์เสีย” พร้อมกับพุ่งตัวออกจากลิฟท์ไปกดลิฟท์ตัวอื่นแทน ผมก็เงอะๆ งะๆ อยู่ชั่วพริบตาแล้วตามแกออกไป (ตอนนั้นกรูสายอีกแล้ว !!!) … พร้อมกับคิดในใจว่า “เมื่อเช้ากรูก็ขึ้นลิฟท์ตัวนี้นะ แต่มันไม่ได้ชวนหลอนอยู่ชั้น 6 นะเออ”

หลังออกจากโรงแรมไม่ถึงชั่วโมงผมก็เดินทางไปถึง “เกาะแสมสาร” ที่เป็นจุดหมายแรกของวันครับ … พอไปถึงก็นั่งๆ ยืนๆ รอเรือข้ามไปเกาะ ซึ่งเรือออกตอนประมาณเก้าโมงเช้า สรุปคือรอขึ้นเรือเกือบๆ ชั่วโมง … พอขึ้นเรือเรียบร้อยก็ใช้เวลาข้ามไปเกาะประมาณสิบกว่านาทีเท่านั้นครับ

ทันทีที่ขึ้นเกาะเหล่านักท่องเที่ยวทั้งหลายก็ต้องแยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มคนไทย อีกกลุ่มเป็นกลุ่มของนักท่องเที่ยวต่างชาติครับ … กลุ่มคนไทยอย่างเราๆ ก็เดินตามกันไปติดๆ เพื่อไปรับฟังการบรรยายของพี่ทหารที่ทำหน้าที่ดูแลเกาะ ใช้เวลาฟังบรรยายประมาณสิบกว่านาที จากนั้นก็แยกย้ายตัวใคร-ตัวมันครับ

… กลุ่มของผมเริ่มต้นที่ “หาดลูก-ลม” … การเดินทางไปหาดก็อาศัยรถทหารกะรถกระบะขับตามๆ กันไป … คือเกาะนี้อยู่ในความดูแลของทหารครับ แล้วก็จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยววันละประมาณ 300 คนเท่านั้น บนเกาะจะมีจักรยานให้ปั่นเล่นได้ตามสะดวก แต่จะจำกัดเส้นทางครับ ด้วยเหตุผลในเรื่องของความปลอดภัย อีกอย่างคือบางส่วนของเกาะยังไม่เปิดให้ไปเที่ยวชม นอกจากจักรยานแล้วก็จะมีรถทหารคอยบริการตลอด ส่วนเรือข้ามฟากจะมีมาตลอดทั้งวัน แบ่งออกเป็นหลายๆ รอบ ตั้งแต่ช่วงสายจนถึงเย็น ไม่มีการพักแรมบนเกาะ

โปรแกรมหลักของแก๊งค์ผมที่เกาะแสมสารก็คือ “ดำน้ำ” … ตอนแรกกะว่าจะดำทั้งสองหาด คือ หาดเทียนกับหาดลูก-ลม … แต่พอเอาเข้าจริงก็ได้ดำแค่ที่หาดลูก-ลมครับ อีกหาดนึงพี่ทหารบอกว่าลมแรง ดำน้ำไม่ได้ … แต่พี่ครับ … ผมเห็นอีกแก๊งค์ได้ไปดำที่หาดเทียนนะ

… ดำผุด-ดำว่ายอยู่เกือบๆ สี่สิบนาทีก็กลับขึ้นฝั่งครับ … เนื่องจากเสื้อชูชีพกับอุปกรณ์ดำน้ำมีจำกัด เลยต้องผลัดเปลี่ยนกันเล่น … ส่วนคนที่ไม่ดำน้ำก็จะมีเรือพื้นกระจกให้นั่งออกไปดูท้องทะเลครับ … เรือพื้นกระจกก็ขึ้นคราวละ 4-6 คน ต้องแจ้งชื่อไว้ก่อนด้วย ส่วนพวกอุปกรณ์ดำน้ำก็ต้องใช้บัตรประชาชนไปยืมออกมาครับ … ดำน้ำที่นี่ดีอย่างนึงคือมีทหารคอยดูแลความปลอดภัยให้ครับ เพราะงั้นหายห่วงได้เลย เอิ๊ก

หลังจากกลับขึ้นฝั่งผมก็รีบไปอาบน้ำ-เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะรู้สึกหนาวๆ นิดหน่อย … แต่ห้องน้ำฝั่งหาดลูก-ลม มีอยู่ประมาณ 2 ห้องถ้วน แล้วก็มีห้องอาบน้ำอีก 2 ห้องถ้วน … ห้องผู้หญิงไม่ทราบว่าเป็นยังไง เพราะผมไม่ได้เข้าไป   … แต่ฝั่งห้องอาบน้ำชายน่าตื่นตา-ตื่นใจมาก คือเป็นที่อาบน้ำรวมมีผ้าเต้นท์ล้อมไว้ แล้วมีฝักบัวประมาณ 4-5 ตัวเรียงกัน … อาบน้ำกลางแจ้งกันเถอะเรา เอิ๊ก

สารภาพตามตรงว่ารู้สึกแปลกๆ ครับ … ห้องอาบน้ำรวม ไม่กล้าแก้ผ้าอาบน้ำหรอก … ผมใส่กางเกงว่ายน้ำนั่นแหละอาบน้ำ-ล้างตัวเลย แต่ปัญหามันมาเกิดอิตอนจะเปลี่ยนกางเกงนี่สิ คิดยากแท้น๊อ ! ผ้าเช็ดตัวที่พกไปก็ผืนน้อย เป็นผ้าขนหนูที่เอาไว้เช็ดผม-เช็ดหน้าตอนอาบน้ำน่ะครับ มันปิดน้องชายผมไม่มิดเด้อ ! ครั้นจะแก้ผ้าออกเลยก็ดันมีคนอยู่ด้วย 2-3 คน … ผมก็ได้แต่รอว่าเมือไหร่ห้องน้ำชายมันจะว่างจะได้เข้าไปเปลี่ยนกางเกง … ระหว่างที่รออยู่นั้นเองก็มีนักท่องเที่ยวต่างชาติชาวเอเชียที่มักเรียกเสียงฮือฮาในทุกๆ ที่ที่ไป เดินเข้ามา พี่แกแก้ผ้า-อาบน้ำหน้าตาเฉย !!!  … โอ๊ววววว … เห็นหมดน่ะ … มรึงมั่นมาก กรูยอมมรึงเลยเนี่ย !!!      … หลังตกตะลึงกับความมั่นซักพัก ผมก็หันไปยืมผ้าขาวม้าของผู้ร่วมชะตากรรมที่อยู่ในห้องอาบน้ำนั่นแหละมานุ่ง แล้วก็เปลี่ยนกางเกง … ตอนหลังมีการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันกับบรรดาสาวๆ ถึงรู้ว่าฝ่ายผู้หญิงก็ได้รับประสบการณ์ไม่แตกต่างกัน เอิ๊กๆ

สำหรับข้าวเที่ยงก็หากินกันบนเกาะครับ เพราะแก๊งค์ผมจะขึ้นเรือกลับฝั่งตอนประมาณบ่ายโมงครึ่ง … บนเกาะมีร้านค้าอยู่ประมาณ 4 ร้าน บวกกับร้านสวัสดิการของทหารอีกหนึ่ง … อาหารมีพวกลูกชิ้นทอด (อร่อย) ส้มตำ (อันนั้นไม่ได้ชิม) ข้าวกล่อง … ของผมซื้อข้าวผัดหมึกกิน แล้วก็ขนมพวกน้ำแข็งไสกะไอติมกะทิ … ไอติมอร่อยมาก

… ขึ้นฝั่งแล้ว … เตรียมตัวเดินทางต่อ

 … พอถึงเวลาที่นัดหลายก็นั่งเรือข้ามฟากไปขึ้นเกาะ จุดหมายต่อไปของแก๊งค์ผมก็คือ “หาดแม่รำพึง” ครับ … คืนนี้จะพักกันที่หาดแม่รำพึง พร้อมกับปาร์ตี้อาหารทะเลเล็กๆ ระหว่างทางก็เลยได้แวะซื้ออาหารทะเลกับแวะที่ตลาดบ้านเพเพื่อซื้อของฝาก … เวลาประมาณ 16.30 น. ก็เดินทางเข้าที่พักเรียบร้อย

พอเก็บสัมภาระเสร็จแล้วผมก็ฟรีสไตล์ เดินเล่น-ถ่ายรูป … แต่ไม่รู้จะไปถ่ายรูปที่ไหน เอิ๊ก … ก็เดินวนๆ ไปแถวลานหิน แล้วก็วกกลับไปที่โรงแรมรอถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน

ผมเดินเล่นรอถ่ายรูปตามประสาอยู่ซักพัก พระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำลง ต่ำลง ต่ำลง และควรจะหายลับขอบฟ้าไปกับพื้นน้ำทะเล … แต่อนิจจา … ก่อนพระอาทิตย์จะคล้อยต่ำจนถึงระดับพื้นน้ำ ดันหายไปเฉยๆ … อะไรกันเนี่ยย ย ยย !!!

… คืนนี้ชาวแก๊งค์จัดปาร์ตี้กุ้งเผากันสนุกสนาน … แล้วผมล่ะ … โอ๊ววว … ช่างรู้สึกเป็นส่วนเกินเสียเหลือเกิน … โม้ไปงั้นแหละครับ ที่จริงชาวแก๊งค์ชวนไปนั่งเล่นด้วยอยู่ แต่ผมไม่กินอาหารทะเล เลยขอตัวไปหาอะไรกินเอง เอิ๊กๆ

อาหารค่ำของผมเป็นอาหารตามสั่งจากร้านที่อยู่ใกล้ๆ ที่พักครับ … ตอนแรกที่เดินออกจากโรงแรมเหลือบไปเห็นร้านอาหารตามสั่งร้านเล็กๆ ข้างทางก็มองๆ ไว้มาขายอะไร … ป้าเจ้าของร้านเห็นผมมองๆ ก็เลยว่า “ร้านยังไม่ปิดคร๊า … แวะกินข้าวได้นะ” … ผมก็ยิ้มๆ แล้วถามกลับไปว่า “ป้าปิดร้านกี่โมงครับ” … ป้าแกเลยบอกว่าปิด 3-4 ทุ่มนู่นแหละ ผมเลยว่าค่อยกลับมากินแล้วกัน … หลังจากพระอาทิตย์หายลับไปกับตา ผมก็เลยเดินทางกลับไปกินข้าวร้านป้าตามสัญญา ตอนแรกกะว่าจะกินอีกร้านที่หน้าปากซอย แต่ก็นะ … บอกแกว่าจะกินแล้ว เลยเดินกลับเข้าไปในซอยแล้วตรงไปนั่งที่ร้านป้า … เป็นคนดีมั้ย อิอิ

พอหย่อนก้นลงเก้าอี้ก็สั่งอาหารกินตามประสา พร้อมกับนั่งเจ๊าะแจ๊ะกับป้าคนขาย … ตอนแรกก็ดูตึงๆ คิดว่าจะได้กินข้าวเงียบๆ คนเดียว เอาไป-เอามาได้นั่งคุยกะป้าเฉย … คุยกันไปเรื่อยเปื่อยครับ ตั้งแต่มาจากไหน จะไปไหน ทำงานอะไร ฯลฯ คุยไปซักพักป้าแกก็เปลี่ยนโหมดเล่าความหลังซะงั้น คือป้าแกเป็นคนขอนแก่นครับ ก่อนหน้านี้ไปอยู่เยอรมันมา 18 ปี ! กลับมาเมืองไทยได้ประมาณ 7 ปีแล้ว แต่เมื่อสองปีก่อนลุงแกหัวใจล้มเหลวแล้วก็เสียแบบไม่ทันให้ป้าแกตั้งตัว … ป้าแกบอกว่าทำใจไม่ได้ครับ เลยออกจากบ้านมาอยู่ระยองได้สองปีแล้ว … พอเข้าโหมดนี้ผมก็เลยต้องพยายามเปลี่ยนประเด็นทันที … หลังจากคุยกันต่ออีกซักพักผมรู้สึกอิ่มมาก ! เลยขอตัวจ่ายตังค์แล้วกลับที่พัก … ก่อนกลับผมบอกป้าไว้ว่าถ้าคราวหลังไปพักที่เดิมอีก ผมจะแวะไปกินข้าวด้วย อิอิ

… ช็อปปิ้งที่โรงเกลือ

เช้าวันที่สามเริ่มต้นขึ้นตอนประมาณแปดโมงเช้า … เป็นวันสบายๆ ไม่มีโปรแกรมหนัก … อาหารเช้าโรงแรมเป็นขนมปังกับโอวัลตินครับ … ไม่ค่อยอิ่ม แต่ก็กิน เอิ๊ก

ตามโปรแกรมแล้ววันสุดท้ายจะต้อแวะที่วัดเขาสุกิม แล้วก็ตลาดโรงเกลือ … แต่พอดีมีการปรับโปรแกรมเล็กน้อยคือตรงไปที่ตลาดโรงเกลือเลย … ระหว่างทางก็แวะกินข้าวเช้าควบเที่ยงที่สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นครับ … อืมมมม … ห้องน้ำสะอาดน่านั่งนานๆ จริงๆ อิอิ … ส่วนอาหารก็อิ่มและอร่อยครับ ราคาไม่แพง …

แก๊งค์ผมใช้เวลาที่ตลาดโรงเกลือประมาณสองชั่วโมงครึ่ง … รอบนี้ต่อรองราคาไม่ได้เลย ราคาที่บอกตอนแรกนี่แบบว่าบอกเพื่อให้ต่อลงตามที่คนขายอยากขายเลยแหละ เลยได้ของกลับมานิดหน่อย แต่คนอื่นดันบอกว่าได้มาเยอะ (ซะงั้น) … หลังจากเดินทางออกจากตลาดโรงเกลือก็นั่งรถยาวกลับไปยังจุดหมายที่จากมาเป็นอันสิ้นสุดทริปที่สองของปีครับ

… บทส่งท้าย

ทริปคราวนี้นับเป็นครั้งที่สามที่ได้ไปภาคตะวันออก หลายๆ โปรแกรมถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ ส่วนจะเป็นสถานการณ์อะไรไม่บอกหรอก เอิ๊ก … ทริปนี้โดยรวมแล้วก็สนุกนะ ไม่เหนื่อย ค่อนข้างจะชิลล์เลยแหละ แต่หลังจากกลับมาคืนแรกก็ไข้แตกทันที     … รอบนี้ได้รูปกลับมาน้อย (อีกแล้ว) … อย่างตอนที่ไปเกาะก็ว่าน่าจะได้ถ่ายรูปมาเยอะนะ แต่เอาเข้าจริงรูปที่ถ่ายบนเกาะมีน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ก็จะเล่นอย่างอื่นแทน กว่าจะเล่นเสร็จ-กินเสร็จก็หมดเวลาแล้ว ส่วนที่อื่นๆ ก็พอได้รูปกลับมาบ้าง … คราวหน้าถ้ามีโอกาสจะกลับไปแก้มืออีกรอบ อิอิ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s