เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: 5 ปีแล้วสินะ … เบญจเพส

เอนทรี่นี้เป็นประสบการณ์ตอนอายุ 25 ปีครับ ที่จริงเรื่องราวในเอนทรี่นี้ผมเคยอัพไว้แล้วเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน แล้วก็เอาออกไป แต่ก็อปเนื้อหาที่เขียนเอาไว้อยู่ … กลับมาเล่นบล็อกคราวนี้ ขอเอาเรื่องเก่าๆ มาแปะไว้หน่อยละกัน … เรื่องที่เอามาแปะมันเป็นเหมือนบันทึกความทรงจำที่พอได้กลับมาอ่านอีกทีก็นึกถึงวันเก่าๆ เหมือนกัน แต่เนื้อหาบางส่วนขอตัดออกแล้วก็เรียบเรียงใหม่นิดนึงแล้วกัน จะได้ไม่กระทบคนอื่นกับตัวเอง อิอิ

– ครึ่งปีแรกกับเบญจเพส –

ปีนี้ผมอายุ 25 เบญจเพสพอดี๊พอดี (พ.ศ. 2552) ซาบซึ้งซะจนแอบน้ำตาตกไปหลายรอบเหมือนกัน ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ที่ไม่ค่อยสุงสิงกะใครก็เพราะกำลังเผชิญวิบากกรรมช่วงเบญจเพสอยู่ครับ ผ่านมาได้ระยะนึงแล้ว มีเรื่องมาเล่าว่าโดนอะไรบ้าง …

หลังฉลองอายุครบ 25 ปี ผ่านไปประมาณเดือนนึง เหตุการณ์ยังปกติครับ … ใช้ชีวิตเหมือนเดิม จนไม่คิดว่าจะเกิดปัญหา และแล้วเรื่องแรกก็มาถึง …

ประมาณเดือนมิถุนายน … เจอเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นเรื่องยอดฮิตสำหรับคนวัยเบญจเพส นั่นคือ … อกหักรักคุด    เจ็บแสบมากครับ ร้องไห้ร่วมๆ เดือนนึงได้ กว่าจะผ่านมาได้ก็แทบแย่เหมือนกัน ช่วงที่กำลังเผชิญวิบากกรรมก็ได้เพื่อนๆ พื่ๆ แถวนี้แหละครับให้กำลังใจ ส่วนรายละเอียด … ช่างมันเถอะ !!! ไม่อยากนึกถึง เอาเป็นว่าผมไม่ใช่คนสร้างปัญหาเองละกัน คนอื่นเอาปัญหามาให้   kapook-17912-3416.gif image by namretteb

เรื่องยอดฮิตอีกเรื่องในช่วงเบญจเพสที่ผมเจอมาก็คงเป็นเรื่อง “ญาติเสีย” นี่แหละครับ … เมื่อเดือนก่อน (กันยายน) ปู่ผมเสีย ที่จริงก็ป่วยมานานแล้วล่ะ พอออกจากโรงพยาบาลก็เห็นว่าอาการดีขึ้นนะ แล้วมาวันนึง (อันนี้ฟังจากแม่ เห็นว่าอาเล่าให้ฟังอีกต่อนึง) หลังจากกินข้าวเสร็จ ปู่ก็บ่นว่าเหนื่อย แล้วก็ไปนอน … จากนั้นมาก็ไม่ตื่นอีกเลย  เดือนที่แล้วเลยได้ลางานกลับบ้านไปช่วยงาน ก็ผ่านไปด้วยดีครับ …

เรื่องเศร้าก็ผ่านไปแล้วสองเรื่อง แต่ไม่ใช่ว่าโดนแค่สองเรื่องนี้นะ ยังมีอีก … อ่อ !!! เกือบลืม ช่วงที่กลับบ้านไปงาน ต้องขับรถกลับตอนเย็น ครั้งแรกเลยนะนั่น ที่ต้องขับรถทางไกลตอนเย็น ก่อนออกจากขอนแก่นก็มีแวะปั๊มเช็ครถตามปกติ แต่ … ช่วงที่ถอดแว่นออกล้างหน้า แอบเห็นว่าแว่นมันเบี้ยว เลยดัดให้มันตรง ในใจก็นึกอยู่ว่า “ช่วงนี้ทำอะไรก็เจอแต่ปัญหา ดัดแว่นแบบนี้ขาแว่นหักซะล่ะ” … และแล้ว มันก็หักจริงๆ อารมณ์แบบว่าเซ็งมาก !!! ขับรถ แต่แว่นไม่มี แถมขับตอนกลางคืนอีก โอ้ว … อะไรจะอาภัพขนาดนี้เนี่ย ตอนยังไม่มืดก็ลองขับแบบไม่ใส่แว่นดู ก็พอไปได้แต่ไม่กล้าขับแซงรถข้างหน้า (ก็มันมองไม่เห็นนิ) พอมืดแค่นั้นแหละ ไม่ไหวแล้วแว่นหักก็จะใส่ (วะ) ขับไปก็ต้องคอยจับ-คอยขยับตลอดเวลา แล้วขับรถจากขอนแก่นกลับศรีสะเกษน่ะ ประมาณ 4-5 ชั่วโมง … สนุกสนานมากขับรถไปขยับแว่นไป  

ต่อๆ … ช่วงเบญจเพส ผมไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องใหญ่ๆ นะ ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาแบบจุกจิกให้รำคาญใจ เรื่องจบตัวมีเล็กน้อย เรื่องมีอยู่ว่า … วันนั้นขี่รถกลับหอ ก็จอดรถตามปกติ แต่จอดท่าไหนไม่รู้ ลืมเอาขาตั้งลง … ผลก็คือรถล้มทับขา ก้นกระแทกพื้น แม่เจ้า !!! เจ็บพอสมควรเลยคราวนั้น ที่หนักไปกว่านั้นคือมีคนเห็น อ๊าย อาย เห็นเค้าหันมามองแล้วก็ทำหน้างงๆ คงอารมณ์แบบว่า “ทำอะไรน่ะ !!? นอกจากนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเสียตังค์ แต่ก็ (หน้าด้าน) ขอตังค์แม่คืน  แล้วก็จะเป็นเรื่องแบบให้เสียความรู้สึก

ถ้าเรื่องเสียตังค์ก็เริ่มจาก ผ้าเบรครถหมด เสียตังค์เปลี่ยนน่าจะหมดไปประมาณสองพัน อาทิตย์ถัดจากเรื่องแรกเลยนะ แบบว่าทุกอาทิตย์จะต้องมีปัญหาเข้ามา – จากเปลี่ยนผ้าเบรครถก็ … กลับบ้าน เอารถมอเตอร์ไซด์แม่ไปขี่ ขี่ไปขี่มา รถยางรั่ว เสียตังค์เปลี่ยนยางในอีก ต่อมาก็แบตเตอร์รี่รถมีปัญหา แบบว่าน้ำกลั่นแห้งเลย แล้วผมก็งงมาก (เว่ย) ว่ามันแห้งได้ไง คือก่อนหน้านั้นผมก็เปิดดูอยู่นะ น้ำกลั่นมันก็ยังเต็มอยู่ แต่อาทิตย์ต่อมารถสตาร์ทไม่ติด น้ำกลั่นแห้งหมด ทำอะไรไม่ได้ต้องให้เพื่อนมาจั๊มป์ไฟให้ เกือบได้เสียตังค์เปลี่ยนแบตเตอร์รี่ ส่วนรถมอเตอร์ไซด์กลัวน้อยหน้าก็เลยมีปัญหาด้วยซะเลย … ก็มีเปลียนแบตเตอร์รี่ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนโช้กหน้า (เรียกไม่ถูกอะ) มีน้ำมันซึม … ไม่รู้ตรงไหนมันรั่วเหมือนกัน หุ้มเบาะใหม่ ฯลฯ สรุปแล้วคือหมดไปอีกประมาณพันนึง

จากนั้นยังไม่วาย … ต่อโน็ตบุ๊คเล่นเน็ต ก็เล่นเหมือนทุกทีนะ พอเล่นเสร็จปิดเครื่อง แล้วพับหน้าจอลง … เอ่า ปุ่มล็อคพัง (เฮ้อ !!!) cute_018.gif image by namretteb

ส่วนปัญหาเรื่องอุบัติเหตุมีแค่เกือบๆ … ครั้งแรกที่สี่แยกใหญ่ตรงประตูเมืองขอนแก่น ครั้งที่สองก็ตอนขับรถกลับจากบ้าน แถวๆ แยก จ. ร้อยเอ็ด … แบบว่าผมก็ขับรถไปปกตินี่แหละ แล้วข้างหน้าจะมีรถจอดอยู่ข้างทาง แล้วอยู่ดีๆ มันก็เลี้ยวกลับรถหน้าตาเฉย กลับรถกลางถนนทั้งๆ ที่รถก็เยอะพอสมควรนะ แล้วพี่แกไม่เปิดไฟ ไม่ส่งสัญญาณอะไรซักอย่าง อยู่ดีๆ อยากออกก็ออกมาเลย … เบรคแทบไม่ทัน ดีที่ตอนนั้นรถคันข้างหลังอยู่ห่างพอสมควร ไม่งั้นก็ชนแน่ๆ

ปัญหากวนใจก็มีทั้งเรื่องเรียนกับเรื่องงานนั่นแหละ คิดแล้วเหนื่อย … สรุปคือ เทอมนี้ไม่ได้สอบ อ. ให้ทำงานเพิ่ม ส่วนเรื่องงานก็โดนกัด แบบว่าจะพูดทำไมให้เสียความรู้สึก

ช่วงนั้นแบบว่าปัญหารุมเร้ามาก กลับมาห้องตอนเย็นนั่งร้องไห้อะ บางวันร้องไห้จนหลับคาเตียง … อารมณ์แบบว่าอยากหนีปัญหาไปไกลๆ ซักเดือนสองเดือน คงจะดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ไปไหนไม่ได้ … ช่วงนั้นก็จะคุยกับแม่บ่อย คือบ่อยกว่าปกตินะ ปกตินี่จะโทรคุยประมาณเดือนละครั้ง โทรกลับไปขอตังค์  แล้วก็จะออนเอ็มรอเหยื่อ (อารมณ์) ใครหลงมาต้องกลายเป็นเหยื่อให้ระบายอารมณ์ … คุยให้มันหายเหงา อย่างน้อยก็มีเพื่อนคุยไง แล้วก่อนหน้านี้เน็ตเจ้ากรรมใช้ไม่ได้ร่วมๆ สองอาทิตย์ (เฮ้อ !!!) เงียบเหงาสิ้นดี … พึ่งมาเล่นได้เมื่อวานนี้นี่เอง พอดีไปดูตัวโมเด็ม แล้วเห็นมีเบอร์ Call Center เลยลองโทรไปดู ช่างเค้าก็มาดูให้ แล้วตอนนี้เน็ตก็ใช้ได้ตามปกติแล้ว 

ตอนนี้งานก็ (น่าจะ) เสร็จเรียบร้อยละ ก่อนหน้านี้ก็เข้าไปทำงานทั้งเสาร์-อาทิตย์ ทำอยู่ประมาณสองอาทิตย์ แบบว่ายุ่งหัวฟูมาก งานเร่งแล้วก็เยอะพอสมควร แต่ในที่สุดก็เสร็จไปแล้ว จะมีแก้มั้ย … อันนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ขออย่าให้มีปัญหาเลยละกัน ตอนนี้ยังเหนื่อยอยู่ … ขอให้หมดเคราะห์ซักทีเถอะ สาธุ … (ที่จริงก็ยังแอบกลัวจะมีปัญหาตามมาอีกน่ะนะ)  cute_018.gif image by namretteb

ส่วนอาทิตย์หน้า (วันปิยะ) กะจะกลับบ้าน ก็คงไม่มีอะไรมั้ง เพราะอาทิตย์หน้า อ. ไม่อยู่ทั้งอาทิตย์ (เย่ !!!)    อย่าให้เจอปัญหาเลย … จะได้พักผ่อนให้สบายใจหน่อย แต่จะได้พักมั้ย อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน !? เพราะแม่ก็ตามตัวจะให้กลับไปช่วยทำงานเหมือนกัน … ชีวิตแบบว่าออกจากงานนึงใส่อีกงานนึง ก่อนหน้านี้ก็ว่าจะลากลับเหมือนกัน แล้วพอดีอาทิตย์นั้นงานเข้าด้วย เครียดมาก !!! ลากลับก็กลัวงานไม่เสร็จ ถ้าไม่ลา … งานแม่ก็จะไม่ทันอีกเหมือนกัน แต่พอโทรคุยกะแม่ แม่ก็ว่างานไม่เสร็จเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้รีบส่ง ยังไม่ต้องกลับมาหรอก เลยสบายใจไปได้เรื่องนึง ก็ปั่นงานอยู่นี่จนเสร็จ อาทิตย์หน้าก็่ค่อยกลับทีเดียว อิอิ

อีกเรื่องนึงๆ คราวนี้เปลี่ยนแนวดีกว่า … ที่จริงผมไม่ใช่คนเชื่อเรื่องดวงเท่าไหร่นะ ดูดวงก็มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะแบบว่าเห็นตามหนังสือหรือตามเว็บงี้ ก็จะเข้าไปอ่านๆ ดู ก็เชื่อมั่งไม่เชื่อมั่ง (คือที่จริงอ่านเสร็จแล้ว วันต่อมาผมก็ลืมนั่นแหละ แบบว่าไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย ) แต่ตอนที่เจอมรสุมลูกแรก เพื่อนพาไปดูไพ่ยิปซีมา … เพื่อนก็ไม่ได้งมงายนะ แต่เหมือนพยายามจะพาไปหาอะไรทำ จะได้ลืมๆ เรื่องแบบนั้น – ร้านที่เพื่อนพาไปดู ผมก็เคยได้ยินชื่อเสียงมาพอสมควร … บรรดาเพื่อนหรือพวกรุ่นพี่รุ่นน้องหลายคนบอกว่า “แม่น” ก็เลยไปลองดู … จากที่ไปลองดูมา ส่วนตัวแล้ว ผมว่าก็พอสมควรนะ … คือพูดปัญหาที่ผมเจอได้แบบว่า “ตรงเลย” บอกได้ละเอียดมาก (บอกได้ถึงอายุ-สีผิวของคนที่มันเข้ามาสร้างปัญหาอะ) แต่เรื่องในอนาคต ผมก็ไม่รู้ว่าจะแม่นแค่ไหน ก็ฟังหูไว้หูละกัน มีโอกาสว่าจะชวนเพื่อนไปอีกอยู่ คราวนี้จะระวังตัวไม่ให้มีพิรุธ  เค้าว่ากันว่า หมอดูมักจะทายเรื่องแย่ๆ ได้ตรง ส่วนเรื่องดีๆ จะทายไม่ตรง … ก็อาจจะเป็นแบบนั้นนะ คราวนี้ต้องรอดูว่าเรื่องดีๆ ที่พี่แกทายไว้ จะแม่นรึป่าว nz495.gif image by namretteb

นอกจากไปดูไพ่ยิปซี ก็มีอ่านตามเว๊บ … มีเว็บนึงทำนายดวงช่วงเดือนกันยายนไว้ (เป็นคลิปวีดีโอนะ) ผมก็ไปเปิดฟัง เค้าทำนายว่า “ช่วงประมาณกลางเดือนถึงปลายเดือน จะมีเกณฑ์ได้เดินทางไกล แบบว่าไม่ได้ตั้งใจว่าจะเดินทางแต่ก็ต้องเดินทาง แล้วในเดือนนั้น … พยายามหลีกเลี่ยงไปงานศพ หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ หลังจากกลับจากงานให้เอาใบทับทิมแช่น้ำแล้วก็เอาล้างหน้า แล้วก็พยายามอย่ารับประทานอาหารในงาน” ตอนแรกผมไม่ได้ติดใจอะไรเลยนะ ฟังจบก็แบบว่า … เหรอ จะให้ไปงานศพที่ไหนเนี่ย !!? (ตั้งแต่เกิดจนถึงเดี๋ยวนี้ ผมเคยไปแค่สองงาน งานแรกเป็นของยาย อีกงานก็ของปู่นี่แหละ) – แล้วช่วงประมาณกลางเดือน แม่โทรมาบอกว่าปู่เสีย ได้ลางานกลับบ้าน แล้วก็ได้ไปงาน … อืมนะ … ทีเรื่องยังงี้ล่ะแม่นเชียว อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ พอดีผมเจอกับตัวเอง เห็นว่าแปลกดี เลยเอามาเล่าให้ฟัง ผมเองก็ไม่ได้เชื่อซะหัวปักหัวปำ ก็ฟังๆ ไว้บ้างน่ะ 

– ครึ่งปีหลังกับเบญจเพส –

มาต่อเรื่องราวของเบญจเพสและปัญหาชีวิตที่ผ่านพ้นมาได้ (ด้วยความเซ็งและเบื่อหน่าย) แต่ที่เลือกเอาวันนี้มันมีเหตุผลนะ …

เหตุผลที่เลือกเอาวันนี้ เพราะวันนี้เป็นวันที่ 11 เมษายน วันเกิดผมนั่นเอง ! ปีนี้ก็ 26 ขวบแย้ว  nz534.gif image by namretteb  ปีนี้อยู่คนเดียวตามประสาชายโส (ฉ) ด ก็ผ่านพ้นปีที่ 25 มาแล้ว แต่เรื่องราวชวนปวดหัว ชวนให้เบื่อหน่ายชีวิตนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรเข้ามาอีก … มาต่อเรื่องเบญจเพสของผมดีกว่า หลังจากประสบกับปัญหานานับประการในช่วงครึ่งปีแรก คราวนี้มาต่อครึ่งปีหลังว่าโดนอะไรมั่ง (เฮ้อ)

เรื่องแรกเลยเป็นเรื่องเจ็บตัวนิดหน่อยแต่อับอายค่อนข้างมาก ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรแต่อยากบ่น – เรื่องมีอยู่ว่า เที่ยงวันนึงผมก็ไปกินข้าวที่โรงอาหารใกล้ๆ ที่ทำงานตามปกติ ปกติแล้วผมจะไปกินข้าวเที่ยงเกือบๆ บ่าย คนจะได้น้อยๆ หน่อย ก็กินข้าวปกติเหมือนทุกวัน แต่เรื่องมาเกิดตอนเดินกลับนี่แหละ หลังจากกินข้าวเสร็จก็ถือจานข้าว-แก้วน้ำไปวางตรงที่ที่เค้าจัดไว้ให้ แล้วเดินออกมา แต่แล้วพอก้าวขาออกมาเท่านั้น “เท้าผมพลิก” แล้วหกล้มตรงนั้นแหละ (ตรงพื้นโรงอาหารจะเทพื้นเป็นคอนกรีตยกระดับจากพื้นข้างล่างที่เป็นดินนิดหน่อย แล้วบังเอิญว่าพื้นข้างล่างน่ะ มันไม่เรียบเสมอกัน มีต่ำๆ นูนๆ ตามปกติพื้นดินนั่นแหละ) แน่นอนถึงจะเกือบบ่ายแต่ก็ยังมีคนเยอะพอสมควร ขอบอกว่าอายมาก … อายจนไม่กล้าไปกินข้าวอยู่โรงอาหารร่วมๆ อาทิตย์นึงได้ แต่หลังจากนั้นก็ไปกินตามปกติ เพราะไม่รู้จะไปกินที่ไหน  

หลังจากได้รับความอับอายแล้ว คราวนี้มีอยู่วันนึงตอนกะลังกินข้าวเย็น วันนั้นผมกินข้าวหมูทอดกระเทียม (อร่อยมาก) ก็กิน กิน กิน ตามปกติ กินอย่างมีความสุข แต่แล้วความสุขของผมก็กลายเป็นความเซ็งไปในทันที เพราะผมเคี้ยวไปโดนอะไรซักอย่าง คาดว่าจะเป็นกระเทียมเจียว แต่กระเทียมโลกไหนมิทราบ ล่อซะฟันกรามผมแตก (บิ่น) ไปซี่นึง … ฟังดูเว่อร์นะ แต่มันแตกจริงๆ แต่ไม่ได้อะไรมากมายหรอก พอดีฟันกรามผมซี่นึง มันจะมีส่วนที่ยื่นออกมาแหลมๆ หน่อยนึง ตรงนี้แหละที่มันแตก ช่วงนั้นพอกินข้าวจะต้องย้ายมาเคี้ยวอีกด้านนึง เพราะด้านที่ฟันมันแตก เวลาเคี้ยวมันจะเสียวฟัน … แต่ตอนนี้ปกติละ ว่าแล้วก็ยังไม่ได้ไปหาหมอเลยเนี่ย

ผ่านไปสอง ทั้งเซ็งและอับอาย แต่มาเซ็งสุดๆ กับเรื่องนี้ kapook-17912-3416.gif image by namretteb… คืนเกิดเหตุเป็นคืนวันเสาร์ คืนนั้นนัดกับเพื่อนไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าจะพามันไปหัดขับรถสอบเอาใบขับขี่ พอตอนเช้าก็ตื่น-อาบน้ำ แล้วจะออกไปหาเพื่อนที่หอ พอกะลังจะเลี้ยวรถมอร์ไซด์ออกมาจากหอแค่นั้นแหละ เหลือบไปเห็นรถยนต์น้อยผมที่จอดไว้ข้างๆ หอ กระจกหน้ารถแตก !!! อารมณ์แบบเซ็งบวกงง ทำอะไรไม่ถูก จอดมาร่วมปีไม่เคยเกิดปัญหา แต่วันนี้โดนปากระจกรถแตก หลังจากไปบอกเจ้าของหอกับแจ้งความแล้ว ก็ไปเก็บเศษกระจก ก็จิกเพื่อนคนที่มันจะให้พาไปสอบใบขับขี่นั่นแหละมาเก็บ ตอนเก็บพอดีเจอน้องห้องที่อยู่ริมสุด (ติดถนนตรงที่ผมจอดรถไว้) น้องแกบอกว่าเมื่อคืนเหมือนจะมีคนมาตีกันแถวๆ นี้ ช่วงประมาณตีหนึ่ง-ตีสอง เวลาร้านเหล้าปิดนั่นเอง … เบื่อหน่ายจริงๆ เมาเหล้าตีกัน แล้วดันหาเรื่องซวยมาให้ผมอีก แต่เป็นที่แน่นอนว่า “ไม่รู้ใครทำ !!!”  

ตอนไปแจ้งความกับตำรวจ ก็ถ่ายรูปเป็นหลักฐานไปให้ดู ขอบอกว่าเจ้าหน้าที่นี่ก็ … นะ – ตอนผมเอารูปไปให้ดู พี่ตำรวจแกกะลังนั่งทำอะไรกับคอมฯ แกอยู่ไม่รู้ ผมก็ยื่นกล้องไปให้แกดูรูป แกก็ดูๆ ไป แล้วเริ่มสอบปากคำ (ตื่นเต้นมาก แบบว่าไม่เค๊ย ไม่เคย ) เท่าที่จำได้ แกถามว่า “ไปมีเรื่องผิดใจกับใครหรือเปล่า” ผมก็ว่า “ไม่มีนะครับ” แต่ในใจนี่แอบนึกขึ้นมาได้สองคน แต่พยายามคิดว่าไม่ใช่ เพราะผมก็ไม่อยากโทษพวกมันหรอกนะ – หลังจากนั้นพี่ตำรวจแกถามอีกว่า “รู้มั้ยว่าใครทำ … มีใครเห็นรึป่าว !?” ผมนี่นึกขึ้นมาในใจทันที “ถ้าผมรู้ … ผมก็บอกพี่ไปแล้วล่ะครับ” แหม … ถามมาได้ “รู้มั้ยว่าใครทำ” ต่อให้มีคนเห็น เค้าจะรู้เหรอครับว่าใคร แล้วถ้ามีคนเห็น คนที่เห็นเค้าจะมาบอกผมมั้ย !

แจ้งความไปก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าใครทำ ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน … แล้วก็จบไป ส่วนผมต้องไปหาร้านซ่อมรถตามยถากรรม ปัญหาคือรถผมมันเป็นรถน้อย หาร้านทำค่อนข้างยากพอสมควร แต่พอดีว่าช่วงนั้นมีพี่คนนึงแกขับรถแบบเดียวกับผมนี่แหละ อยู่คนละหอ แต่อยู่ใกล้ๆ กัน ผมเลยหน้าด้านเดินไปคุยด้วยทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่พี่แกก็ดีครับ แกโทรถามช่างร้านที่แกไปซ่อมรถบ่อยๆ ให้ แล้วผมก็ได้ร้านซ่อมจากช่างที่พี่แกโทรไปถามให้นี่แหละ “ต้องขอบคุณพี่กับช่างไว้ด้วยครับ” ปล. หลังจากรู้และเห็นสภาพรถผมแล้ว พี่แกรีบย้ายหอหนีทันทีครับ เพราะแกก็จอดไว้ข้างถนนเหมือนกัน กลัวโดนของแบบผมนั่นเอง ! … สรุปค่าซ่อมแล้วตกที่ประมาณ 3,000 บาท เป็นค่ากระจกประมาณ 1,400 บาท กับค่าติดฟิล์มอีกประมาณ 1,600 บาท – ขอบ่นนิดนึง … ฟิล์มที่ติดใหม่น่ะ มันจะมีชื่อยี่ห้ออยู่ แล้วคราวนี้ช่างแกดันเอาตรงที่มีชื่อยี่ห้อมาแปะ แปะไม่พอดันกลับหัวอีกต่างหาก ปรากฏว่ากระจกหน้ารถจะมีชื่อยี่ห้อฟิล์ม (แบบกลับหัว) โผล่ขึ้นมาสองที่ คือ ด้านซ้ายกับตรงกลาง … ตรงกลางเลยครับ ไม่ได้แอบขึ้นข้างบนหรือแอบอยู่ข้างล่างด้วย !

หลังจากเรื่องกระจกรถแตกแล้ว คราวนี้ก็มาที่เรื่องงาน ผมไม่อยากเหมาว่าเป็นเบญจเพสหรอกนะ แต่มันโผล่มาในช่วงนี้พอดี ถือซะว่ามานั่งเล่า (บ่น) เรื่องที่ผ่านมาในช่วงครึ่งปีหลังละกัน … เรื่องมีอยู่ว่าช่วงนั้นมีงานโครงการเกี่ยวกับการจัดทำแผนที่การใช้ที่ดินทั่วภาคอิสาน แน่นอนว่าทำทั่วภาคอิสาน ข้อมูลต้องเยอะแน่นอน แล้วคราวนี้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์มันเป็นช่วงใกล้ปิดโครงการ แต่งานยังค้างอยู่อีกเยอะมากๆ ผลก็คือ “งานเข้า” นั่นเอง ตลอดช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์-ช่วงกลางเดือนมีนาคม ก็ปั่นงานนี้แหละครับ สนุกสนานมาก … เย็นวันศุกร์-วันเสาร์ทั้งวัน-วันอาทิตย์ช่วงกลางวันถึงกลางคืน (แต่ไม่ดึกมาก) นั่งทำงานหัวฟู คืนไหนอยู่ดึกได้นี่กลับทีตีสอง … สรุปช่วงนั้นงานยุ่งชนิดที่ว่ากระดิกไปเล่นอะไรไม่ได้เลย !

คราวนี้มาเรื่องคอมฯ … เครื่องคอมฯ ที่ใช้งานมาได้ 2-3 ปี ปกติไม่ค่อยมีปัญหาอะไรครับ แต่วันนั้นมันเกิดปัญหาที่ชวนให้เซ็งจิต ! … มีอยู่วันนึงนั่งเล่นคอมฯ ตามปกติ แล้วมันเกิดอาการแฮงค์ แน่นอนทำอะไรไม่ได้ต้องรีสตาร์ท ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร … ผมก็กดรีสตาร์ท และแล้วปัญหาก็บังเกิด ! มันบู๊ตไม่ขึ้นครับ ตอนแรกคิดว่าสายเสียบฮาร์ดดิสอาจจะหลวมก็ลองถอดออกแล้วเสียบเข้าไปใหม่ ปรากฏว่าไม่ติด ! ไม่เป็นไร … อาจจะเป็นที่สายไฟหลวม ก็ถอดออก-เสียบใหม่ แต่ดันไม่ติดอีก เอาล่ะครับทีนี้ … ตายแน่ๆ งานก็อยู่ในเครื่อง อะไรต่อมิอะไรเพียบ (เครื่องผมจะต่อฮาร์ดดิสไว้สองตัว ตัวที่ลงโปรแกรมมันบู๊ตไม่ขึ้น) นั่งงมอยู่นานเหมือนกัน ทำไงก็ไม่ได้ซักที กลัวมากๆ ว่าฮาร์ดดิสจะพัง พังแล้วซื้อใหม่ยังไม่เท่าไหร่ แต่งานน่ะสิครับ … จะไปขุดมาจากไหนเนี่ย (เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยไรท์เก็บใส่แผ่น เพราะเคยมีเหตุการณ์ที่ว่าแผ่นเน่ามาแล้ว แต่รอบนั้นเป็นแผ่นที่ไรท์เพลงไว้ ผลคือเพลงหายไปเกือบครึ่ง เสียดายเหมือนกันแต่ก็ยังดีกว่าเป็นแผ่นงาน สุดท้ายผมเลยยอมเสียตังค์เยอะหน่อย ซื้อฮาร์ดดิสมาไว้เก็บข้อมูล) ต่อๆ … คราวนี้เลยลองสลับสายดู เพราะคิดว่าสายอาจจะเน่าก็ได้ … ปรากฏว่าได้ครับคราวนี้ พอมันบู๊ตขึ้นก็เอาล่ะสายเน่าแน่ๆ แบบนี้ … แต่เพื่อความชัวร์ ลองต่อทั้งสองตัวพร้อมกันดูอีกที ถ้ามันบู๊ตขึ้นแต่หาอีกตัวไม่เจอก็แน่นอนว่าสายเน่า แต่พอต่อสองตัวแค่นั้นแหละ … บู๊ตไม่ขึ้นอีกละ ! ผมล่ะงงมากๆ อะไรของมันเนี่ย สุดท้ายเลยได้ต่อไว้ตัวเดียวแล้วจัดการลงโปรแกรมใหม่ … แล้วลองต่อสองตัวพร้อมกัน คราวนี้หายครับ ลองสลับสายคืนก็ไม่มีปัญหา … อะไรมันจะขี้เดาได้ขนาดนี้เนี่ย !!?

พอจบปัญหาฮาร์ดดิสเมื่อกี๊ไปแล้ว อาทิตย์ต่อมาเอาอีกละครับ คราวนี้ไม่ใช่เรื่องบู๊ตไม่ขึ้น … แต่เป็นปัญหาเรื่องการทำงานของซีพียู ซึ่งจะทำงานหนักมาก แล้วจะสูงขึ้นเป็นช่วงๆ ช่วงที่ขึ้นสูงๆ นี่เครื่องก็จะค้าง แต่ไม่รู้สาเหตุ … เลยลองโกสท์ทับดู แรกๆ ก็ดูดีเหมือนจะหาย แต่ซักพักเอาอีกละ (เครื่องช้าขนาดว่าฟังเพลงแล้วกระตุกน่ะครับ) เอาน่าอาจจะมีเผลอโดนของตอนเล่นเน็ต โกสท์ดูอีกทีละกัน … พอโกสท์เสร็จ อาการเหมือนจะดูดี แต่อีกซักพักเอาอีกละ … ผมเลยเริ่มเกิดอาการเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที หยุดไว้แค่นี้ก่อน ปล่อยมันช้าไปแบบนั้นแหละ

วันต่อๆ มาเริ่มทนไม่ไหว เลยฟอร์แมตลงใหม่หมดเลย (อีกแล้ว) … แต่ก็ไม่หายครับ … ชักจะจนปัญญา เลยลองหาดูตามเว็บว่าจะแก้ได้ไง พร้อมกับดูอาการไปเรื่อยๆ แล้วเห็นว่ามีบาง Process มันจะใช้ซีพียูสูงเป็นระยะๆ เลยลองหาดูว่ามันเป็น Process โปรแกรมอะไร … ปรากฏว่าเจอครับ เป็นของโปรแกรมสแกนไวรัส (ค่ายไหนผมไม่ขอบอกละกัน) เขาก็บอกวิธีแก้ให้ … แน่นอนว่าผมต้องลองทันที … ช่วงแรกๆ ก็เหมือนจะดี-เหมือนจะหาย แต่พอไปซักพัก มันมาอีกแล้ว ! แก้ไม่ได้ครับ เอาโปรแกรมออกก็ยังไม่หายอีก เลยตัดสินใจฟอร์แมตลงใหม่อีกรอบ คราวนี้ไม่ลงโปรแกรมที่ว่านี้แล้วครับ … มันเลยใช้งานได้เหมือนเดิม – ของเถื่อนมันก็แบบนี้ล่ะนะ แต่ใช้งานโปรแกรมนี้มาเป็นปี พึ่งมาเจอปัญหานี่แหละ กว่าจะเจอต้นตอปัญหาก็เล่นเอาเซ็งไปหลายรอบเหมือนกัน เฮ้อ … cute_018.gif image by namretteb

ผ่านการแก้ไขปัญหาแบบเดาๆ ไปสองเรื่อง … คราวนี้มาที่เรื่องเรียน เทอมนี้ก็ได้สอบสมใจละ … หลังจากยื่นสอบก็มาโดนงานที่เล่าไปเมื่อกี๊นี้แหละ พองานเสร็จก็มาเตรียมตัวพรีเซนท์ จะมีทำสไลด์แล้วก็ปรับเล่มนิดหน่อยก่อนสอบ ช่วงทำสไลด์นี่ค่อนข้างจะชิลๆ หน่อย แต่แน่นอนว่า “มันต้องมีปัญหา” ไม่งั้นผมไม่เอามาบ่นหรอก !

เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงนั้นงานโครงการเมื่อกี๊นี้ต้องจัดทำเล่มรายงาน แล้วช่วงที่ต้องส่งเล่ม จะให้พวกที่ทำเป็นตัวหลัก (พี่-น้องที่ทำงาน แล้วก็เด็ก ป. ตรี บางส่วน) มาช่วยกันทำเล่ม ก็เข้ามาใช้เครื่องที่ทำงานและเครื่องผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ปัญหาที่เกิดคือ “เครื่องติดไวรัส” ใช่ครับไวรัส แต่เป็นตัวไหนก็ไม่รู้ จนถึงตอนนี้ยังหาวิธีฆ่าไม่ได้ โปรแกรมสแกนไม่เจอด้วย นี่คือผลจากการเข้ามาใช้เครื่องผมแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ! ที่จริงก็ไม่ได้จะบ่นหรือว่าอะไรใครหรอกนะ เป็นเรื่องธรรมดาของการใช้คอมฯ … แต่คราวนี้ไวรัสที่โดนมันมีผลต่อผมคือ ไฟล์สไลด์ที่ทำเกือบหาย !!! แล้วมันเกิดปัญหาก่อนผมสอบประมาณอาทิตย์กว่า อารมณ์เลยแบบแอบเซ็ง นึกว่าจะต้องมานั่งทำใหม่ ซึ่งทำใหม่อาจจะไม่ใช่ปัญหาเลย แต่เวลาเตรียมตัวมันหลือน้อยแล้วนี่สิ ! วันนั้นก็เลยนั่งหาวิธีเอาไฟล์กลับมาให้ได้ก่อน ก็นั่งทำอยู่ร่วมๆ ครึ่งวัน ถึงเอาไฟล์กลับมาได้ (แต่ไวรัสยังไม่หายนะครับ พอดีโฟลเดอร์ที่เก็บมันถูกซ่อนอยู่ นั่งงมวิธีเข้าไปเอาไฟล์กลับมานี่แหละ … ขอบอกว่าใช้วิธีเลือกให้แสดงโฟลเดอร์ที่ถูกซ่อนไม่ได้ครับ มันตั้งไม่อยู่ พอตั้งเสร็จแล้วกด OK พอเข้าไปใหม่มันก็ไปอยู่ที่ซ่อนโฟลเดอร์เหมือนเดิม) หลังจากเอาไฟล์กลับมาได้ก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย คราวนี้เลยต้องเซฟไว้หลายๆ ที่ … ปกติแล้วเครื่องที่ทำงานจะมีพี่ที่เป็นคนคุมระบบแกดูแลอยู่ เครื่องจะไม่ค่อยโดนไวรัสหรอก ผมเลยชะล่าใจด้วยแหละ เพราะตั้งแต่ใช้มาไม่เคยโดนไวรัสซักที แล้วเวลาเซฟไฟล์ผมจะใช้วิธี Cut เพราะถ้าใช้วิธีก็อปปี้ บางทีมันจะงงว่าไฟล์ไหนปรับครั้งล่าสุด ถึงขนาดตั้งชื่อไว้ก็เถอะ บางทียังนั่งงงอยู่เลยว่าไฟล์ไหนแน่ แต่ครั้งนี้ต้องยอมงงดีกว่าไฟล์หายแล้วไม่มีเวลาทำใหม่ …

แอบบ่นนิดนึง … ก่อนวันที่จะสอบ เอาสไลด์ไปให้ อ. ดูเป็นรอบสุดท้าย ในใจก็นึกว่าถ้าได้ปรับก็คงแค่ปรับรูปแบบอะไรแบบนี้ ไม่น่าจะมากมาย แต่ผิดคาดครับ … อ. บอกให้เพิ่มผลเข้าไปนิดนึง (วิเคราะห์ผลเพิ่มเติม) อ. คร๊าบ สอบพรุ่งนี้นะคร๊าบ ต้องมานั่งเพิ่มผลตอนเย็น ไหนจะแก้สไลด์ ซ้อมพรีเซนท์อีก … แต่สุดท้ายก็ต้องทำ แต่ทำได้ไม่เยอะ ไม่ครบตามที่ อ. สั่ง ก็แหม … ถ้าอยู่จนเช้าได้ มีเวลาทำก็อาจจะทัน แต่นี่คือผมต้องเผื่อเวลาซ้อมด้วยไง แล้วผมสอบรอบบ่าย ซึ่งถ้าอดนอนนี่ตายแน่ๆ ถ้าเป็นช่วงเช้าอาจจะพอไหว แต่บ่ายนี่ไม่ไหวแน่นอน !  

คืนนั้นก็นั่งเพิ่มผล-ปรับเล่มถึงประมาณสี่ทุ่ม แล้วกลับมาห้องแก้สไลด์ถึงประมาณเที่ยงคืน จากนั้นก็ซ้อมพรีเซนท์ถึงประมาณตีสองครึ่งถึงได้นอน … วันสอบก็ตื่นมาตอนประมาณแปดโมง เพื่อที่จะเข้าไปฟังพี่ที่สอบวันเดียวกันพรีเซนท์ก่อน นั่งฟังได้แค่คนเดียว จากนั้นก็แอบออกมาเตรียมเอกสาร แล้วกลับห้องมาซ้อมพรีเซนท์อีกรอบ สรุปแล้วผมได้ซ้อมแค่สามรอบเท่านั้น

ตอนพรีเซนท์งานนี่ก็มึนๆ เพราะนอนไม่อิ่ม พูดไปก็ลิ้นพันกันไป แต่ก็ผ่านช่วงพรีเซนท์ไปได้ พอมาถึงช่วงตอบคำถามนี่สิ … โดนไปพอสมควร เละเป็นโจ๊กว่างั้น

สรุปคือได้แก้กับทำเพิ่ม ส่วนใหญ่จะเป็นแก้ในรูปเล่ม แต่ที่ทำให้ผมหนักใจและเครียดหนักกว่าช่วงก่อนสอบคือได้ทำงานเพิ่ม นั่นคือ ต้องเก็บข้อมูลภาคสนามกับวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากสอบเสร็จเขาจะให้เวลาปรับแก้ 45 วันเท่านั้น … ไม่เครียดได้ไงครับ “เวลาจำกัด” ต้องออกเก็บข้อมูลภาคสนามนี่ไม่ใช่ชิลๆ แบบไปขับรถเล่น ปัญหาอีกอย่างนึงที่ผุดขึ้นมาให้เครียดก็คือ “ข้อมูล” ต้องติดต่อขอข้อมูล ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีให้หรือป่าว … เครียดสิครับคราวนี้ แถมหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ !!! cute_018.gif image by namretteb

เอาล่ะ … มาสรุปเรื่องเบญจเพสผมหน่อยดีกว่า ว่าโดนอะไรไปมั่ง    เอาเแค่ในช่วงอายุ 25 พอ …

01. (กระเป๋าแบน) แฟนทิ้ง
02. ปู่เสีย
03. ซ่อมรถ (ช่วงล่าง)
04. ซ่อมรถ (กระจกโดนทุบ)
05. ปัญหาชวนปวดหัวและจิตตก ซึ่งจะมีมาเป็นช่วงๆ (แต่ก็โดนไปไม่ใช่น้อย) อันนี้จะนับรวมหรือไม่ก็แล้วแต่จะคิด เพราะปกติคนเราก็ต้องมีเรื่องดี-ไม่ดีสลับกันไปอยู่แล้ว … แต่ช่วงนั้นปัญหามาบ่อยไปมั้ย !!?

คราวนี้มาต่อเรื่องอื่นดีกว่า เอาเรื่องสบายๆ ละกัน เอิ๊กๆ

ปีที่แล้ว (2552) สำหรับผมแล้วถือเป็นปีชง ที่จริงผมก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรคือปีชง … ตามประสาเด็กชายผู้ไร้เดียงสา ผมไม่เคยคิดใส่ใจซักนิด แต่พอโตมาเริ่มคิดละ    เห็นแต่คนอื่นเค้าบอกว่ามันจะไม่ดี แล้วมาปีนี้มาเป็นร่วมชงอีก … จะอะไรนักหนาเนี่ย – จากเรื่องราวชวนปวดหัวและเซ็งจิตทั้งหลายที่เจอมาในปีก่อนรวมถึงปีนี้ เลยทำให้ผมไปลองแก้ชงดู พอดีกับว่าบรรดาเพื่อนๆ หลายคนมันก็ร่วมชงเหมือนกันกับผมนี่แหละ เลยชวนกันไปแก้ดูเผื่อจะมีอะไรดีๆ กับชีวิตบ้าง !

ตอนไปทำพิธีก็ไปที่ศาลจีนครับ (ไม่รู้เรียกถูกป่าว) ไปถึงก็ต้องเสียตังค์ค่าทำพิธี จะมีแบบ 200 บาท คือทำแล้วมีผลแค่คนเดียว กับ 300 คือทำให้กับทุกคนในครอบครัว … แน่นอนว่าต่างกันแค่ร้อยเดียว ผมต้องเลือกอย่างหลังแน่นอน    พอจ่ายค่าทำพิธีเสร็จ เค้าจะมีกระดาษมาให้เขียนชื่อ-ที่อยู่ แบบที่ผมทำก็เขียนชื่อทุกคนในครอบครัวนั่นแหละลงไป เสร็จแล้วเขาจะพาไปจุดธูปไหว้เจ้า ก็อธิษฐานตามความพอใจ เสร็จแล้วจะต้องถือธูปไปปักตามที่ต่างๆ ที่เค้าบอก ซึ่งจะมีลำดับที่ที่จะให้ไปปักธูป พอปักธูปเสร็จก็เอากระดาษที่เขียนชื่อเมื่อกี๊แหละไปเผา แล้วทิ้งลงโถที่เค้าเตรียมไว้ให้ เสร็จแล้วก็เดินไปสั่นระฆัง โดยดึงเชือกเข้าหาตัว 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี … ก็นะ ของแบบนี้ถึงไม่เชื่อ แต่ไม่ลบหลู่ดีกว่า ทำไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพื่อความสบายใจก็ลองทำดู … เผื่อคราวหลังจะมีเรื่องดีๆ ว่าเล่าให้ฟังบ้าง

วันที่ไปทำพิธีแก้ชง มีแวะไปไหว้ศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ที่อยู่แถวๆ บึงแก่นนคร พอดีช่วงที่เจอปัญหาเยอะๆ มีเพื่อนบอกว่าให้ไปลองไหว้ดู – พอไหว้เสร็จ ที่ศาลก็จะมีหินให้ยกเสี่ยงทายแล้วก็เซียมซีด้วย แน่นอน … ผมก็ลองตามความอยากรู้อยากเห็น … เสี่ยงทายแบบยกหินก็อธิษฐานก่อน แล้วบอกว่าถ้าจะได้อย่างที่ขอ ขอให้ยกหินขึ้น … ผมขอไปประมาณสามเรื่อง ก็ยกผ่านหมดนะ … ถ้าได้จริงตามที่ขอจะเยี่ยมมาก แต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกเนอะ นอกจากนี้ก็เสี่ยงเซียมซี ได้ใบค่อนข้างดีอยู่นะ  44.gif image by namretteb

นอกจากไปเสี่ยงทายแล้วก็มีไปดูดวง (อีกแล้ว) รอบนี้มีเพื่อนคนนึงมันกะลังจะออกจากงานมาเรียนต่อ มันเลยอยากไปดูหมอ ว่ามาเรียนแล้วจะรุ่งหรือร่วง    ผมเลยถือโอกาสไปดูด้วย (เพื่อนให้พาไปครับ) ก็ไปดูที่เดิมที่เคยเล่าให้ฟังนั่นแหละ – มาคราวนี้ไม่รู้จะถามเรื่องอะไรเหมือนกัน แต่พยายามนึกเอาให้มันครบห้าเรื่อง (เค้าจะให้ถามได้ห้าเรื่องครับ … นอกจากดูสภาพในช่วง 3 เดือนข้างหน้ากับพื้นฐานของดวง) ไปดูรอบนี้ เรื่องแรกเลยที่จำได้ พี่แกบอกผมว่า “บ้านพัง” … ใช่ครับ บ้านพัง !?   ผมล่ะงงมากว่าหมายถึงอะไร ถามพี่คนดูให้แกก็บอกว่า “แปลก” ไม่รู้จะตีความให้ว่ายังไงเหมือนกัน แต่ที่สรุปๆ ได้น่าจะเป็นเกี่ยวกับคนในครอบครัวมากกว่าตัวบ้าน แล้วก็ไม่ใช่ในลักษณะแบบซ่อมแซมบ้าน โห … ได้ยินแบบนี้แล้ว ผมล่ะเซ็งเลย อย่าให้มันมีปัญหาอะไรใหญ่โตละกัน สาธุ  cute_018.gif image by namretteb

อีกเรื่องจะเป็นเรื่องเรียนนะ เพราะตอนไปดูน่ะอยู่ในช่วงใกล้สอบ แกก็ว่า “จบ” อันนี้ก็สาธุละกัน ขอให้จบไวๆ อย่าได้มีอุปสรรคอีกเลย (เฮ้อ) … อีกเรื่องจะเป็นเรื่องความรัก (ว้าว)   พี่แกทักว่า “ปีนี้จะเจอคนที่ชอบ” เจอจากการที่เพื่อนแนะนำ อาจจะไปเจอตามงานแต่งเพื่อน อะไรแบบนี้ … ปีนี้ใครจะแต่งบอกผมด้วยนะ ผมจะไปตามหา Soulmate   ต่ออีกนิด ผมก็ถามพี่แกว่า “เป็นคนใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยใช่มั้ย … ไม่ใช่คนที่คุยๆ ด้วยเหรอ” แกก็ว่าเป็นคนใหม่นะ ลักษณะจะเป็นคนขาวๆ หน่อย หรือไม่ก็สีผิวประมาณผมนี่แหละ (ผมก็กลางๆ อะ เขาเรียก “ผิวสองสี” มั้ง) แล้วจะเป็นประเภทหัวรั้น ไม่ค่อยฟังใคร แต่นิสัยเข้ากันได้ดีอยู่ (แบบนี้ต้องเป็นประเภทขวางโลกคล้ายๆ ผมแหงเลย) นอกจากนี้ตอนไปดูไพ่ พี่แกบอกว่าปีนี้จะยังไม่ค่อยดี ยังมีปัญหามันให้ได้เซ็งจิตอยู่บ้าง แต่ก็ดีขึ้นกว่าปีก่อน พอปีหน้าจะถือว่าดี แล้วจะดีไปประมาณ 3-4 ปี เลย … แหม … ผมอยากให้มันเป็นจริงจัง จะได้เจอเรื่องดีๆ แบบชาวบ้านเขามั่งน่ะนะ แต่อย่างว่า “ดูดวงอะไรแบบนี้ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง” ฟังๆ ไว้ก็ไม่เสียหาย บางทีได้ฟังอะไรดีๆ มันก็จะได้มีกำลังใจแก้ปัญหาจิตตกทั้งหลายแหล่ แต่บางทีได้ฟังอะไรไม่ค่อยดี ก็กังวลอยู่เหมือนกัน แต่เอาเถอะถือว่าเขาทักให้ระวังตัวมากขึ้นละกัน

จบละ … เบญจเพสที่น่าเอือมระอาและเซ็งจิต เวลาแค่ปีเดียวเจออะไรมาค่อนข้างเยอะจนรู้สึกเบื่อหน่ายโคตรๆ (เฮ้อ)   kapook-9817-8784.gif image by namretteb

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s