เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: เชียงคานยังหวานอยู่

เชียงคานเป็นที่เที่ยวที่หนึ่งที่ผมชอบมากถึงมากที่สุด และเป็นที่เที่ยวที่ผมไปบ่อยที่สุด … เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทยแห่งนี้ เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ภาพบ้านเก่าๆ ที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขง ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายรุ่นต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาที่นี่ บ้านเรือนที่เมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอย เล็กๆ เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ขนานคู่กันไปไปกับถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เริ่มตั้งแต่ถนนศรีเชียงคาน ซอยที่ 1-24  แบ่งเป็นถนนศรีเชียงคานฝั่งบนกับฝั่งล่างซึ่งชื่อซอยเหมือนกัน (PAIDUAYKAN.com)

ย้อนกลับไปประมาณปี พ.ศ. 2542 ผมมีโอกาสได้ไปเชียงคานเป็นครั้งแรก ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พ่อย้ายไปทำงานอยู่ที่เมืองเลย พอถึงช่วงหยุดยาว หรือปิดเทอม แม่จะพาพวกผมไปเล่นอยู่นู่น แม่บอกว่าไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อ กลัวพ่อเหงา    … ช่วงที่ไปอยู่เมืองเลย พ่อจะพาไปตะลอนเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของที่นั่น และเชียงคานก็เป็นหนึ่งในนั้น … ตอนที่พ่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเชียงคานเพื่อหลอกล่อพวกผมให้ไปเที่ยวด้วย พ่อบอกแค่ว่าเป็นเมืองเก่า มีพวกบ้านไม้โบราณตั้งเรียงกันเป็นแถวเลียบไปกับแม่น้ำโขง ทางจังหวัดพยายามผลักดันให้กลายเป็นแห่งท่องเที่ยวประจำจังหวัด ฯลฯ ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอยากจะไปหรอก ไม่รู้จะไปดูอะไรกับบ้านไม้โบราณ แต่จนแล้วจนรอดก็โดนลากไปอยู่ดี !

เที่ยวเชียงคานครั้งแรก …

บอกตามตรงว่าผมรู้สึก “เฉยๆ”   … ความรู้สึกเฉยๆ น่าจะเกิดขึ้นกับใครหลายๆ คนที่เคยไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ โดยเฉพาะกับคนที่ไปเดินเล่น หรือไปเดินดูสินค้า พอเจอของถูกใจก็ซื้อกลับไปเป็นของฝากบ้าง ซื้อเป็นของที่ระลึกบ้าง … เพราะมันมีแค่นั้น มันเลยเฉยๆ ไง ! แต่สิ่งที่ผมไม่ได้รู้สึกเฉยๆ สำหรับการไปเชียงคานครั้งแรก ก็คือ “ข้าวผัดเกลือ” ครับ … ผมมีโอกาสลิ้มรสข้าวผัดเกลือครั้งแรกที่ร้านเนื้อย่างของเชียงคาน พ่อพาไปกินนื้อย่างร้านนี้ตามคำกล่าวอ้างสรรพคุณของลูกน้องในที่ทำงาน ซึ่งมันก็อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ เห็นว่าร้านนี้เป็นร้านขึ้นชื่อของเชียงคานเลยทีเดียว แต่ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว จำได้แค่ว่าร้านอยู่ในซอยครับ ขับรถเข้าไปลึกพอสมควร จนผมสงสัยว่าจะพาผมไปกินเนื้อย่างหรือจะพาไปเถลไถลที่ไหนอีก !!? หรือมันมีทางเข้าทางอื่น แต่พ่อพามั่วนิ่มผ่านเข้าทางซอยหว่า !!?

เอาเถอะ … ยังไงก็ถือเป็นครั้งแรกที่ผมได้กินข้าวผัดกับเนื้อย่าง ! … สมัยก่อนไปร้านเนื้อย่างก็คือกินเนื้อย่าง ร้านเนื้อย่างไม่มีเมนูข้าวผัด (หรืออาจจะมี แต่ที่บ้านผมไม่เคยสั่งข้าวผัดกินกะเนื้อย่างซักที !!?) พอมาเชียงคานดันมีเมนูข้าวผัด แถมเป็นข้าวผัดเกลือ ก็เลยงงกันใหญ่ … ด้วยความอยากรู้ว่าข้าวผัดเกลือเป็นยังไง ก็เลยสั่งมากินครับ … กินไป-กินมา … จานเดียวไม่พอต้องขอเบิ้ล !!!   เรื่องข้าวผัดเกลือนี่ … จริงๆ แล้วผมจำได้แค่ว่าไปกินที่เมืองเลย แต่จำไม่ได้ว่าไปกินที่อำเภอไหน เพราะช่วงนั้นพ่อพาเถลไถลไปเกือบทุกอำเภอของจังหวัดครับ ! จนมาวันนึงนั่งคุยกะแม่ แล้วพูดถึงเรื่องข้าวผัดเกลือ แม่เลยบอกว่า “ไปกินอยู่เชียงคานนั่นไง”   

สรุปแล้วครั้งแรกของผมกับเชียงคานก็คือ “เฉยๆ” แต่อิ่มอร่อยกับเนื้อย่างและข้าวผัดเกลือ  

… เชียงคาน (อีกครั้ง)

การเดินทางไปเชียงคานหนที่สองเกิดขึ้นตอนผมเรียนมหา’ลัยครับ … ช่วงนั้นเชียงคานกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่เริ่มมีชื่อเสียง มีคนหลั่งไหลไปเที่ยวกันเยอะแล้ว … การไปเชียงคานหนที่สองไม่ได้ไปกับที่บ้าน หรือไปกับเพื่อนหรอกครับ แต่ไปกับอาจารย์ แล้วก็น้องๆ ที่เข้ามาช่วยทำงาน ช่วงนั้นพวกผมต้องออกภาคสนามไปสำรวจพื้นที่แถวเมืองเลยพอดี … ตอนแรกเชียงคานไม่ได้อยู่ในแผนที่จะไปครับ แต่พวกน้องๆ มันอยากไปมาก อาจารย์เลยพาแวะไปค้างคืนที่นู่นคืนนึง ไปแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้า … แต่โชคดีหน่อยที่มีที่พัก รอบนั้นไปพักกันแบบโฮมสเตย์ครับ กระจายๆ กันนอน บ้านละคนสองคน (ไปกันประมาณสิบกว่าคน)

พอถึงช่วงหัวค่ำ ผมไม่มีอะไรทำเลยไปเดินเล่นกะอาจารย์ เดินหิ้วของตามแกไปเรื่อยๆ แกก็ซื้อของไปเรื่อยๆ ตลอดทาง พอเดินเหนื่อยก็กลับที่พัก แล้วอาจารย์ก็พูดขึ้นว่า “ไม่เห็นมีอะไรเลย … ทำไมไอ้พวกนั้นมันอยากมากันนักหนา !!?” … นั่นสิ … ทำไมถึงอยากมากันนักหนา ผมว่าสาเหตุมาจากที่พวกนั้นมันเล่นกล้องครับ พวกน้องมันแบกกล้องออกสนามกันคนละตัว สาเหตุที่มันอยากไปเชียงคานเพราะมันอยากไปถ่ายรูปกันนั่นเอง !

ทำไมผมถึงคิดแบบนั้น เพราะตอนนี้ผมเองก็คงไม่ต่างจากพวกน้องที่พูดถึง … สิ่งที่ดึงดูดให้ผมหลงสเน่ห์เชียงคานก็คือ การถ่ายรูป ครับ … เชียงคานมีอะไรให้เราไปถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ พูดง่ายๆ คือ ของเล่นเยอะ    เชียงคานมีบ้านไม้เก่าๆ มีไฟสีเหลืองๆ ส้มๆ ที่ถ่ายรูปตอนกลางคืนแล้วสวย หรืออากาศเย็นๆ ตอนเช้าๆ (ช่วงฤดูหนาว) ที่ทำให้อยากนอนมุดผ้าห่มซะเหลือเกิน หรือบรรยากาศเงียบๆ ในช่วงสายของวัน ที่เราสามารถดินเล่นถ่ายรูปตามบ้านไม้ที่ตั้งอยู่ข้างสองทาง ฯลฯ พวกนี้แหละคือสิ่งที่ดึงดูดผมให้อยากไปแล้วไปอีก !

… เชียงคาน อีกครั้ง … และอีกครั้ง

และแล้วผมก็มีโอกาสไปเชียงคานอีกเป็นครั้งที่สาม ! เรื่องเริ่มขึ้นในกลางดึกคืนหนึ่ง … เพื่อนมันทัก MSN เข้ามา พร้อมกับชวนให้ผมไปเที่ยวกับมัน ด้วยเหตุผลอะไรนั้น … จำไม่ได้แล้ว แต่ถ้าให้เดา น่าจะเป็นช่วงที่มันกะลังสติแตก    มันเลยต้องหาทางไปดับทุกข์ แล้วผมก็กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของมัน คาดว่าน่าจะหลอกล่อมาหลายคนแล้ว แต่ไม่มีใครไปด้วย … พอมาถึงคิวผม ดันบ้าจี้ไปกับมัน

รุ่งเช้าวันถัดมาผมก็ตีรถไปขอนแก่นหาเพื่อนแล้วเปลี่ยนเอารถมันไปเชียงคาน … ไปกันโดยที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยซักแอะ … คืนนั้นจะพักที่ไหน ค่าห้องพักราคาเท่าไหร่ ไปถึงแล้วจะไปไหนบ้าง จะทำอะไรบ้างนอกจากถ่ายรูป ฯลฯ ไม่มีคำตอบอะไรชัดเจนซักอย่าง แม้แต่ทางไปยังไม่รู้เลยครับ ผมบอกทางมันไปถึงแยกที่เลี้ยวไปเมืองเลยเท่านั้น นอกนั้นอาศัยดูป้าย … ไปแบบที่เรียกว่า “ไปตายเอาดาบหน้า”

ผมกะเพื่อนไปถึงเชียงคานประมาณบ่ายสาม ค่อนๆ ไปสี่โมงเย็นแล้ว … อันดับแรกคือ ต้องหาที่ซุกหัวนอนคืนนั้นให้ได้ … ก็เดินถามไปตามโฮมสเตย์ทั้งหลายในย่านถนนที่คนไปเดินเที่ยวกันนั่นแหละครับ … แต่ช่วงนั้นห้องพักเต็ม หันไปทางไหนก็เต็ม ! เต็ม ! เต็ม ! … สุดท้ายมาได้ห้องพักห้องนึง ไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องใช้ห้องน้ำรวม … แต่ก็ไม่เป็นไร ดีกว่าไม่มีที่ซุกหัวนอน

พอได้ที่พักก็สบายละ นั่งๆ นอนๆ ซักพัก รอให้แดดร่มก่อน พอตกเย็นก็ออกไปเดินเที่ยวกัน … ทริปนั้นเดินเที่ยวจนหนำใจเพื่อนครับ เดินกันตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย เดินไป-ถ่ายรูปกันไปเรื่อย … พอเดินเหนื่อย ร้านค้าเริ่มปิด เลยเดินกลับที่พัก รวมๆ แล้วก็เดินวนไปวนมาประมาณ 3-4 รอบ พอกลับถึงที่พัก เพื่อนมันได้ยินป้าเจ้าของบ้านพูดเรื่องตักบาตรข้าวเหนียว … มันอยากตักบาตรด้วย เลยให้ป้าเจ้าของบ้านแกเตรียมไว้ให้ชุดนึง แล้วก็ต้องตื่นแต่เช้าๆ ขึ้นมาตักบาตรกับมันครับ

เช้าวันต่อมาตื่นมาตักบาตรกันแต่เช้าครับ … หลังจากใส่บาตรเสร็จ ก็ไปเดินเล่นกันอีกรอบ ระหว่างเดิน เดิน เดิน อยู่ เพื่อนมันก็หิวข้าว เลยเดินไปหาของกิน … แน่นอนว่าเพื่อนบ้าพลังของผมมันไม่ธรรมดาครับ อยากเข้าถึงเชียงคานให้ถึงที่สุด มันเลยเลือกกิน “ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว” ครับ … ข้าวปุ้นน้ำแจ่วเป็นอาหารเช้าของคนเชียงคานมาแต่ไหนแต่ไร … เพื่อให้เข้าถึงเชียงคาน มันเลยชวนผมไปกิน แต่เผอิญผมเป็นพวกท้องไส้อ่อนแอ รับอาหารแปลกๆ ที่ไม่เคยยัดลงท้องไม่ค่อยได้ เดี๋ยวจะเกิดอาการท้องเสีย ผมเลยไม่ได้เข้าถึงเชียงคานแบบมัน  

หลังจากมันเข้าถึงความเป็นเชียงคานจากอาหารเช้าแล้ว ก็เดินกลับที่พักครับ ขากลับผมแวะซื้อข้าวเหนียว-หมูปิ้งกลับไปกิน … แล้วก็อาบน้ำ-เปลี่ยนชุด พร้อมกับเก็บกระเป๋า แต่ … ยังไม่กลับครับ มาแล้วทั้งที เพื่อนมันพาเดินเล่นถ่ายรูปเชียงคานยามเช้าต่อ ! ส่วนกระเป๋าฝากโฮมสเตย์เมื่อคืนเอาไว้ก่อน แล้วผมก็ไปเดินเถลไถลถ่ายรูปกับมันอีกรอบ …

พอสมควรแก่เวลา … ก็ไปเอากระเป๋าแล้วขึ้นรถเตรียมกลับ … แต่ … ยังครับ มาแล้วทั้งที มันไปต่อที่ “แก่งคุ้ดคู้” ครับ … ไอ้เราอาศัยเกาะรถมากะมัน มันเป็นคนขับ เลยต้องเลยตามเลย แวะแก่งกะมันก่อนกลับ … พอมันสมใจ หรือจำเป็นต้องสมใจ เพราะหน้าผมออกอาการตูดเล็กๆ มันถึงยอมตีรถกลับไปขอนแก่น เป็นอันสิ้นสุดการไปเที่ยวเชียงคานรอบที่สาม

… แวะเชียงคาน (ซักครู่)

จากนั้นผมได้ไปเชียงคานอีกรอบ  … แต่รอบนี้แวะแป็บเดียวครับ มีเวลาเดินเล่น-ถ่ายรูปแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น … บอกตามตรงเลยว่า “ไม่จุใจเลย”   

… “อ้วนฉุย” @ เชียงคาน

รอบล่าสุดที่ไปเป็นรอบที่ 5 ครับ … เมื่อประมาณเดือนธันวาคมปีที่แล้ว รอบล่าสุดนี่ไปกะ “อ้วนฉุย” ครับ … พาอ้วนฉุยไปเที่ยว  … ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปหรอกครับ แต่คุยกันไป-คุยกันมา อ้วนฉุยอยากไป เลยให้อ้วนฉุยโทรติดต่อหาที่พัก … เพราะผมไม่ชอบโทรติดต่อครับ คุยกันลำบาก บางทีก็คุยกันไม่รู้เรื่อง (จริงๆ) ไปรอบนี้ตั้งงบห้องพักไว้ว่าไม่ควรเกินพันนึง สำหรับกรณีนอนโฮมสเตย์ แต่ถ้าจำเป็นต้องนอนรีสอร์ทขอไม่เกินพันห้า

ปรากฏว่า … อ้วนฉุยโทรไปหลายที่มาก แต่เต็มหมด … มีหลังนึงโทรไปถามห้องพักแล้ว ห้องไม่ว่าง แต่เจ้าของบ้านก็ใจดีเดินไปถามเพื่อนบ้านให้เลยครับ ซึ่งบ้านของเพื่อนบ้านป้าแกมีว่างอยู่ห้องนึง แต่เป็นห้องน้ำรวม อ้วนฉุยเลยลังเลว่าจะพักดีมั้ย เพราะถ้าได้ห้องน้ำในตัวจะสะดวกกว่าสำหรับคนที่อาบน้ำนานแบบอ้วนฉุย   … สรุปแล้วคือ “ไม่เอา” ครับ แล้วแผนการไปเชียงคานก็ส่อแววว่าจะล่ม … เย็นวันเดียวกันนั้น ผมเลยนั่งหาที่พักผ่านเน็ต หาไป-หามาได้ที่พักเป็นรีสอร์ทแถวภูทอกครับ (ไม่ขอเอ่ยชื่อละกัน) เหลืออยู่ห้องเดียว ! ราคาเต็มงบที่ตั้งไว้พอดี !! … แผนการไปเชียงคานเลยไม่ล่ม !!!

วันเดินทางไปถึงรีสอร์มเกือบสี่โมงเย็น … รีสอร์ทที่จองไว้โอเคดีนะครับ แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนคือ พื้นที่สำหรับกางเต็นท์หลังใหญ่ๆ แล้วก็ส่วนที่เป็นบ้านเล็กๆ 5 หลัง ผมได้แบบเป็นบ้านหลังสุดท้ายพอดี … ตัวบ้านพักโอเคเลยครับ ผมชอบ … แต่รีสอร์ทดูแห้งๆ ไปนิด อาจจะเพราะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ต้นไม้-ต้นหญ้า เลยยังไม่จัดจ้านเต็มที่ แต่บรรยากาศโดยรอบถือว่าดีระดับนึงครับ อ่อ … รีสอร์ทนี้มีข้าวเช้าให้ด้วยครับ แต่ต้องเข้าไปกินที่ฝั่งริมโขง (รีสอร์ทนี้มีสองที่ครับ ที่นึงคือ ฝั่งริมโขง-อยู่ใกล้กับถนนคนเดิน ส่วนอีกที่นึงที่ผมไปพักจะอยู่ติดกับภูทอกครับ … ปีนี้ผมตั้งใจว่าจะไปอีกครับ แล้วจะพักรีสอร์ทที่เดิมด้วย … ถ้ามีบ้านว่างน่ะนะ )

หลังจากเช็คอิน-เก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็พักเอาแรงซักครู่ … พอเริ่มเย็นๆ ก็ขับรถจากที่พักเข้าไปแถวถนนคนเดิน เอารถไปจอดในโรงเรียนแถวถนนคนเดินนั่นแหละครับ … แล้วก็แวะกินข้าวเอาแรงกันก่อน จะได้เดินยาวเลยทีเดียว

รอบล่าสุดที่ไปนี่ … เดินตั้งแต่เกือบๆ หกโมงเย็น ถึงประมาณ 2-3 ทุ่ม ครับ … เดินถ่ายรูปแทบจะทุกที่ๆ มีของเล่นวางไว้ให้นักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปด้วย … ขากลับก็แวะหาขนมกลับไปกินที่รีสอร์ทเป็นรอบดึก ส่วนเช้าวันรุ่งขึ้นอ้วนฉุยอยากไปตักบาตรข้าวเหนียวครับ เลยบอกทางรีสอร์ทให้เตรียมของตักบาตรให้ แล้วตอนเช้าไปรับของที่รีสอร์ทฝั่งริมโขงครับ พระจะเริ่มบิณฑบาตรจากซอยหน้ารีสอร์ทริมโขงพอดี

เช้าวันใหม่ …  อ้วนฉุยออกอาการขี้เซาไม่อยากไปตักบาตรซะงั้น ! … แต่สุดท้ายก็โดนลากไปอยู่ดี   … หลังตักบาตรเสร็จก็แวะหาข้าวกินครับ … วันนั้นได้ข้าวเหนียว-หมูปิ้งอีกเช่นเคย หมูปิ้งสูตร “หมูปิ้งคลุกฝุ่น” อร่อยครับ ยิ่งกินกะข้าวเหนียวร้อนๆ ตอนเช้าแล้วเนี่ย … สุโก้ยยยย !!!   

พอกลับมาถึงรีสอร์ทก็จัดการหมูปิ้งคลุกฝุ่น แล้วไปถ่ายรูปเล่นในรีสอร์ทต่อครับ … พอเหนื่อยก็ไปนอนเอาแรงต่ออีกซักพักเพราะเมื่อเช้าตื่นตั้งแต่ตีห้า  ตั้งปลุกตอนเก้าโมงครึ่งเพราะจะไปเดินเล่น-ถ่ายรูปต่อตอนสายๆ อีกรอบ … บรรยากาศของเชียงคานตอนค่ำกับตอนเช้าต่างกันนะครับ … ถ่ายรูปแล้วสวยคนละแบบ … อันนี้อ้วนฉุยยืนยันได้ครับ เพราะตอนแรกทำท่าทางไม่อยากไปถ่ายรูปตอนสาย แต่พอเอารูปให้ดู มีรูปถูกใจมากกว่าตอนถ่ายช่วงหัวค่ำซะอีก  

บทส่งท้าย

… ห้าครั้งที่ไปเที่ยวเชียงคาน … สิ่งนึงที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเลยก็คือ “ที่พัก” ครับ … ส่วนตัวแล้วผมแบ่งที่พักบริเวณถนนคนเดินของเชียงคานออกเป็นสองแบบ คือ แบบโฮมสเตย์ กับแบบที่ดูออกว่าบรรยากาศเป็นโรงแรม … สำหรับครั้งแรกที่ไป ที่พักลักษณะแบบโรงแรมแถวๆ ถนนคนเดินมีน้อยมาก แต่รอบล่าสุดที่ไปนี่แบบว่า … โผล่ขึ้นมาเพียบ แต่โรงแรมใหม่ๆ ก็จะถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับบรรยากาศเดิมครับ เท่าที่ทราบมาคือ เชียงคานพยายามจะรักษารูปแบบของถนนเส้นนี้ไว้ให้เป็นเหมือนเดิมมากที่สุด

ส่วนตัวแล้ว … ผมอยากให้เชียงคานยังคงเป็นเชียงคานแบบเดิมๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ไม่อยากให้บรรยากาศแบบเก่าๆ ของเชียงคานหายไปครับ ถ้าคุณเลือกจะไปเที่ยวเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศเก่าๆ ควรทำใจเรื่องความสะดวกสบายบ้าง อย่าคิดหวังว่าไปเที่ยวพักผ่อนทั้งที ต้องได้นอนโรงแรมทันสมัย … เคยมีคนถามผมเรื่องที่พักที่เชียงคานว่าที่พักเป็นยังไง สะอาดมั้ย ไกลรึเปล่า ราคาเป็นยังไง ฯลฯ ผมก็ตอบไปตามที่รู้-ที่เห็น แต่คนที่ถามผมมีเงื่อนไขค่อนข้างเยอะ เช่น อยากได้ที่พักแบบโรงแรมครับ โรงแรมแบบที่ว่าเป็นโรงแรมสมัยใหม่ ถ้าเป็นโรงแรมเก่าหน่อยกลัวจะมีกลิ่นอับ อยากได้โรงแรมที่อยู่ใกล้ถนนคนเดิน เพราะเขาขี้เกียจเดิน (!!?) เขาไม่อยากได้ที่พักแบบโฮมสเตย์ เขากลัวไม่สะอาด-ไม่เป็นระเบียบ แต่จริงๆ แล้ว โฮมสเตย์ที่เชียงคานถือว่าสะอาด-เรียบร้อยครับ ไม่ได้แย่เลย ! เขาไม่อยากพักรีสอร์ท โดยเพาะรีสอร์ทที่ไม่ได้ยกพื้น เพราะกลัวมีแมลงเข้าห้อง ฯลฯ ผมว่าความต้องการของคนประเภทนี้แหละที่คอยยัดเยียดบรรยากาศสมัยใหม่เข้าไปทำลายบรรยากาศเดิมๆ … การพัฒนาไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ถ้ายัดเยียดมากเกินไป สเน่ห์และบรรกาศเดิมๆ มันจะจางหายไปหมดนะ …

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s