เย็นย่ำก็ฮัมเพลง: ว่าด้วยเรื่องของกล้อง

เมื่อก่อนสมัยที่ยังเรียนอยู่ ผมอยากมีกล้องดีๆ ซักตัวเป็นกล้องแบบ DSLR แต่พอไปดูราคาแล้ว … โอ้แม่เจ้า !!! แพงเว่อร์เลยทีเดียว บอกตามตรงว่าไม่มีปัญญาซื้อครับ ผมเก็บความอยากที่ว่านี้ไว้นานหลายปีเลยทีเดียว จนกระทั่งย้ายมาทำงานที่กะลังทำอยู่ปัจจุบันนี่แหละ แต่ … กล้องที่ผมมีน่ะ ตังค์แม่ครับ    ก็แบบว่ายืมตังค์แม่ซื้อก่อน แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ยังไม่เคยจ่ายตังค์คืนเลย จนล่วงเลยมาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว เอิ๊กๆ

ย้อนกลับไปตอนซื้อกล้องครั้งแรก ผมไม่มีความรู้เรื่องกล้องเลยซักแอะ อาศัยว่าเดินๆ ไปแล้วถามราคา … คนขายก็บอกว่ากล้องของค่ายใหญ่ๆ ที่คนชอบใช้ก็มี Canon กับ Nikon … ผมเลือก Canon เพราะเช็คราคาอุปกรณ์แล้ว Nikon แพงกว่า อุปกรณ์ที่เอามาประกอบการตัดสินใจตอนนั้นก็คือ เลนส์ ครับ … อยากได้ DSLR เพราะมันเปลี่ยนเลนส์ได้นั่นแหละ ถ้าซื้อยี่ห้อที่เลนส์แพง ผมคงไม่มีปัญญาซื้อเลนส์มาเพิ่มแหงๆ … ซึ่งผมก็มารู้ตอนหลังว่า มันมีเลนส์จากค่ายอิสระอื่นๆ อีกเพียบ เชิญเลือกให้ถูกใจกะตังค์ในกระเป๋าได้เลย    แต่ก็ไม่เป็น เพราะเจ้ากล้องตัวนี้ ก็พาผมมีอะไรสนุกๆ ทำมาหลายปีแล้วล่ะ … อีกอย่างจะเป็นสาวกค่ายไหน ก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวครับ ไม่ใช่ว่าจะดีกว่ากันหรอกนะ  : )

พอผมเลือกค่ายอยู่ได้แล้ว ก็มาถึงตอนเลือกรุ่นของกล้อง … ซึ่งก็ไม่รู้อยู่ดีว่ารุ่นไหนมันเทพกว่ากัน ในตอนที่ซื้อจะมีอยู่ 2 รุ่น ที่พอสู้ราคาไหว ก็คือ 1000D กับ 450D ตอนแรกกะว่าจะเอา 1000D แต่คนขายบอกว่า ไหนๆ ก็จะซื้อแล้ว เล่น 450D เลยดีกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่า “มันเวิร์คกว่า” … ตกลงเลยได้เจ้า 450D มาเป็นเพื่อนคู่ใจในที่สุด

พอตกลงว่าจะเป็นสาวกค่ายไหน เอากล้องรุ่นอะไรแล้ว ก็ถึงตอนจ่ายตังค์ พี่คนขายแกก็เปิดประเด็นขึ้นมาอีกว่า  “จะเอาฟิลเตอร์มั้ย” … ผมก็นิ่งไปซักพัก แล้วคิดในใจว่า … ฟิลเตอร์คืออะไรวะ !!?  คนขายคงดูออกว่า “ไอ้นี่ไม่รู้เรื่องเลยนี่หว่า !” พี่แกเลยแนะนำ CPL ให้อันนึง บอกว่าเอาไว้ถ่ายท้องฟ้า แล้วสีของท้องฟ้ามันจะเข้มขึ้น … บอกตามตรงว่า ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอก แต่ที่ยอมเพิ่มตังค์ซื้อ เพราะจะเอาไว้กันไม่ให้เลนส์เป็นรอยแค่นั้นแหละ

หลังจากได้กล้องมาเป็นของตัวเองแล้ว ผมก็ลองๆ เล่นดู … ผมที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับกล้อง พอมาเจอ DSLR ครั้งแรก บอกตามตรงว่ามึนครับ ! ถึงจะเคยจับ-เคยเล่นกล้องของเพื่อนมาบ้างแล้ว แต่พอมาเล่นกล้องด้วยลำแข้งของตัวเองแล้วมึนมากๆ  … อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด พอลองเลือกโหมดแบบเดาๆ มาซักโหมดนึงก็มีให้ตั้งค่าอะไรอีกก็ไม่รู้      ช่วงแรกทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียว หมุนไปหมุนมาจนสุดท้ายได้โหมดถ่ายรูปที่ถูกใจก็คือ โหมดอัตโนมัตินั่นเอง    … ช่วงแรกผมก็เลยเล่นแต่โหมดที่ว่านี้อยู่พักใหญ่ๆ เลยครับ … แต่ต่อมาผมรู้สึกเสียดายตังค์ พร้อมกับมีความคิดนึงผุดขึ้นมาในหัวว่า “ซื้อกล้องตั้งหลายหมื่น เอามาถ่ายแค่โหมดอัตโนมัติเนี่ยนะ … ซื้อกล้องเล็กๆ ซักตัวก็พอหรอกงั้น”

พอเกิดความคิดอย่างที่ว่าขึ้น … ผมก็เลยตั้งใจว่า “เอาล่ะ ! ในเมื่ออยากได้นัก ได้มาแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มกะตังค์ (แม่) ที่จ่ายไป” ผมเลยออกไปร้านหนังสือ แล้วหาหนังสือเกี่ยวกับกล้อง DSLR แล้วก็เทคนิคถ่ายรูป รวมถึงพวกอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับกล้องมาอ่านอยู่พักใหญ่ๆ … ตอนแรกก็รู้เรื่องบ้าง-ไม่รู้เรื่องบ้างตามประสา อาศัยอ่านแล้วก็ลองทำตามเดาๆ ไปด้วย … สุดท้ายก็เลยพอใช้กล้องที่อยากได้นักหนาได้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์เสียที  

ช่วงแรกๆ ก็ถ่ายไปเรื่อยเปื่อยแหละครับ ใช้เลนส์ที่มากับกล้องอย่างเดียว หรือเลนส์คิท นั่นเอง … ต่อมาเริ่มรู้สึกว่าเลนส์ที่มีอยู่ยังไม่ค่อยตอบโจทย์ที่ต้องการซักเท่าไหร่ … โจทย์ที่ว่าก็คือ … ทำไมกล้องผมมันซูมได้นิดเดียวเอง ! ผมก็เลยย้อนกลับไปเปิดตำราที่หอบมาจากร้านหนังสือ เลยรู้ว่า … อ่อ … ผมคงต้องหาเลนส์แบบ Tele ซักตัวแล้วล่ะ

ครั้งแรกกับการไปซื้อเลนส์เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก เพราะเลนส์มันก็มีหลายยี่ห้อ หลายระดับ หลายราคา … ด้วยความที่ผมเองเป็นตากล้องงบน้อยอยากลองเล่นกล้องแพงๆ ก็เลยต้องคิดหนักนิดนึง … พอถึงวันที่ตัดสินใจจะเอาตังค์เก็บที่มีอยู่น้อยนิดไปซื้อเลนส์ ผมก็ไปเลยครับ ไปตัวเปล่า ไม่ได้เอากล้องไปด้วย … พอถึงร้านก็บอกพี่คนขายว่าอยากได้ Tele ซักตัว … พี่คนขายก็แนะนำให้ มียี่ห้อนู่นนั่นนี่ ความยาวโฟกัสเท่านั้นเท่านี้ … ไอ้เราก็ไม่เคยเล่นเลนส์อื่นนอกจากเลนส์คิท ก็ไม่รู้หรอกว่าความยาวโฟกัสเท่านั้น-เท่านี้มันซูมได้เท่าไหน … ที่จริงถ้าขอคนขายลองก็ได้นะครับ ถึงจะไม่เอากล้องไป เขาก็ให้เราลองอยู่ว่าเราต้องการเลนส์ประมาณไหน … แต่ยอมรับตรงๆ เลยว่าตอนนั้น “ไม่ได้คิดที่จะลองเลนส์เลย ไม่รู้เลยว่าเลนส์ความโฟกัสเท่าไหร่ที่ผมใช้แล้วถึงจะถูกใจ” … แล้วผมเอาอะไรมาประกอบการตัดสินใจล่ะ … แน่นอนว่าตากล้องงบน้อยอย่างผม เอาราคามาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลยครับ    พอกลับถึงห้อง ผมก็รีบถอดเลนส์เก่าออกแล้วใส่เลนส์ใหม่เข้าไปแทน … ตื่นเต้น ! ตื่นเต้น ! ตื่นเต้น !

ผลปรากฏว่า … “เอ๊ะ … ทำไมภาพมันดูใกล้ๆ วะ … ซูมไอ้ที่อยู่ไกลๆ น่ะโอเค … แต่ไอ้ที่อยู่ใกล้ๆ ทำไมรู้สึกว่ามันใกล้จัง” ผมเลยค้นหาคำตอบทั้งจากตำราที่มีอยู่แล้วควบคู่กับความรู้จากอินเตอร์เน็ต  สุดท้ายเลยเกิดความเข้าใจอย่างนึงว่า “ผมคงเลือกเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสไม่ถูกใจซะแล้วล่ะ”   

วันรุ่งขึ้นผมเลยรีบบึ่งไปร้าน … ไม่ใช่ว่าจะไปงอแงนะครับ คือยอมรับชะตากรรมของตัวเอง … ผมไปร้านขายกล้องอีกรอบพร้อมหอบตังค์เก็บที่มีอยู่น้อยนิดอีกก้อนนึงไปซื้อเลนส์ใหม่ … คือตอนที่เลือกเลนส์น่ะ มีอยู่ในใจ 2 ตัว แต่ตัวที่ซื้อน่ะราคาถูกกว่า ผมเลยเลือกตัวที่ราคาถูกกว่า อย่างที่บอกว่าเอาราคามาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ … เลนส์ตัวที่สองที่ซื้อก็คือ Tele อีกตัว แต่ระยะโฟกัสต่างจากตัวแรก … พอกลับถึงห้อง ผมก็รีบลองเลนส์ตัวใหม่ ด้วยความตื่นเต้น ! ตื่นเต้น ! ตื่นเต้น ! อีกครั้ง

ผลปรากฏว่า … เลนส์ตัวใหม่โอเคขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ … ระยะภาพไม่แตกต่างอะไรจากที่เคยคุ้นตาเท่าไหร่ … เลนส์ตัวที่สองที่ซื้อมา จะว่าไปก็ถูกใจพอสมควรนะครับ แล้วก็เป็นเลนส์ที่ช่วงแรกๆ ผมใช้เป็นประจำ เรียกได้ว่าใช้เลนส์นั้นเลนส์เดียวทุกงานก็ว่าได้  

ต่อมาก็มาถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมอยากได้เลนส์ตัวที่สาม … เรื่องมันเริ่มจากคืนๆ หนึ่ง เพื่อนมัน MSN เข้ามาว่า “แก … ชั้นอยากไปเที่ยว แกไปเป็นเพื่อนหน่อย” ไอ้ผมก็บ้าจี้ วันนั้นตอบตกลงกะมัน แล้วรีบเข้านอน เพราะวันรุ่งขึ้นต้องขับรถทางไกลครับ … ไอ้ที่เที่ยวที่ว่ามาชวนกันดึกๆ ไม่ใช่ไปเที่ยวแบบเที่ยวกลางคืนนะครับ … แต่มันชวนไปเชียงคาน !

พอเช้าวันรุ่งขึ้นผมก็ขับรถทางไกลไปหามัน แล้วก็ลากกันไปเที่ยวยังจุดหมายปลายทางที่โดนมันหลอกล่อตั้งแต่เมื่อคืน … ไปเที่ยวรอบนั้น แบกกล้องกันไปคนละตัวครับ … ผมสาวกหนอน ส่วนมันสาวกนิก … มันไปพร้อมกับเลนส์ Fix ตัวนึง ส่วนผม Tele เพื่อนยาก เลนส์ครอบจักรวาลตัวโปรดนั่นเอง … เมื่อแบกกล้องไปกันคนละตัว ก็ผลัดกันถ่ายรูปครับ สนุกสนานเฮฮา … ตอนแรกไม่ได้ใส่ใจเลนส์ Fix อะไรของมันหรอก … แต่พอวันจะกลับ ไปเปิดรูปที่มันถ่ายดู … โอ้แม่เจ้า ! ทำไมฉากหลังมันแลดูละลายกลมกลืนแตกต่างจากรูปที่ถ่ายด้วยเลนส์ครอบจักรวาลของผมซะเหลือเกิน ! สุดท้ายเลยมารู้คำตอบว่า เลนส์มันตั้งค่ารูรับแสงได้ต่ำกว่านั่นเอง ผมก็เลยเกิดความรู้สึกอยากได้ ! อยากได้ ! อยากได้ ! … พอเกิดความรู้สึกอยากได้ … กลับจากไปเที่ยวปุ๊บ ผมก็ตรงไปร้านกล้องปั๊บ พร้อมกับถอยเลนส์ใหม่มาอีกตัวนึง … ซึ่งเป็นความโชคดีอย่างนึง ที่เลนส์ใหม่ราคาไม่แพงครับ ! สู้ราคาไหว ! … แล้วเลนส์ตัวใหม่ก็กลายมาเป็นเลนส์โปรดของผมมาจนถึงทุกวันนี้  

นอกจากกล้อง + เลนส์ แล้วก็มีขาตั้งกล้องอีกตัวนึง … ขาตั้งกล้องนี่ได้มาตอนที่จะไปเที่ยวภาคเหนือกับพวกที่ทำงานครับ … ที่ๆ จะไป ผมเคยไปมาหลายรอบแล้วจากตอนไปทำงานนั่นแหละ แล้วที่ๆ ไป มีอยู่ที่นึงที่ผมถ่ายเท่าไหร่รูปก็ไม่ชัด (ถ่ายรูปตอนกลางคืนครับ) ที่ๆ ว่าก็คือ หอนาฬิกาของเมืองเชียงราย ครับ … จากประสบการณ์ที่เคยถ่ายรูปเป็นสิบๆ รูป แต่ดันไม่ชัดซักรูป   ผมเลยกลั้นใจไปถอยขาตั้งกล้องมาตัวนึง พร้อมกะแบกเอาไปเที่ยวด้วย เพื่อจะไปถ่ายหอนาฬิกาที่ว่านี่ให้มันชัดให้ได้ … ซึ่งก็สมใจแล้วครับ ในที่สุดผมก็ได้รูปชัดๆ มาเรียบร้อย !

พอมีขาตั้งกล้อง … คราวนี้ผมก็อยากลองถ่ายรูปท้องฟ้ากับดาวตอนกลางคืนครับ … เลยลองหารายละเอียดมาอ่าน ว่าเขาถ่ายกันยังไง … พอรู้คำตอบก็มาสำรวจอุปกรณ์ของตัวเอง ซึ่งเลนส์ Tele ก็มีแล้ว แต่ติดปัญหาที่ว่า จะทำยังไงถึงจะเปิดหน้ากล้องได้นานๆ … ถ้าตั้งจากกล้องมันก็ได้ระดับนึงเท่านั้น … สุดท้ายเลยได้ไปถอยสวิตซ์ซัตเตอร์อันน้อยมาอีกอัน … มารู้สึกตัวอีกที ผมก็บ้ากล้องเรียบร้อยแล้ว !  

โดยส่วนตัวแล้ว … ช่วงแรกๆ ผมไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับการถ่ายรูปหรอกครับ แต่พอมีอะไรให้เล่น-ให้ลอง หรือต้องมานั่งกุมขมับว่าทำยังไงถึงจะต้องถ่ายรูปให้มันสวย เท่ห์ ถูกใจ มันก็เลยดูเป็นอะไรที่แปลกใหม่และท้าทายไปในตัว … จนถึงวันนี้ผมถ่ายรูปมาประมาณ 4 ปีแล้ว แต่ฝีมือก็ไม่ได้ว่าขั้นเทพ อุปกรณ์ก็ไม่ได้ว่าราคาแพงเว่อร์ๆ แล้วก็ไม่ได้งอแงอะไรกับเรื่องอุปกรณ์ที่มีอยู่ตอนนี้มากมายนัก … เท่าที่มีอยู่ ผมก็พอใจระดับนึงละ … ผมไม่ได้จะไปเป็นตากล้องมืออาชีพ ถึงแม้รูปที่ถ่ายมา ผมจะใช้โปรแกรมช่วยปรับแต่ง แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอยากอายอะไรซักนิด ผมเลือกเวลาถ่ายรูปไม่ค่อยได้น่ะครับ ผมอาศัยว่าไปทำงานด้วย แล้วก็หาโอกาสถ่าย บางครั้งแดดแรงแสงจ้า ไม่ได้ถ่ายเวลาทองแบบตากล้องหลายๆ คน บางครั้งไม่มีเวลามาตั้งค่า หรือลองผิดลองถูกเพื่อให้รูปมันสวยหรอก … เพราะงั้นถ้าใครจะเป็นจะตายกับการจับผิดว่าใช้โปรแกรมช่วยปรับแต่งรูปแล้วล่ะก็ … เชิญตามสบายครับ ขอให้คุณถ่ายรูปแบบเทพๆ ของคุณต่อไปเถอะ เพราะยังไงแล้วผมก็จะใช้โปรแกรมช่วยปรับแต่งรูปของผมอยู่ดี

ผมเชื่อว่าจุดประสงค์ของการถ่ายรูปของทุกคนก็คือ บันทึกความทรงจำช่วงนึงเอาไว้ ทุกคนต่างก็อยากมีความทรงจำ มีช่วงเวลาที่ถูกใจแบบสวยๆ ไว้ดู … แล้วมันจะผิดอะไร ถ้าในเมื่อตอนถ่ายรูป เราไม่สามารถทำมันให้ดีที่สุด หรือทำให้มันสวยสมใจเราได้ เลยต้องมาอาศัยโปรแกรมช่วยเพื่อให้รูปที่ถ่ายมาแล้วสวยถูกใจเรา

ปล. ผมชอบเสียงตอนกดชัตเตอร์จัง : )

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s