โน้ส-อุดม: หากพวกเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน

… หากพวกเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน

คำพูดแรกที่มักจะได้ยินเสมอเวลาที่ผมเปิดดูเดี่ยวไมโครโฟน (One Stand up Comedy) ของ “อุดม แต้พานิช” … เดี่ยวไมโครโฟนจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อราวๆ ปี พ.ศ. 2538 ตอนนั้นผมอายุประมาณสิบกว่าขวบ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกครับว่ามันคืออะไร … เห็นแต่พี่นั่งดูทางทีวี (ตอนนั้นมีทีวีช่องนึงเอาเทปการแสดงมาเปิดออกอากาศ แต่จำไม่ได้แล้วว่าเป็นช่องไหน) ผมก็เลยนั่งดูกับมัน พอดูเสร็จผมว่าก็ตลกดีนะ แต่สมัยก่อนบ้านผมไม่มีเครื่องเล่นวิดีโอครับ ดูจบแล้วก็จบไป จะหาซื้อมาเก็บสะสมน่ะ … ไม่มีทาง เครื่องเล่นไม่มี แถมม้วนวิดีโอสมัยก่อนค่อนข้างจะราคาแพงพอสมควรเหมือนกัน … ส่วนเดี่ยว 2 ผมได้ฟัง (ย้ำว่าได้ฟัง) จากการยืมเทปเพื่อนมาฟังครับ ส่วนตัววิดีโอน่ะ รออีกหลายปีเหมือนกันถึงจะได้ดู (ฮา)

หลังจากเดี่ยว 2 แล้ว ผมรู้สึกว่าเดี่ยวไมโครโฟนหายไปจากชีวิต … ได้มาดูอีกทีก็นู่นเลย สมัยเรียนมหาวิทยาลัย (ประมาณปี พ.ศ. 2545) ซึ่งตอนนั้นเป็นเดี่ยว 5 แล้ว นอกจากเดี่ยวครั้งล่าสุดแล้ว ก็บังเอิญได้ดูเดี่ยวไมโครโฟนครั้งที่ 2-4 จากแผ่นวีซีดี จากนั้นมาผมก็เริ่มติดตามและหาซื้อแผ่นซีดีมาเก็บไว้ครับ ไล่มาตั้งแต่เดี่ยว 1-6 แล้วก็มีแผ่น Unseen 1 กับ 2 แผ่น Unseen นี่แบบว่าบังเอิญไปเจอจริงๆ ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีแผ่นแบบนี้ขาย พอดีวันที่เจอผมไปงมๆ หาซื้อแผ่นหนังที่ร้านแถวหลัง ม. … ค้นไปค้นมาดันได้แผ่น Unseen 1 ติดกลับมาด้วยซะงั้น ส่วนแผ่น Unseen 2 นี่ก็ได้มาเพราะไปงมหาหนังเรื่องอื่นเหมือนกัน

หลังจากเดี่ยว 6 … เดี่ยวไมโครโฟนก็หายไปอีกหลายปี จนวันนึงเพื่อนบอกว่าจะมีเดี่ยว 7 ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอแผ่นครับ (ผมอยู่ต่างจังหวัด ไม่เคยดูแสดงสดหรอก … รอหาซื้อแต่แผ่นมาดู ถ้าแผ่นออกช้าก็รอต่อไปเถอะ (ฮา)) ต่อจากเดี่ยว 7 ก็ไล่มาเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็เดี่ยว 10 ละครับ

สำหรับเดี่ยวไมโครโฟน ผมว่าก็แล้วแต่คนน่ะครับ … อย่างแม่ผมนี่ แกดูแล้วไม่ชอบ บอกว่าไร้สาระ (ซะงั้น … ก็ดูตลกนิ) ก็แล้วแต่รสนิยมนั่นแหละ  … แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบนะ … ฮาดี แล้วมุกที่ได้ฟังส่วนใหญ่มันเป็นแง่มุมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต เป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่พี่แกมีวิธีการเล่าที่มันไม่ธรรมดา จากเรื่องที่ดูไม่มีอะไร บางเรื่องเป็นเรื่องที่ชวนให้หงุดหงิดด้วยซ้ำ แต่พอผ่านวิธีการเล่าแบบเดี่ยวไมโครโฟน มันกลับออกมาเป็นมุกตลกที่รู้สึกว่า “… คิดได้ไง” หรือ “… เออ … จริงว่ะ”

นอกจากนี้ ถ้าฟังเดี่ยวมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ จะเห็นว่าเดี่ยวแต่ละครั้งมันจะมีเหตุการณ์สำคัญๆ หลายเหตุการณ์ในช่วงนั้นที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่าผ่านมุมมองตลกๆ บางเรื่องนี่แบบว่า … ลืมไปแล้ว มานึกขึ้นได้ตอนย้อนกลับไปดูเดี่ยวครั้งก่อนๆ

ผมว่ามุมมองตลกๆ ในเรื่องต่างๆ รอบตัว ที่แสดงออกมาในแบบของเดี่ยวไมโครโฟน น่าจะเป็นเสน่ห์อย่างนึงที่ทำให้หลายๆ คนชอบดูเดี่ยวไมโครโฟน … ถึงแม้จะเคยมีนักพูด หรือใครหลายๆ คนที่เคยจัดการแสดงลักษณะนี้มาแล้ว แต่โดยส่วนตัว … ผมรู้สึกว่าสู้ของโน้ส-อุดม ไม่ได้ครับ

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะชอบไปซะทุกมุกนะครับ บางมุกนี่ก็บอกตามตรงว่าน่าเบื่อเหมือนกัน (ไม่ขอพูดถึงละกัน) แต่โดยรวมแล้ว … ทุกๆ ครั้งที่เปิดดู ผมก็ยังสนุกกับเรื่องราวต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมา แม้จะเป็นมุกเก่า มุกเดิม ที่เคยฟังมาแล้วก็ตาม … แต่ฟังกี่ทีๆ ก็ยังเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มได้เสมอ : )

เดี่ยวไมโครโฟน 1

  • ครั้งที่ 1 (เดี่ยวไมโครโฟน) พ.ศ. 2538
  • เดี่ยว 1 เปิดตัวด้วยวิดีโอแนะนำประวัติส่วนตัวของโน้ส-อุดม ครับ
  • จากนั้นก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีทีทำให้หายเครียดแบบต่างๆ เช่น การเล่นกับเด็ก ซึ่งก็เล่าถึงเรื่องของ “ไอ้แจ๊บ” หรือให้ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง โดยการสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น การนั่งรถเมล์ พระบิณฑบาต หรือให้เล่นกับหมา …
  • ต่อมาเป็นเรื่องของ “วงการบันเทิงไทย” เริ่มตั้งแต่การเข้าสู่วงการบันเทิงที่มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การส่งลูกเข้าประกวด มีแมวมอง ต่อมาเมื่อเข้าวงการได้ก็เริ่มจากงานเล็กๆ เช่น เป็นตัวประกอบละครไทย ซึ่งมีทั้งตัวประกอบอดทน ตัวประกอบบทผ่าน ตัวประกอบบทลิบๆ และตัวประกอบบทเบลอ นอกจากนี้ ก็พูดถึงเรื่องของระบบละครไทย ที่เป็นแบบสร้างแล้วสร้างอีก เรื่องของเอฟเฟกต์ละครไทย เอฟเฟกต์การแต่งหน้าเป็นคนแก่ เอฟเฟกต์ผีหวานเย็น เอฟเฟกต์บึ้ม มุกคลาสสิกเรื่องบ้านผีปอบ หรือทำงานเป็นนักปรบมือมืออาชีพ หรือการเล่นตลก
  • มุกนึงที่ผมชอบมากเป็นพิเศษในเดี่ยวครั้งนี้ก็คือ ดีเจวิทยุ ที่จัดรายการต่อยหอยเรดิโอ (ฮา) ประมาณว่าพูดซะจนไม่ได้ฟังเพลงนั่นแหละ
  • นอกจากเรื่องของนักแสดงกับดีเจจัดรายการแล้ว ก็ไปที่เรื่องของเหล่านางแบบ-นายแบบ การเป็นนักร้องและท่าบังคับของนักร้องทั้งหลาย รวมถึงการแสดงมิวสิควิดีโอ การถ่ายคาราโอเกะ
  • สุดท้ายเป็นเรื่องของ “โด้วจังหวะนรก” เป็นการเล่าเรื่อง “คางคกเข้าบ้าน” ในจังหวะการเล่าแบบพิเศษที่ไม่เหมือนใคร

เดี่ยวไมโครโฟน 2

  • ครั้งที่ 2 (อุดม โชว์ห่วย) พ.ศ. 2539
  • เดี่ยว 2 เปิดตัวด้วยมิวสิควิดีโอครับ ทำเพลงแปลง เพลงของเจสัน ยัง
  • เดี่ยว 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการไปเที่ยวเมืองนอก เริ่มจากการไปเที่ยวฮ่องกงกับคณะทัวร์ ต่อมาก็ไปเที่ยวออสเตรเลีย ซึ่งมุกนึงที่ได้จากเดี่ยวครั้งนี้ก็คือ Do You Like Pop Music ? Can I Have SamSung
  • ถัดจากเรื่องไปเที่ยว ก็มาเรื่อง “ของคู่ชาติบ้านเมือง” เช่น เรื่องพิธีรีตรองในการแจกรางวัลตุ๊กตาทอง ชกมวย รายงานข่าว ชาติของนักดำน้ำ ท่าบังคับของนักร้องไทย แล้วก็เรื่องของคนบ้าอำนาจ ซึ่งเป็นที่มาของอีกหนึ่งมุกที่โด่งดังก็คือ “ผมเพื่อนตุ้ม”
  • จากนั้นเป็นช่วงพักครับ … มีการร้องเพลงแปลง เพลงนิทานหิ่งห้อย แล้วก็แต่งเพลงให้กับคนดู
  • แล้วก็วนกลับไปพูดเรื่องของการเป็นนักร้องอีกรอบ การเป็นนักร้องที่ดังได้ต้องโหย หวน หอน
  • ส่วนเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องโรคประจำตัว ซึ่งทุกคนต้องกลัวอะไรซักอย่างนึง แล้วก็เล่าเรื่อของเพื่อนที่กลัวตุ๊กแก (มาก)

เดี่ยวไมโครโฟน 3

  • ครั้งที่ 3 (อุดม การช่าง) พ.ศ. 2540
  • เดี่ยว 3 เปิดตัวด้วย หนังเรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง (เป็นหนังตัดต่อครับ)
  • ในเดี่ยวครั้งนี้ จะเป็นการเล่าเรื่องสลับกับการร้องเพลง รู้สึกช่วงนั้นแกจะออกอัลบั้มเพลงอัลบั้มนึง ชื่อ รวมเพลงประกอบนั่นประกอบนี่ คือตั้งชื่อล้อเลียนกับเพลงในยุคนั้น ที่ว่ากันว่า ทำหนังประกอบเพลงครับ … คือเพลงดังกว่าหนัง หนังเป็นแค่ส่วนประกอบของเพลง ทั้งๆ ที่เพลงควรจะเป็นส่วนประกอบของหนัง
  • สำหรับเรื่องที่เล่าในเดี่ยวครั้งนี้ เช่น เฝือกแรกของตัวเองในชีวิต การฝังเข็ม แมลงสาบ รายการทีวีรอบดึกของญี่ปุ่น (ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น) การเต้นบารองแดนซ์ของบาหลี (ตอนไปเที่ยวบาหลี) ทำไมคนไทยต้องเดินกันเรื่อยเปื่อย แล้วก็พูดถึงเรื่องนักร้อง เช่น  อริสมันต์ เล่นการเมืองแล้วหายเงียบ วงดนตรีบางวงลอกเพลง-ลอกคาแรกเตอร์นักร้องต่างประเทศ จากนั้นก็พูดถึงเรื่องของการเป็นคนเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง ว่าต้องมีการทำเสียงให้เหมาะสม แล้วก็ช่วยกันเล่าเรื่องกับคนดู
  • ช่วงพักเป็นการลงไปเล่นกับคนดูครับ … แขกรับเชิญที่ได้ตุ๊กตาหมีสามขา รู้สึกจะเป็นอาม่าคนนึงที่ไปดูเดี่ยวรอบนั้น
  • จากนั้นก็มาต่อที่เรื่องของการเป็นคนช่างสงสัย เรื่องละครจักรๆ วงศ์ๆ ตัวละครจีนเวลาจะตาย
  • คนดังๆ ทำอะไรดีๆ ต้องเป็นคนไทย เช่น ปุ๋ย-พรทิพย์ อัลเฟรด วาเนสซ่าเมย์ ไทเกอร์วู๊ด
  • การทำตัวเวลาเครียด เช่น ให้คุยกับตัวเอง แล้วก็เปิดเพลงไม่อาจเปลี่ยนใจ ของเจมส์ ฟังไปแล้วก็คุยไป (กับตัวเอง) หรือเวลาเหงา อาจจะแก้เหงาด้วยการวาดรูป ซึ่งก็ไปเลียนแบบท่าทางของ อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (ฮา)
  • ปิดท้ายด้วยการเล่าเรื่องผีแบบขำๆ ครับ

เดี่ยวไมโครโฟน 4

  • ครั้งที่ 4 (เดี่ยว 4) พ.ศ. 2542
  • เดี่ยว 4 เปิดตัวมาด้วยเรื่องของความทุกข์ครับ … โดยโน้สบอกว่า “หนังสือบอกว่า 80% ของชีวิตเป็นความทุกข์ … มนุษย์เกิดมาใช้กรรม” ความทุกข์ที่ต้องเจอมีตั้งแต่ขึ้นลิฟท์แล้วมีคนบอกให้เล่นตลกให้ดู เรื่องปมด้อย อ่อนภาษาอังกฤษ ตอนไปเที่ยวซานฟรานซิสโก ก็ไปลงเรียนภาษาอังกฤษที่นู่น เรื่องความทุกข์ตอนแฟนบอกเลิก หรือความทุกข์เวลาเปิดทีวีดู บาซู แซน-แบงค์ เจมส์เครื่องบินตก ความทุกข์จากการคบเพื่อนไม่ดี
  • แล้วก็เล่าเรื่องของ “วิทยา” ซึ่งเป็นเพื่อนคนนึง
  • เล่าเรื่องของ “ยศ” กระเทยชาวลาวที่ว่ายน้ำข้ามประเทศมาเป็นช่างแต่งหน้าในกองถ่ายเรื่อง “กล่อง” ที่มักเริ่มประโยคด้วยคำว่า “ขอบอกๆ” และคำพูดขำๆ อื่นๆ เช่น “ต๊ายยย … อีเห็ดสด” “นี่หรือเมืองพุทธ”
  • เมื่อพูดเรื่องความทุกข์ คราวนี้ก็มาเรื่องของความสุขครับ … เป็นความสุขของวัยรุ่นยุคนั้น การเที่ยวดิสโก้เทค เพื่อนลองกัญชา การสัก การถ่ายสติ๊กเกอร์ (สมัยนั้นฮิตมาก !!!)
  • จากนั้นก็เป็นการโฆษณาขายสินค้าครับ แล้วก็เล่าเรื่องของร้านกางเกงยีนส์ควายสุพรรณ การขายไอติมที่สวนจตุจัก ขายข้าวเหนียวไก่ปิ้งที่ บขส. แล้วก็ร้านลุงว๊าก รวมถึงโชว์อับดุลขายของ
  • แล้วก็วนกลับไปที่เรื่องของความทุกข์ที่เกิดจากการขับถ่าย โดยเฉพาะเวลาอยู่นอกบ้าน ซึ่งมักจะหาห้องน้ำยาก แต่หาเจอห้องน้ำแล้ว ห้องน้ำที่ว่าดันไม่ค่อยจะสมประกอบอีก (ใช่เลย !!!)
  • ปิดท้ายด้วยการเอาป้ายจราจรหลายๆ แบบ มาเล่าต่อกันเป็นเรื่องครับ : )

เดี่ยวไมโครโฟน 5

  • ครั้งที่ 5 (ฉายเดี่ยว) พ.ศ. 2545
  • เดี่ยว 5 เป็นการเล่าเรื่องของการขึ้นรถไฟฟ้า หนังสือ “Gu” เรื่องของรถรับส่งนักเรียนที่ผ่านหน้าบ้าน
  • เรื่องผีเข้าบ้าน แล้วแม่ยังมีการตั้งชื่อให้ว่า “ร่ำรวย” อีก
  • ความกลัวของแต่ละคน ซึ่งพี่แกกลัวแมลงสาบครับ แล้วก็เล่าเรื่องของเพื่อนที่กลัวจิ้งจก เรื่องของอาม่าที่กลัวหนู
  • เล่าเรื่องที่ไปนั่งคุยกับปลาทอง แล้วรู้ว่าปลาทองมีชื่อว่า “บ๊อบ”
  • เล่าเรื่องกระแสอนุรักษ์ความเป็นไทย เช่น ปั๊มน้ำมันคนไทย จะให้คนแต่งชุดเสือโบกคนเข้าปั๊ม หรือแต่งตัวเป็นนินจา เพื่อโบกคนเข้าร้านข้าวต้ม โบกคนเข้าสตูดิโอแต่งงาน ร้านตัดผมของคนไทยและพวกแฮร์ดู คำขวัญประจำจังหวัดของไทย ระบบขายตรงตามสี่แยกไฟแดง แก๊งค์ชอปเปอร์ พวกแต่งรถซิ่ง วัฒนธรรมในการดูคอนเสิร์ต การเล่นบอดี้เซิร์ฟในคอนเสิร์ต พวกฮิปฮอป การก็อปปี้ของของคนอื่นมาใช้ เช่น ก๊อกน้ำ การอาบน้ำแบบแช่ในอ่าง การก็อปปี้ขนมและเสื้อผ้ายี่ห้อต่างๆ
  • จากนั้นเป็นการแสดงละครใบ้ครับ …
  • แล้วก็มาต่อที่เรื่องการเข้าห้องน้ำที่เมืองจีน จากนั้นก็นินทาแม่ตัวเอง
  • ช่วงพักก็ลงไปเล่นกะคนดู
  • แล้วมาต่อที่การพากษ์หนังจีน เล่าเรื่องเกี่ยวกับคนพากษ์หนัง คนพากษ์บอลอเมริกาใต้ คนพากษ์แข่งเรือ คนพากษ์ทีวีแชมเปี้ยน
  • ปิดท้ายด้วยเรื่องตอนไปเที่ยวเทคที่ประเทศกัมพูชา แล้วยังซื้อเพลงกลับมาฟัง (ฮา)

เดี่ยวไมโครโฟน 6

  • ครั้งที่ 6 (ตูดหมึก) พ.ศ. 2546
  • เปิดตัวด้วยวิดีโอสาธิตการใช้อุปกรณ์และวิธีปฏิบัติในการดู
  • จากนั้นก็พูดถึงความจี๊ดของ “คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์”
  • แล้วก็เล่าที่มาที่ไปของชื่อเดี่ยวในครั้งนี้ ก็คือ “ตูดหมึก” ซึ่งเป็นคำที่ได้มาจากแม่ โดยเริ่มจากการที่โจรขึ้นบ้าน เรื่องของยามในหมู่บ้านและหมาชื่อ “ไวไว”
  • จากนั้นก็เป็นเรื่องของ “ไอ้ต๊อด” พนักงานที่เข้าไปทำงานด้วยสมัยที่เปิดร้านอาหาร
  • เล่าเรื่องปัญหาในการเข้าไปหาผู้หญิง วิธีการบอกเลิก ผู้หญิงสามประเภทที่ไม่ควรจีบ ก็คือ พริตตี้ เด็กเชียร์เบียร์และนักตะกร้อทีมชาติหญิงไทย
  • เล่าเรื่องการไปร้องคาราโอเกะ แล้วก็วกไปหาบรรดานักร้องในช่วงนั้น ซึ่งเป็นยุคของใบหน้าจวนๆ เช่น เสก-โลโซ ฟอร์ด
  • กลับไปที่เรื่องของความตูดหมึก แล้วก็นินทาแม่ ทั้งเรื่องที่่มีลำโพงเอาไว้ฟังหวย ซื้อทีวีจอแบน อุปกรณ์เทคโนโลยี แต่ใช้ไม่เป็น เป็นคนขี้ลืม ลืมแว่น เล่นไพ่ เผากงเต๊ก เผาโทรศัพท์มือถือ
  • แล้วก็ร้องเพลงแปลงครับ … คราวนี้แปลงเพลงค่าน้ำนม
  • กลับมาต่อที่เรื่องของความตูดหมึก คราวนี้พูดถึงพฤติกรรมของพวกตูดหมึกทั้งหลาย เช่น ถ้าถ่ายรูปด้วยกล้องโพลาลอยด์ พวกตูดหมึกจะเอาภาพมาสะบัดๆ เพราะคิดว่าจะทำให้เห็นภาพเร็วขึ้น หรือพวกตูดหมึกจะกดลิฟท์ย้ำๆ เพราะคิดว่าลิฟท์จะมาเร็วกว่าเดิม หรือเวลาโทรศัพท์ มักจะออกท่าทางต่างๆ หรือเวลารับโทรศัพท์บนรถไฟฟ้า พวกตูดหมึกจะทำเป็นไม่ใส่ใจ หรือเวลาดูทีวีตอนหกโมงเย็น พวกตูดหมึกจะเปลี่ยนช่องหนีการเคารพธงชาติ
  • จากนั้นก็ไปพูดเรื่องของนักกีฬา วิธีการแก้เขินของพวกนักกีฬา แล้วก็เรื่องของภราดร (ตอนนั้นกะลังดัง)
  • พูดเรื่องเกี่ยวกับทีวีควอนตั้ม แล้วลงไปเล่นกับคนดู โดยมาพร้อมกับมุกที่ว่า “โอ๊ว … พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก”
  • จากนั้นก็ไปพูดเรื่องของพวกตูดหมึกต่อ คราวนี้พูดถึงเรื่องที่พวกตูดหมึกหาคำตอบไม่ได้ เช่น ตูดดำได้อย่างไร ทำไมสิวขึ้นตูด กระดาษชำระในห้องน้ำจะบางไปไหน เครื่องกดกระดาษตามห้องน้ำทำไมต้องใส่เหรียญบาทเล็กสองเหรียญ แล้วทำไมถึงไม่มีเครื่องแลกเหรียญหน้าห้องน้ำ ทำไมเด็กไทยไปเมืองนอก มักจะอุทานเป็นภาษาอังกฤษ แต่กลับจากพม่า เขมร ไม่ติดคำอุทานประเทศนั้น
  • แล้วก็มาเรื่องของผู้หญิงครับ … ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจไม่ได้ เช่น เวลาผู้หญิงเห็นกระจกจะต้องเช็ดลิปสติก ผู้หญิงมีความแปรปรวนสูงมาก พี่แกจะเรียกว่า “มนุษย์เมนส์” และหากผู้หญิงอยู่ในสถานการณ์คับขัน จะไม่ต้องการให้มีคนช่วย เช่น ปัญหากางเกงในเข้าวิน
  • คราวนี้ก็มาเล่าเรื่องผี โดยผีในคราวนี้เป็นผีให้หวยครับ แต่ปรากฏว่าโดนผีหลอก !
  • อีกมุกนึงที่ผมชอบมากก็คือ การคุยกับคุณชูวิทย์ ครับ (ฮา)
  • ปิดท้ายด้วยปัญหาตูดหมึกที่เจอในออฟฟิส ก็คือ พวกโทรศัพท์โรคจิตกับวิธีการแก้ปัญหา

เดี่ยวไมโครโฟน 7

  • ครั้งที่ 7 (เดี่ยว 7 หรือ ร้าน เซเว่น เดี่ยว) พ.ศ. 2551
  • เปิดตัวด้วยการล้อเลียนคุณทักษิณ (กลับมาเหยียบแผ่นดินที่รัก) แล้วก็เล่าเรื่องของพี่น้องสินเจริญบราเธอร์ คุณติ๊กชิโร่
  • ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่ออายุ 40 ปี เช่น ปัญหาผมร่วง สายตายาว จำเป็นต้องไปหาซื้อครีมมาทา ปัญหาความจำแย่ลง สมองมีพื้นที่ความจำน้อยลง เพราะมัวแต่จำอะไรก็ไม่รู้ เช่น สิ่งที่ครูสอน การเรียนลูกเสือ เพลงล้อมรอบกองไฟ การเรียน รด. ซ้ายหัน-ขวาหัน-ตามระเบียบพัก ฟังครูฝึกไม่รู้เรื่อง แล้วก็โดนลงโทษ
  • ปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจในชีวิต เช่น การต่อสายดินของเครื่องทำน้ำอุ่น ปัญหาเครื่องเล่นดีวีดี
  • ปัญหาเรื่องของยุง เครื่องตียุง การฉีดยาไล่ยุง
  • สิ่งที่อยากทำก่อนตาย เช่น อยากรู้จักพวก กบว. ที่คอยเซ็นเซอร์หนัง รวมถึงอยากรู้จักพวกที่ยืนอยู่หลังนักการเมืองเวลาออกทีวี อยากรู้จักคนพากษ์รายการ Gossip Star อยากรู้จักพวกเขียนประตูห้องน้ำ แล้วก็คนที่ส่ง sms ว่า “ลำปางหนาวมาก”
  • พอแก่ขึ้น พฤติกรรมก็เริ่มเปลี่ยนเป็นนอนดึก แต่ตื่นเช้า … จำเป็นต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะว่าตอนเช้าๆ จะมีรถขายกับข้าววิ่งผ่าน ผัว-เมียข้างบ้านทะเลาะกัน บ้านอีกหลังก็หมาเห่าไม่หยุด ส่วนบ้านอีกหลังก็เป็นบ้านของเจ้าแม่กวนอิม ที่จะจุดปะทัดช่วงมีงาน ด้านหลังบ้านก็เป็นคลองน้ำดำ ถัดไปเคยเป็นที่ดินเปล่า ตอนนี้เป็นหอพักนักศึกษา … แต่จะย้ายบ้านก็ย้ายไม่ได้เพราะแม่จะขาดขา เลยไปปรึกษาเพื่อน แล้วเพื่อนพาไปหาหมอฮวงจุ้ย หมอทักว่ามีองค์ ทำให้นึกย้อนกลับไปสมัยที่บังเอิญไปสุหนัต
  • จากนั้นก็พูดถึงเรื่องความเชื่อต่างๆ เช่น รถติดสติ๊กเกอร์ แขวนตุ๊กตาท้ายรถ รูปผู้ชายท้ายรถบรรทุก ความเชื่อที่ทำตามกันมา เช่น ผักรองจานในร้านอาหารเวลาสั่งยำ หรือนางกวักกินน้ำแดง ความเชื่อรุ่นย่ารุ่นยาย
  • แล้วก็เริ่มหาสาเหตุของความเชื่อ จากนั้นก็ร้องเพลงแหล่
  • หลังจากร้องเพลงแล้ว คราวนี้ก็พูดถึงเรื่องของความกลัว ซึ่งเป็นสาเหตุของการเชื่อแบบไม่รู้สาเหตุ ทำให้เด็กไทยต้องทำอะไรแบบปลอดภัยไว้ก่อน ทำอะไรตามๆ กัน เช่น ถ่ายรูปต้องชูนิ้วกรรไกร สั่งอาหารเหมือนกัน
  • วิธีแก้ความกลัวก็คือ การรักษาได้ด้วยศิลปะ – อาร์ตกับไม่อาร์ตต่างกันยังไง อาร์ตทำให้ของแพงขึ้น ทำยังไงถึงจะมีอาร์ต ถ้าอยากอาร์ต ก็ต้องเสพอาร์ต ซึ่งอาร์ตในที่นี้ก็คือ อาร์ตตัวแม่ นั่นเองครับ …
  • ผู้หญิงเหมือนกับอาร์ตทุกประการ เต็มไปด้วยจินตนาการ อยู่เหนือเหตุและผล และไม่ต้องการการเข้าใจ 

เดี่ยวไมโครโฟน 7.5

  • ครั้งที่ 7.5 (เชียงใหม่ม่วนขนาด) พ.ศ. 2551
  • เริ่มด้วยการเล่าเรื่องที่ไปแสดงหนังเรื่อง “อีติ๋มตายแน่” ซึ่งมีการถ่ายทำที่ฟาร์มจระเข้
  • เล่าเหตุผลว่าทำไมถึงย้ายไปอยู่เชียงใหม่ เรื่องของสาวเชียงใหม่ขี่มอไซด์ รถแดงเชียงใหม่ ทหารกองบิน การทำดีท็อกซ์ ผับเชียงใหม่ ไฮโซล้านนา
  • เล่าถึงปัญหาเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ต้องไปซื้อครีมมาทา
  • เล่าถึงบ้านที่กรุงเทพฯ ว่าเจอปัญหาอะไรบ้าง เลยตัดสินใจไปหาหาบ้านที่เชียงใหม่ ซึ่งก็เจอเหตุการณ์กวนๆ เหมือนเดิม เริ่มตั้งแต่เพื่อนบ้านมาเกาะรั้วดู มีปัญหาเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน บ้านตั้งขวางพลังจักรวาล ต้นไม้ล้ำไปบ้านข้างๆ เลยไปปรึกษาเพื่อน เพื่อนพาไปหาหมอดู
  • พูดเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ เช่น รูปผู้ชายท้ายรถสิบล้อ ห้อยตุ๊กตาท้ายรถ นางกวักกินน้ำแดง การเขียนตามห้องน้ำ
  • เมื่อมีความเชื่อแล้ว ก็พยายามหาสาเหตุของความเชื่อ แล้วก็พบว่า ความกลัวคือสาเหตุของความเชื่อ ซึ่งรักษาได้ด้วยศิลปะและ อาร์ตตัวแม่
  • ปิดท้ายด้วยการแต่งเพลงให้กับ เต๋า-สมชาย ครับ : )

เดี่ยวไมโครโฟน 8

  • ครั้งที่ 8 (เดี่ยว 8) พ.ศ. 2553
  • เริ่มด้วยเรื่องของการทำวีซ่าไปอเมริกา การถ่ายรูปติดบัตร
  • ต่อด้วยเรื่องของส้วมในประเทศต่างๆ เรื่องของน้ำล้างและเสียงในการเข้าห้องน้ำ
  • เล่าเรื่องตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น ไปลองกินซูชิญี่ปุ่น กินเนื้อย่าง แล้วก็คิดว่าไทยน่าจะมีการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า เช่น การออกแบบข้าวหลาม
  • กลับไปต่อที่เรื่องของห้องน้ำประเทศไทย เรื่องของสายยางฉีดทำความสะอาดและเพื่อนฝรั่งที่ต้องมาหัดใช้ขันในห้องน้ำ
  • เรื่องเด่นอีกเรื่องของเดี่ยวครั้งนี้ก็คือ “Thailand Only” เช่น เรื่องอาหารพวกข้าวผัดอเมริกา ขนมโตเกียว การกินมาม่าดิบ การเช็ดจานเช็ดช้อน-ส้อม มีร้านเซเว่นเยอะ เรื่องของตำรวจจับยา ป้ายงานวัด ศาลปู่ตา การอาบน้ำอุ่น ประธานกล่าวงานแต่งงาน เพลงเปิดงานแต่งงาน
  • ปัญหาของการเรียงลำดับความสำคัญผิด เช่น ปัญหาเรื่องช้าง ปัญหาเรื่องหมีแพนด้า การเอากลิ่นทุเรียนออก เรื่องของไม้ตีทุเรียน การพัฒนาจุดจอดรถแท๊กซี่ การปฏิเสธผู้โดยสารของแท๊กซี่ การเปลี่ยนสีรถเมล์ การฝ่าไฟแดงตามสี่แยกและเรื่องของจ่าเฉย
  • จากนั้นก็ร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องการเมือง
  • แล้วพูดถึงสปอนเซอร์ทั้งหลาย รวมถึงคุณตัน ซึ่งภรรยาเปิดร้านชอคโกแลต ส่วนลูกสาวเปิดร้านข้าวแถวสนามบอล
  • ต่อมาก็เป็นการร้องเพลงฉ่อยเกี่ยวกับอาร์ตตัวแม่
  • เรื่องของการงอน แนะนำให้มีการทำคู่มือแนะนำตัว
  • แล้วปิดท้ายด้วยกลอนของเหล่าอาร์ตตัวพ่อบ้าง : )

เดี่ยวไมโครโฟน 9

  • ครั้งที่ 9 (เดี่ยว 9: สนุก สันติ อหิงสา) พ.ศ. 2554
  • เดี่ยว 9 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งแรก ซึ่งได้เล่าย้อนไปถึงสมัยที่แม่พาไปอยู่จังหวัดสุรินทร์ เรียนโรงเรียนวัด เพื่อนพูดภาษาเขมร โดนเขมรด่าว่า “เซาะกราว”  ขโมยยางลบ สุดท้ายไม่มีใครคบเลยต้องไปเล่นกับเพื่อนผู้หญิง มีการร้องเพลงสมัยเด็กหลายๆ เพลง เล่าเรื่องการเล่นกระโดดยาง เรื่องของทีวีตอนเด็ก เรื่องของแถมเวลาซื้อของเปิดเทอม ถุงเท้ายืด หนังสือเรียนของคนอื่น
  • จากนั้นก็เป็นเรื่องของเฟซบุ๊ค การตั้งสเตตัส วัฒนธรรมถ่ายรูป การถ่ายรูปก่อนกินข้าว อาการติดเฟซบุ๊ค การใช้สมาร์ทโฟน แล้วดันมีการสะกดคำอัตโนมัติ
  • เล่าเรื่องที่เคยคิดฆ่าตัวตายครั้งแรก เพราะโดนแฟนทิ้ง … แต่สุดท้ายรอดตาย เพราะดันไปต้มมาม่ากิน
  • ได้รับเลือกเป็นแบรนด์แอมบาซเดอร์ของร้านพิซซ่า
  • ได้รับโหวตให้เป็นนายกฯ มีนโยบายแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาคมนาคม (รถไฟ) ซื้ออาวุธให้กองทัพเพราะหายบ่อย ปัญหาจระเข้หายตอนน้ำท่วม ปัญหารถมอไซด์รับจ้าง ปัญหารถแท๊กซี่ ปัญหาช่างกลตีกัน แนะให้มีการเปลี่ยนเนื้อเพลง “บัวลอย” หรือต้องตีกันภายใต้อาวุธที่รัฐบาลกำหนด ปัญหาฟุตบอล ปัญหาตำรวจจราจร (จ่าเฉย)
  • แล้วก็พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิหญิง-ชาย ควรมีการจดทะเบียนสมรสปีต่อปี
  • เรื่องของสิทธิเด็กไทย บัตรประชาชนเด็ก ซึ่งเด็กควรมีทุกอย่าง ยกเว้น คำขวัญวันเด็ก
  • คำขวัญประจำจังหวัด แต่งคำขวัญให้กับกรุงเทพฯ : กรุงเทพฯ งามสง่า ตระการตาอุโมงค์ยักษ์ ใครประจักษ์แสนปราโมทย์ ต่างชาติโหวตเมืองน่าเที่ยว มาครั้งเดียวต้องสะดุด วิเศษสุดคือรถติด หนีควันพิษมีรถไฟฟ้า อนิจจา … สั้นไปไหน ไม่เป็นไร … มีแท๊กซี่ โบกกี่ทีพี่ส่งรถ ทีฝรั่งแม่งไปหมด งามหมดจดสองมาตรฐาน สุขสราญรถเมล์ฟรี จากภาษีกูนี่หนอ ต้องยืนรอสามชั่วโคตร แต่ไม่โกรธเพราะมันฟรี ส่วน 3G รอไม่นาน สามรัฐบาลน่าจะเสร็จ ไอโฟนเจ็ดคงออกแล้ว แต่ไม่แคล้วช้ากว่าลาว นางสาวไทยเริ่มขัดตา สวยงามกว่าอยู่มอเตอร์โชว์ สวยไฮโซอยู่พารากอน สวยเงินผ่อนอยู่แพลทตินัม สวยคล้ำๆ อยู่หน้าราม สวยพยายามอยู่ยันฮี มากศักดิ์ศรีคือช่างกล ตีทุกคนไม่เลือกหน้า มีดระเบิดปืนปากกา ลูกหลงมาเราสุขสันต์ เมืองล่าฝันบ้านเอเอฟ อยากเป็นเซเลบไปเดอะสตาร์ อยากดันดาราไปหาวีที อยากโดนด่าฟรีไปก็อตทาเลนต์ อยากเห็นฝรั่งให้ไปข้าวสาร อยากแต่งงานให้ไปบางรัก ถ้าอกหักกลับมาบางพลัด แวะพาหุรัดซื้อผ้าสุดคุ้ม ศูนย์ประชุมไปขายหนังสือ ขายมือถือไปมาบุญครอง ขายทองไปเยาวราช ขายชาติไปสภา
  • สุดท้ายปิดการแสดงด้วยเพลงแปลงให้กับนายกฯ ครับ …

เดี่ยวไมโครโฟน 9.5

  • ครั้งที่ 9.5 (สนุก สันติ อหิงสา ไม่แพ้กัน) พ.ศ. 2554
  • เล่าเหตุการณ์ครั้งแรกเกี่ยวกับจังหวัดเชียงใหม่ เช่น เจอคนที่ทำให้เสียตัวครั้งแรก ดำน้ำครั้งแรก ไปส่องสัตว์ไนท์ซาฟารี สัตว์ชื่อว่า “มูมู่” (ฮา)
  • จากนั้นก็เป็นการโชว์ร้องเพลงของ “ไอ้ต๊อด”
  • พูดถึงเรื่องที่ได้รับโหวตให้เป็นนายกฯ นโยบายที่จะเร่งแก้ไขก็คือ แก้คำขวัญจังหวัดเชียงใหม่ : ดอยสุเทพเป็นศรี ไนท์ซาฟารีเป็นสง่า ถิ่นล้านนานายกฯ ปู รบกวนช่วยไปดูหมีแพนด้า โคตรฮือฮาตอนมาใหม่ๆ พอแก่ไปคนไม่แล น้อยใจนอนแผ่สองสลึง สวยที่หนึ่งสาวเชียงใหม่ สวยใสใสสาว ม.ช. สวยอีก้อสาวราชภัฎ สวยเอ๊กซ์จัดสาวพายัพ สวยมุมอับ … กระเทยท่าแพ เริ่ดแต๊ๆ ไฮโซล้านนา เข้าผับบาร์ซ่อนเบียร์ไปซด พอเบียร์หมดออกไปเติมเซเว่น ดึกๆ เผ่นซ้อนสามไปกำแพงดิน นั่งจกกินไก่ทอดเที่ยงคืน ไม่เหมือนที่อื่นคือรถสองแถว ขึ้นไปแล้วต้องทำจิตให้ว่าง คนละทางพี่ก็รับ พอขึ้นปั๊บขับอ้อมโลก เห็นคนโบกแม่งรับอีก มีทุกวีคถนนคนเดิน ทางแคบเกินเดินลำบาก ร้านนวดตีนมีมากเกินไปไหม เดินซอยไหนๆ ของก็เหมือนกัน ชอบสังสรรไปกู๊ดวิว นั่งชิลๆ ไปริเวอร์ไซต์ แนวกว่าใครไปท่าช้าง แนวอ้างว้างไปตะวันแดง แด๊นซ์อย่างแรงไปมังกี้ แด๊นซ์เบียดบี้ไปวอร์มอัพ แด๊นซ์กินตับไปแฟบบิท แด๊นซ์ตุกติกเข้าข้างหลัง ให้ระวังมันดาเลย์ เมืองฮาเฮมากร้านเหล้า มากกว่าร้านเหล้าคือร้านกาแฟ รถติดแน่ๆ ถ้าไปถนนนิมมาน รถว่างตลอดกาลคือลัดดาแลนด์ เหล่านี้คือแดนสนธยา งามล้ำค่านครพิงค์เจ้า

เดี่ยวไมโครโฟน 10

  • ครั้งที่ 10 15-31 มีนาคม พ.ศ. 2556
  • เดี่ยว 10 เปิดตัวด้วยเรื่องที่ว่า “ทำไมยังไม่แต่งงาน”
  • พอแต่งงานแล้วก็ต้องมีลูก แล้วไม่รู้จะสอนอะไรลูก เพราะสิ่งที่เรียนมาในอดีตก็มีแต่ร้องเพลงเมาคลีล่าสัตว์ เพลงของวิชาลูกเสือ หรือเรียนรำกระบี่กระบอง ถ้าลูกมีคำถามจะตอบยังไง เช่น ทำไมข้าวโพดหน้าโรงหนังถึงแพง ทำไมถึงห้ามเอาของเหลวขึ้นเครื่องบิน ทำไมสายหูฟังโทรศัพท์ถึงพันกัน ทำไมนักวอลเล่ย์บอลต้องแตะมือกันตลอดเวลา ทำไมเวลาไปซื้อเสื้อผ้าตามห้าง พนักงานชอบบอกว่า “ดูก่อนได้นะคะ” ทำไมแมงวันชอบตอมปลายหลอด ทำไมละครไทยถึงไม่มีชื่อเล่นกัน
  • ถ้าจำเป็นต้องสอนลูกจริงๆ ก็จะมีแต่ความรู้บ้านๆ เช่น วันไหนไปกินขนมจีน อย่าใส่เสื้อสีขาว หรือไม่มีใครเข้าใจความเจ็บปวดได้ดีเท่าตัวเอง จนกว่าจะเดินเตะขาเตียงหรือขาโต๊ะ ถ้ามีรถยนต์แล้วคิดจะปรับเบาะ ต้องปรับตอนมันจอดเท่านั้น หรือรถจะยังไม่ชน ตราบใดที่มันยังมีประกันชั้นหนึ่ง เวลาเที่ยวห้าง หาที่จอดรถยากมาก เวลาอยู่บนถนนแล้วอยากเปลี่ยนเลนให้ทำเหมือนแท๊กซี่ หรือเวลาติดไฟแดงเป็นคันแรก จะได้ยินเสียงแตรจากคันหลัง หรือถ้าขับรถไม่เป็น ให้ไปเรียนขับรถ อย่าให้คนในครอบครัวสอน หรือเวลาหุงข้าว ให้จำไว้ข้อนึง ส่วนนาทีที่น่าอับอายที่สุดก็คือ เวลาขึ้นรถไฟฟ้าไม่ทัน พร้อมกับคำพูดที่ติดหูว่า “ก็ไม่รู้สินะ” แต่ที่น่าอายกว่าก็คือ เวลาขึ้นลิฟท์ แล้วน้ำหนักเกิน
  • สำหรับคนที่เหงา อยากมีคู่ ต้องหล่อ สวย รวย เก่ง ดัง
  • การจีบผู้หญิง ผู้หญิงไม่ชอบคนอวดรวย ผู้หญิงชอบคนฟังเวลาพูด แต่ผู้หญิงบางคนก็ฟังไม่ไหว เช่น พริตตี้ มุกพริตตี้ขายโลงศพ นี่ฮามาก (ฮา)
  • เล่าเรื่องของ “บอเติง” แล้วก็เรื่องที่พาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเกิดปวดท้อง
  • จากนั้น “ไอ้ต๊อด” ก็มาโชว์ร้องเพลง แล้วต่อด้วยการนินทาเรื่องของการหยอดน้ำตู้กับข้าว เรื่องตอนไปดูคอนเสิร์ตพงษ์สิทธิ์ เรื่องเล่นเฟซบุ๊ค เรื่องเติมลมรถ
  • จากนั้นก็ร้องเพลง AEC
  • แล้วต่อด้วยเรื่องของความเป็นประเทศไทย (วัฒนธรรมไทย) เช่น เติมน้ำมันแถมน้ำ การรณรงค์ต่างๆ เหมือนจะทันสมัย แต่เชย หรือวัฒนธรรมไทยชอบซ่อมอะไรที่ไม่เสีย อะไรที่เสียไม่ซ่อม เช่น แจกยันต์ช่วงวันสงกรานต์เพื่อลดอุบัติเหตุ หมาขย้ำเด็ก ตู้กดน้ำไฟดูดเด็ก ต้นไม้ริมทางเท้า รถไฟฟ้าใช้บัตรกับใช้เหรียญ หักเศษแก้วปักกำแพงบ้าน แต่งหน้ารับปริญญา ขายคอนโด หรือรณรงค์อะไรที่ดูเท่ห์ๆ แต่เป็นไปได้ยาก เช่น โตไปไม่โกง
  • แล้วก็เล่าเรื่องที่ไปหาหมอ แล้วโดนหมอบอกให้ควบคุมอาหาร
  • ปิดท้ายด้วยเพลงแปลง (เพลงลูกอม) เรื่องของการเมือง ครับ …

ส่วนเดี่ยวพิเศษ อีกสองครั้ง หรือ Unseen มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ …

Unseen:

  • อุดม 40 ปีผ่านไป ทาทา 35 ปี ปราบดา 48 ปี
  • บันทึกการแสดงที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2544
  • บันทึกการแสดงที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2544
  • ล้อเลียน เกมส์กำจัดจุดอ่อน

Unseen ตูดหมึก

  • โฆษณา DTac
  • เด็ก Zap
  • แขกรับเชิญ คุณชิราอิชิ

อีกสิ่งหนึ่งความพิเศษของเดี่ยวไมโครโฟนก็คือ “ฉาก” ครับ … ถ้าลองสังเกตดูจะเห็นว่าแต่ละครั้งจะมีการปรับเปลี่ยนฉากแตกต่างกันออกไป …

ฉากของเดี่ยว 1 เป็นการนำเอาแกลลอนมาประกอบฉาก

ฉากเดี่ยว 2 จะเอาเศษไม้มาเรียงกัน

ฉากเดี่ยว 3 เป็นการนำเอารถสีเหลืองมาวางซ้อนกัน

ฉากเดี่ยว 4 จะเป็นรูปโถชักโครก

ฉากเดี่ยว 5 จะใช้ม่านสีแดงเป็นฉาก

ฉากเดี่ยว 6 ใช้การ์ตูนหน้าอุดมประกอบเป็นฉาก

ฉากเดี่ยว 7 ฉากประกอบด้วยโมเดลอุดม 4 ขา พร้อมผ้าม่านเศษผ้า (ลำปางหนาวมาก)

ฉากเดี่ยว 8 ฉากประกอบด้วยต้นไม้ ฉากสดใส ทุเรียนไม่มีหนาม พร้อมไฟเส้น LED (ทำให้ไฟดาวตกปีนั้นขายดีมาก)

ฉากเดี่ยว 9 ฉากเป็นซุ้มของร้านพิซซ่า ครอบคลุมทั้งฮอลผู้ชมด้วย

ส่วนฉากของเดี่ยว 10 เป็นรูป … !!!??

เอกสารอ้างอิง :

01. http://th.wikipedia.org/wiki/เดี่ยวไมโครโฟน
02. http://www.thaibizcom.com/2013/01/ฉาก-เดี่ยว-10/
Advertisements

One thought on “โน้ส-อุดม: หากพวกเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน

  1. Pingback: โน้ส-อุดม: หากพวกเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน | linouse

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s