Urban Legend: ตำนานพื้นบ้าน ตอนที่ 3 (มหาวิทยาลัย)

มาละ … เอนทรี่แรกในปี 2553 เอนทรี่นี้เป็นเรื่องเล่าตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ครับ เอามาจากทั้งในเว็บแล้วก็ฟอร์เวิร์ดแมล (ค้นไปค้นมาก็เยอะเหมือนกันนะเนี่ย !!?) หลายคนอาจจะเคยอ่านมาบ้างแล้ว ส่วนใหญ่ผมก็เคยอ่านมาแล้วนั่นแหละ แต่เวลาอยากอ่านอีก บางทีมันก็หาไม่เจอ …เลยเก็บมารวมไว้จะได้หาอ่านง่ายๆ หน่อย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • ศิลปกรรมศาสตร์-ห้องล้างรูป ว่ากันว่าห้องล้างรูปรวมของศิล’กรรมน่ากลัวที่สุด นอกจากเรื่องเห็นขาแกว่งแล้ว ยังมีแสงลูกไฟสีต่างๆ แว๊บไปแว๊บมาในห้องล้างรูปอีกด้วย (ซึ่งห้องล้างรูปจะต้องมืดหรืออาจให้มีแสงสีแดงได้สีเดียว) บางทีก็มีเสียงเก้าอี้นั่งรอล้างรูปดังอี๊ดอ๊าด ทั้งๆ ที่ไม่มีคนนั่งรอ หรือนิสิตบางคนได้ยินเสียงคนตบแท็งค์น้ำในห้องล้างรูป ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอื่นในห้อง ว่ากันว่านิสิตขอให้คณะย้ายห้องหลายครั้งแต่คณะไม่มีงบฯ อันนี้เป็นข้อมูลหลายปีแล้ว ไม่รู้ป่านนี้ย้ายห้องหรือยัง
  • อักษรศาสตร์-ห้องสมุด ห้องสมุดที่ตึกเก่าของอักษร มีนิสิตชายคนหนึ่งไปอ่านหนังสือ เห็นนิสิตผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามก้มหน้าอ่านหนังสือนานมากไม่เงยหน้าซะที เลยถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ผู้หญิงเลยเงยหน้าขึ้นมา ปรากฏว่า …ไม่มีหน้า
  • วิทยาศาสตร์-ตึกชีววิทยาทางทะเล ชั้น 4 หรือชั้น 5 ไม่รู้ นิสิตที่อยู่ดึกบอกว่าเห็นเงาคน และแสงไฟวูบวาบบ่อยมากทั้งที่ไม่มีคน ลิฟต์ก็ชอบเปิดชั้นนี้ทั้งที่ไม่มีคนกดเรียก
  • ห้องน้ำแถวภาควิชาเคมี อยู่ดีๆ บานประตูก็ปิดเอง (และล็อคด้วย) บ่อยมากๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีลมและแน่นอนไม่มีคนเข้า พอนิสิตไปถามยาม ยามก็บอกว่าชินแล้ว บอกอย่างทำใจด้วยว่าถ้าเจอก็มาตามแล้วกัน จะไปช่วยไขกุญแจให้
  • ประตูอังรีฯ เพื่อนเราอยู่คณะวิทยาศาสตร์ ขับรถมาทางประตูรัฐศาสตร์ อังรีฯ จะวกรถออกไปแยกสุรวงศ์ เลยต้องไปรอเลี้ยวรถกลางถนน พอไฟส่องไปที่ใต้สะพานลอยฝั่งโรงพยาบาลจุฬา ก็เห็นคนนั่งยองๆ อยู่ใต้สะพาน ทุกอย่างเหมือนคนทั่วไป นอกจากหน้าเหมือนปูนปลาสเตอร์ที่ยังไม่แห้งแล้วโดนสาดน้ำน่ะ คือขาวๆ ย้อยๆ ไฟหน้ารถเธอจับอยู่นานพอดูเพราะต้องรอกลับรถ เมื่อเธอหันไปดูเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่นั่งมาด้วยกันก็ไม่มีทีท่าว่าเห็นอะไรเหมือนเธอเลย เธอก็เลยทำเฉยๆ กลัวว่าเพื่อนจะกลัว
  • เศรษฐศาสตร์ ประตูชั้นล่างที่จะออกไปโรงอาหาร ด้านหลังถูกกั้นไม่ให้เข้า-ออกเพราะเป็นทางผีผ่าน มีคนเห็นอะไรแปลกประหลาดมามากมาย ชั้นที่มีห้องพักนิสิต ป.โท (ไม่รู้ชั้นไหน) …เพื่อนเราเพิ่งจบโทมาปีสองปีเล่าว่า วันหนึ่งค่ำแล้วฝนตกหนักทุกคนกำลังจะกลับบ้าน แต่เลอะเทอะกันมาก เลยกลับมาห้องพักนิสิตปริญญาโทเพื่อหลบฝนและล้างโคลน เพื่อนเราไปล้างโคลนคนเดียวในห้องน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องพัก …พอดีไฟดับ เพื่อนเราเลยโผล่ออกมาดูคนอื่นๆ ว่าเป็นไงบ้าง เห็นเงาดำๆ อยู่ห่างออกไปตรงทางเดิน ทำท่าเหมือนกำลังเดินเข้ามาหา เธอดูรูปร่างแล้วเลยเรียกชื่อเพื่อนผู้ชายในกลุ่มที่หุ่นแบบนี้ แต่เงาดำไม่ตอบและเดินเท่าไหร่ก็ไม่ใกล้เข้ามาสักที แป๊บนึงอยู่ดีๆ เงาดำก็หายไป เพื่อนเราคนนี้ก็เหมือนคนที่แล้ว คือ ไม่ยอมบอกเพื่อน กลัวเพื่อนจะกลัว เดินกลับเข้าห้องไปรวมกลุ่มเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • หอหญิง (ตึกดำ) เพื่อนเราเคยอยู่หอหญิง บอกว่าชั้น 10 เนี่ยดุสุดๆ คืนหนึ่งก่อนนอนกลัวว่าจะร้อน เลยเปิดประตูมุ้งลวดให้ลมเข้า คนที่นอนริมในสุดบังเอิญเป็นคนที่มีสัมผัสที่หกพอดี เล่าว่ากลางดึกอยู่ดีๆ เธอก็ตื่นมา เมื่อมองไปนอกมุ้งลวด เห็นคนคลุมหัวเดินอยู่ ตอนแรกเธอนึกว่าเป็นเพื่อนที่เป็นมุสลิมในชั้นเดียวกันนั้น แต่ร่างที่ว่าเดินเท่าไรก็ไม่พ้นหน้าห้องซักที เธอเลยรู้ว่าเจอดีเข้าแล้วก็เลยคลุมโปงนอนต่อ
  • วิศวกรรมศาสตร์-ห้องสมุด เราไม่เคยเข้านะเลยไม่รู้ว่าห้องนี้ยังใช้อยู่หรือเปล่า แต่ที่ได้ยินมาคือ เป็นห้องที่ดัดแปลงจากอาคารที่เดิมเป็นตึกเรียนเก่า กลางวันแสกๆ วันหนึ่ง มีอาจารย์ท่านหนึ่งเข้าไปค้นหนังสือในส่วนที่ห้ามนิสิตเข้า คือ ยืมได้แต่ห้ามเดินเข้าไปเองน่ะ ทีนี้อาจารย์ท่านนั้นกำลังก้มหน้าส่องหาหนังสืออยู่ตามชั้นต่างๆ พอขยับหน้าผ่านไปตรงช่องว่างระหว่างหนังสือ ก็เห็นฝั่งตรงข้ามมีหน้าจ้องผ่านร่องหนังสือเข้ามา เห็นว่าใส่ชุดนิสิตอยู่ด้วย อาจารย์ตกใจและโกรธด้วยเลยเดินไปถามว่านิสิตเข้ามาได้ยังไง แต่พอเดินไปถึงช่องนั้นก็ไม่มีใครอยู่เลย ที่สำคัญพออาจารย์เดินหาจนทั่ว พบว่าแม้แต่เจ้าหน้าที่ห้องสมุดเองก็ไม่อยู่ด้วยซ้ำไม่มีทางที่ใครจะมาโผล่หน้าให้เห็นได้ แต่เมื่ออาจารย์เดินกลับไปหาหนังสือที่ชั้นเดิมก็ได้กลิ่นฉุนกลิ่นเหม็นไหม้ที่แรงมาก
  • ห้อง Sound Lab ห้องไหนไม่รู้และไม่รู้ด้วยว่าตึกที่ถูกทุบไปหรือตึกที่ยังอยู่ปัจจุบัน เพราะอักษรมี Sound Lab เยอะมาก อาจารย์หญิงท่านหนึ่งรับฝากชั้นเรียนไว้ ได้รับคำฝากฝังให้เปิดเทปให้นิสิตฟังและคอยเช็คชื่อก็พอ ขณะกำลังเปิดเทป มีนิสิตหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่หลังห้องไม่ยอมใส่หูฟัง อาจารย์เดินไปถามก็ตอบว่าเจ็บคอ พอตอนออกจากห้อง อาจารย์คอยเช็คชื่อ เห็นคนครบแต่ไม่มีชื่อเด็กคนที่ไปคุยด้วยและเด็กก็ไม่ยอมออกมาสักที เลยเดินกลับไปหา ไปดูที่โต๊ะก็ไม่เจอ แต่พอหันออกมาจะกลับ ก็เห็นเด็กยืนอยู่กลางห้องสายหูฟังพันคออยู่และโยงไปที่เพดาน อาจารย์หมดสติไปเลย มาทราบทีหลังว่ามีเด็กเพิ่งฆ่าตัวตายในห้องนั้น
  • ห้องมืด (ห้องล้างฟิล์ม) ของคณะนิเทศศาสตร์ เรื่องมีอยู่ว่า …เมื่อก่อนมีรุ่นพี่คนหนึ่งได้เข้าไปล้างฟิล์มในห้องนี้ แล้วไม่ได้กลับออกมาอีกเลย มีคนเข้าไปหาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีใครพบ นิสิตรุ่นน้องต่อๆ มาเล่าให้ฟังว่า …ยังมี เรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นอีก เช่น มีนิสิตได้เข้าไปล้างฟิลม์ในห้องนี้ ขณะที่เข้าไปนั้นก็คิดว่าตนนั้นเข้าไปกับเพื่อน ก็มีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบจากเพื่อน บอกให้หยิบของส่งให้ ก็มีคนหยิบส่งให้ แต่พอออกมาเห็นเพื่อนของตนอยู่นอกห้อง จึงได้รู้ว่า ตนเข้าคนเดียว แล้วใครล่ะที่เป็นคนหยิบของส่งให้ !!?
  • ทางเดินระหว่างตึกของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทางเดินที่ว่านี้มีประวัติอยู่ว่า สมัยก่อนมีสามี-ภรรยานักการของคณะสถาปัตย์ได้ทะเลาะกัน ฝ่ายภรรยาได้เอาปืนยิงสามีจนเสียชีวิต เลือดสาดไปทั่วหน้าห้องทางเดินนี้ …ต่อมาเมื่อทางคณะได้มีการปรับปรุงพื้นชั้นหนึ่งได้มีการเทปูนไว้ แต่มีเฉพาะหน้าห้องนี้เท่านั้นที่ไม่ยอมแห้ง ทิ้งไว้นานสักเท่าไรก็ไม่ยอมแห้ง ทางคณะจึงต้องปูไม้กระดานทับไว้อย่างที่เห็นกันทุกวันนี้
  • ห้อง 415 หอพักนิสิตหญิงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่ากันว่าถ้าหากวันไหนตื่นขึ้นมาตอนดึกๆ คนที่ตื่นขึ้นมาจะเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยมายืนอยู่ที่ปลายเตียง
  • ดาดฟ้าตึกพยาธิวิทยา ตอนดึกๆ หรือตอนเย็นๆ ใกล้ค่ำ ถ้าหากมีใครขึ้นไปบนดาดฟ้าจะเห็นคนยืนนุ่งชุดสไบสีขาว
  • ล๊อกเกอร์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ที่นั่นเคยมีคนเห็นคนนั่งห้อยขาอยู่บนล๊อกเกอร์ ทีแรกเห็นแต่ขา แต่ว่าเมื่อมองขึ้นไปกลับไม่มีตัวตนอยู่เลย
  • สมัยยังใช้การตึก 2 นิเทศได้เต็มที่นั้น มีเรื่องเล่าว่า หลังสามทุ่มไปถ้าเดินลงบันไดเวียนจะลงมาเจอชั้นสามประมาณสี่ครั้ง (บรื๋อออ)

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  • เรื่อง ลิฟท์แดงของธรรมศาสตร์นี้มีเรื่องเล่าว่า เมื่อตอนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ พวกทหารได้บุกเข้ามาในมหาวิทยาลัย พวกนักศึกษาต่างหลบหนีเข้ามาในลิฟท์ตัวหนึ่ง พอลิฟท์ตัวนี้เปิดพวกทหารก็กระหน่ำยิงทุกคนเสียชีวิตหมด เลือดสาดกระจายทั่วลิฟท์ ต่อมาทางมหาวิทยาลัยได้บูรณะทำความสะอาดกันทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ลิฟท์ตัวนั้น แต่ทำความสะอาดยังไงคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก็่ล้างไม่ออก จึงได้ทำการทาสีลิฟท์ให้เป็นสีแดง – มีเรื่องเล่าตามมาว่า หลังจากที่ลิฟท์ได้นำกลับมาใช้ตามปกติ มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งมาขึ้นลิฟท์ตามลำพัง แต่เมื่อมองไปที่กระจกกลับพบว่าไม่ได้มีเธออยู่เพียงลำพัง หากแต่มีผู้โดยสารอยู่ด้วยมากมาย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายครั้งหลายหนที่เหล่านักศึกษา-อาจารย์หรือแม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่ต่างๆ ได้พบเจอกับอาถรรพ์ลิฟท์แดงตัวนี้เข้า ทำให้ทางมหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนตัวลิฟท์ใหม่ แต่ว่าประตูลิฟท์แดงที่ถูกถอดออกไปตอนนี้ยังตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ตึกคณะศิลปศาสตร์มาจนถึงทุกวันนี้

มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • วิทยาเขตวังท่าพระ-กรุงเทพฯ อดีต เคยเป็นวังของพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าตากสินและต่อมาทรงถูกสำเร็จโทษ ประหารชีวิต จากนั้นก็มีเชื้อพระวงศ์ระดับเจ้าฟ้าทรงประทับตลอดมา วังนี้มีอายุกว่า 226 ปี เท่ากับพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ จึงประกอบด้วยวังร่วมคือ วังท่าพระ วังหน้าพระลาน – เรื่องลี้ลับในศิลปากรจึงมีมากมาย อาทิ ท้องพระโรงทรงงานในรัชกาลที่ 3 ที่ผูกด้วยผ้าสีแดง ใครที่อยู่ศิลปากร-วังท่าพระ จะทราบกันดีหรือแม้แต่พระตำหนักพรรณรายที่ประทับพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ 3 และพระพี่นางเธอในรัชกาลที่ 5 เล่ากันว่ายามค่ำคืน จะเห็นเงาและเสียงคนคุยกัน
  • คณะจิตรกรรมฯ มีหุ่นโครงกระดูกอาจารย์ใหญ่ที่ชาวจิตรกรรมฯ ให้ความเคารพ ขณะที่สมัยก่อนในวังท่าพระมีโรงเก็บเครื่องประกอบพิธีพระศพเก่า แต่ปัจจุบันตึกจิดกได้สร้างทับไปแล้ว ด้านตึกโบราณคดีก็ยังมีข่าวลืมเรื่องวิญญาณสาวชาววังที่ยังวนเวียนอยู่
  • ส่วนเรื่องลี้ลับที่ดังที่สุดในวังท่าพระ คงหนีไม่พ้นเรื่องเล่านี้ ที่คอนเฟิร์มจากหลายๆ ปาก หลายรุ่นของพี่ๆ ที่ว่าคนภายนอกคนไหนที่มาเข้าห้องน้ำของศิลปากรวังท่าพระยามค่ำคืน มักจะเห็นเป็นชายร่างใหญ่-หญิงผมยาวเดินสวนไปและหายไปในกำแพง ย้ำว่าเกิดกับคนภายนอกเท่านั้น
  • วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว)-นครปฐม เดิมเป็นพระราชวังในรัชกาลที่ 6 ต่อมาปล่อยทิ้งร้างไป ปัจจุบันในเขตมหาวิทยาลัยยังพบเห็นสิ่งปลูกสร้าง ทั้งคูน้ำ พระที่นั่ง พระตำหนัก ศาลาต่างๆ ทั่วมหาวิทยาลัย พระราชวังสนามจันทร์เห็นเล่าๆ กันว่า ผีดุ… แต่ในประวัติศาสตร์แล้ว ไม่ได้มีการสิ้นพระชนม์ของเจ้านายพระองค์ใดในพระราชวังแห่งนี้ แต่ข้าราชบริพารไม่ทราบ (คงมีบ้าง) – บริเวณลานทรงพล-คณะอักษรศาสตร์ เคยเป็นสถานที่จัดการประหารนักโทษแผ่นดิน ดังนั้นเหล่าวิญญาณนักโทษก็อาจจะมีและยังคงวนเวียนอยู่เป็นธรรมดา แต่แปลกอยู่เรื่องหนึ่งทั้งวังท่าพระและทับแก้ว อาจารย์-นักศึกษาและข้าราชการของศิลปากรจะไม่ค่อยเจออะไร จนหลายคนเชื่อว่ามีท่านเหล่านั้นคอยดูแลคุ้มครองอยู่
  • เขาว่ากันว่าห้ามเด็ดหรือเก็บดอกไม้ใน ม. ไม่งั้นเจ้าของเขาจะมาทวงคืน
  • หอเพชร 6 เป็นหอเดียวที่สร้างเป็นรูปตัว Z และห้องที่อยู่ตรงกับศาลพระภูมิเจอผีประจำ
  • ว่ากันว่าภาควิชาจุลฯ วิด 1 ชั้น 7-8 ผีดุมากๆ เจอกันทุกรุ่น
  • มีเรื่องเล่าขานของหอหญิง 3 และ 4 ว่า สร้างทับคุกเก่า เคยมีแม่บ้านหอ 4 เล่าว่า ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน
  • หอเพชรรัตน์-หอเก่าแก่ในมหาวิทยาลัย ที่เล่าขานกันมาว่าครั้งหนึ่งมีนักศึกษานอนอยู่ในห้องพักคนเดียวได้ยินเสียง คนเดินมาช้าๆ จนเสียงนั้นเดินเข้ามาใกล้ๆ ห้องพัก นักศึกษาคนนั้นจึงมองลอดช่องตาข่ายมุ้งลวดออกไปดู ปรากฏว่าเห็นคนนุ่งโจงกระเบนสีแดงลากโซ่ตรวนเดินผ่านไป
  • ว่ากันว่่าที่ลานทรงพล เคยมีคนเห็นแบบว่ารำกันออกมาเลยทีเดียว
  • หอทับแก้วหนึ่ง (หอชาย) มีคนได้ยินเสียงเหมือนคนเอาเหล็กมาลากประตูดังแกรกๆ แต่ว่ามันดังมาจากในตู้ !!!

มหาวิทยาลัยมหิดล-ศาลายา

  • ที่มาของชื่อ “ศาลายา” – เชื่อกันว่าชื่อ “ศาลายา” นี้มาจากในสมัยก่อนพื้นที่บริเวณนี้เกิดโรคระบาดหรือโรคห่าลง เด็ก ผู้ใหญ่ ฯลฯ ผู้คนมากมายนอนตายทับถมเป็นกองสูง ศพที่ไม่ได้นำไปเผาก็ถูกทิ้งให้แร้งจิกกินเป็นที่น่าสังเวช เช่นเดียวกับประตูผีที่วัดสระเกศ บริเวณภูเขาทองในปัจจุบัน ทางการจึงตั้งศาลาแห่งหนึ่งไว้เพื่อส่งมอบยาแก่ชาวบ้าน ต่อมาจึงเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า “ศาลายา”
  • เพลงรักน้อง “เจ้านกน้อย ล่องลอยโผบิน จากแผ่นดินทะเลสีคราม…” – นั่นคือเนื้อเพลงรักน้องหรือเจ้านกน้อยอย่างที่ใครหลายๆ คนพูดจนชินปาก เพลงอาถรรพ์ของชาวศาลายา มีเรื่องเล่ากันว่านักศึกษาพยาบาลคนหนึ่งถูกผู้เป็นพ่อแม่บังคับให้เรียนใน สายที่ไม่เต็มใจ ด้วยความเสียใจกอปรกับคิดว่าไม่มีใครเข้าใจอีกแล้ว นักศึกษาพยาบาลคนนั้นจึงปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าของหอพักและเขียนข้อความสั้นๆ นี้ไว้ แล้วทิ้งร่างลงมาสู่พื้นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เพลงรักน้อง จึงเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกความระลึกถึงนักศึกษาพยาบาลคนนั้น ชาวศาลายาจะถือกันว่า เพลงนี้ห้ามร้องในเวลากลางคืนและถ้าใครคนใดคนหนึ่งร้องขึ้นมาแล้ว ต้องร้องต่อจนจบเพลง มิฉะนั้นจะเท่ากับเป็นการเรียกนักศึกษาพยาบาลคนนั้นจากพื้นดินมาสู่เจ้าของ เสียง ในบางครั้งก็ปรากฏตัวให้นักศึกษารุ่นน้องที่เข้าใหม่เห็นในลักษณะกระโดดลง จากดาดฟ้าหอพัก เมื่อนักศึกษาคนนั้นตั้งสติได้และเรียกให้คนมาช่วย พอไปถึงจุดเกิดเหตุกลับปรากฏว่า ไม่มีร่องรอยใดๆ อยู่เลย
  • SI วันมหิดล เตียง C – อีกหนึ่งความเชื่อเกี่ยวกับวันสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกล่าวถึงนักศึกษาคณะแพทย์ศิริราช (ต่อไปจะขอเรียกสั้นๆ ว่า SI) ที่จะกลับมาเยี่ยมเยียนหอพักในวันนี้ของทุกๆ ปี แต่งกายด้วยชุดนักศึกษา เสื้อนั้นย้อมด้วยเลือดและร่างเต็มไปด้วยบาดแผล เรื่องนี้จัดเป็นอันดับต้นๆ ของความเฮี้ยนสุดยอดในวิทยาเขตศาลายา นักศึกษาแพทย์คนนี้ประสบอุบัติเหตุรถชนขณะข้ามถนนมายังมหาวิทยาลัย อาจเป็นเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจึงไม่รู้ตัวว่าได้เสียชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว ห้องพักดังกล่าวที่นักศึกษาแพทย์คนนี้อาศัยอยู่กลายเป็นห้องถูกปิดตาย ทราบแต่เพียงว่า เตียง C ของนัก ศึกษา SI ในคืนวันมหิดลเท่านั้นที่จะพบเห็นเค้าได้ ถ้าอยากทราบว่าความเฮี้ยนนั้นขนาดไหน? ก็ลองสัมผัสได้จากบรรยากาศที่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ในคืนนี้ ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นที่สนุกปากขนาดไหนก็ตาม
  • เชือกในห้องน้ำ – เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ไม่นานประมาณปีกว่าๆ มีข่าวแพร่สะพัดตามหอพักว่า ช่วงปิดเทอมเดือนตุลา แม่บ้านคนหนึ่งได้ผูกคอตายในห้องน้ำชาย ห้องดังกล่าวได้ถูกปิดตายไปพักใหญ่ เจ้าหน้าที่หอพักแก้ต่างเป็นพัลวันว่า “ห้องน้ำเสีย” นักศึกษาชายที่อยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำนั้น มักได้ยินเสียงร้องไห้ระงมจากประตูเจ้ากรรมเสมอๆ เมื่อมองผ่านจากหอตรงข้าม มีคนสังเกตว่าบริเวณขื่อมีเชือกผูกอยู่จริง แม่บ้านที่ทำความสะอาดประจำชั้นนั้นก็หายหน้าหายตาไป เจ้าหน้าที่หอก็ชี้แจงต่อข่าวลือน้ำขุ่นๆว่า “เค้ากลับต่างจังหวัด” ในปัจจุบันห้องน้ำดังกล่าวได้เปิดใช้งานตามปกติแล้ว ถ้าเข้าไปแล้วเห็นแม่บ้านผิวดำผมหยักศกยิ้มให้ ก็อย่าลืมยิ้มตอบหล่อนด้วย คุณคือผู้โชคดีแล้ว
  • ผีถ้วยแก้ว – ขอยกเรื่องเล็กๆ ให้ฟังพอหอมปากหอมคอละกัน ก็มีอยู่ว่า …นักศึกษากลุ่มหนึ่งได้เล่นผีถ้วยแก้วในบริเวณหอพัก ทีนี้เมื่อเล่นจบก็ถกเถียงกันว่า ใครเป็นคนดันแก้ว เมื่อไม่มีข้อสรุปและด้วยความไม่เชื่อในเรื่องผีสางทั้งหมดก็เดินออกไปหน้า ม. เพื่อหาข้าวกิน เพื่อนต่างคณะที่นั่งรถแท็กซี่เข้ามาได้สวนกับนักศึกษากลุ่มนั้นพอดี ภาพที่เห็นก็คือ ชายแก่คนหนึ่งเดินออกมาจากบริเวณศาลใกล้คณะอินเตอร์และได้ยกมือชี้ร้องไล่ ให้ผู้หญิงในกลุ่มออกไป แต่ทุกคนกลับไม่มีใครใส่ใจ เมื่อมาถึงหอนักศึกษาคนหนึ่งก็เล่าให้เพื่อนฟังว่า “นี่ เมื่อกี๊เล่นผีถ้วยแก้ว มันบอกว่าเป็นผู้หญิงว่ะ อย่าให้กูจับได้นะว่าใครเป็นคนดัน” เพื่อนก็รีบเล่าเรื่องที่ชายแก่ไล่หญิงสาวในกลุ่มให้ฟัง ทุกคนก็ยืนยันว่ามีแต่ผู้ชายล้วนๆ ชายแก่คนดังกล่าวอาจเป็นวิญญาณเจ้าที่เจ้าทางที่รู้จักกันในนาม “พ่อปู่จันธูป” หรือ “เจ้าขุนทุ่ง” ส่วนผู้หญิงคนดังกล่าว จะเป็นคนเดียวกับในถ้วยหรือเปล่า? โฮะๆ คิดเอาเอง
  • เรือนไทย – เรือนไทยเป็นเรือนสีแดงสดตั้งอยู่ตรงข้ามตึกวิทย์เก่า เดินเข้ามาไม่ไกลก็จะพบได้อย่างง่ายดาย ด้วยความสวยงามและอากาศเย็นสบาย ทำให้เรือนไทยกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยม นักศึกษาหลายกลุ่มมานั่งติวหนังสือกันที่นี่ และบางกลุ่มก็ใช้เป็นที่พลอดรักกันอย่างน่าอิจฉา เรื่องเล่าเกี่ยวกับเรือนไทยมีมากมาย เพราะความคลุมเครือในที่มาของเรือนไทยโบราณหลังนี้ เมื่อ 2 ปีก่อน นักศึกษาหญิงคนหนึ่งเข้าไปอ่านหนังสือบริเวณเรือนไทย เวลาผ่านไปจนเริ่มเย็น ขณะนักศึกษาคนนั้นเก็บของเตรียมตัวกลับไปหอพักก็เหลือบไปเห็นเส้นสีดำๆ คล้ายผมของใครบางคนปลิวไสวอยู่ไม่ไกล เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่า เส้นผมที่ว่านั่น …เป็นเส้นผมของผู้หญิงใส่ชุดไทยโบราณ และกำลังห้อยหัวลงมาจากเสาเรือน ปากยิ้มแสยะเห็นฟันดำขลับ นักศึกษาคนนั้นกรีดร้องและเป็นลมทันที พี่ยามได้ยินเสียงจึงเข้าช่วยเหลือ-ทำการปฐมพยาบาล รุ่นพี่เล่าต่อๆ กันมาว่าเสาต้นหนึ่งในเรือนไทยตกน้ำมันได้ ถ้าคุณไม่เชื่อเกี่ยวกับ “ความแรง” ของที่นี่ มีเรื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าที่เรือนไทยนี้อากาศเย็นสะท้านตลอดเวลา ไม่ว่าจะฤดูอะไรและวันนั้นแดดจะแรงขนาดไหนก็ตาม :-)
  • หอชาย – เชื่อหรือไม่ ? ในสมัยก่อนหอชายของมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นหอหญิงมาก่อน บางคนอยู่มาเป็นปีๆ ไม่เคยจะรู้ ไม่เคยจะใส่ใจกับความเป็นมาตรงนี้เลย หอชายในปัจจุบันนั้นมีสภาพค่อนข้างใหม่กว่าหอหญิง (ยกเว้นแต่หอ 10) ก็มีเรื่องเล่ากันว่า นักศึกษาหญิงคนหนึ่งได้ฆ่าตัวตายภายในหอพัก วิญญาณก็ยังวนเวียนไม่ไปไหน คอยปรากฏตัวให้นักศึกษารุ่นหลังได้ประสาทกินเป็นพักๆ และในแต่ละปีจะมีนักศึกษาชายจำนวนมากที่โวยวายกับเจ้าหน้าที่หอพักเรื่อง ผู้หญิงชุดขาวที่เดินไปมาในบริเวณหอพัก ส่วนสถานที่หลักๆ ที่จะพบได้ก็คือ 1. บันไดหนีไฟ ใครที่ชอบเดินทางนี้บ่อยๆ ระวังให้ดี คุณไม่มีทางหนี นอกจากวิ่งชนหรือลงไปติดแหง็กอยู่ด้านล่าง 2. ทางเชื่อมระหว่างหอ เมื่อมองจากระเบียงหรือด้านล่างของหอ นี่คือสามแพร่งที่ทุกคนต้องผ่านเข้าออกในแต่ละวัน โถฉี่ในหอพักหญิงเป็นเครื่องยืนยันอย่างดี แต่อย่าหวังคำตอบจากเจ้าหน้าที่หอเกี่ยวกับสาเหตุที่ย้ายมา เพราะต่อให้ตาย “…เค้าก็ไม่ตอบคุณหรอก”
  • คอนโด C ห้อง xxxx – คอนโดบริเวณประตูสามจะถูกจองตั้งแต่เดือนเมษา แต่จะมีอยู่ห้องหนึ่งในคอนโด C ซึ่งปิดขอบประตูโดยรอบด้วยยันต์และปะไว้ที่หน้าประตูอีกหนึ่งแผ่น ลองนึกภาพดูว่าบรรยากาศของห้องจะหม่นๆ เหมือนมีสายตาเฝ้ามองอยู่ตลอด ใครที่เคยอาศัยอยู่ย่อมรู้ถึงความกดดันได้เป็นอย่างดี …ประวัติของห้องนี้ก็มีอยู่ว่า ช่วงปิดเทอมเมื่อ 4-5 ปีก่อนมีเด็กอินเตอร์คนหนึ่งกรอกยาฆ่าตัวตาย กว่าเพื่อนจะไปพบ ศพมันก็อืด เน่า เฟะ เละจนแทบจำไม่ได้ เด็กคนนี้เป็นผู้หญิงอยู่ปี 2 น้อยใจแฟนก็เลยประชดด้วยการลาโลก พองานศพเสร็จ เพื่อนๆ ทำใจไม่ได้ก็เลยขอย้ายไปพักที่อื่น คนที่ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว ตกกลางคืนมักได้ยินเสียงเปิดก๊อกในห้องน้ำ บางครั้งก็ได้ยินเสียงกุกกักทั้งๆ ที่ไม่มีใคร แต่นั่น …ไม่ร้ายแรงเท่านักศึกษาบางคนที่กำลังนอนหลับ เหลือบไปเห็นผู้หญิงหน้าตาบวมปูดเหมือนศพ จับขาและกระชากลงจากเตียง เพื่อนที่เคยไปอาศัยอยู่ในห้องเจ้าปัญหา การันตีความเฮี้ยนระดับห้าดาว !!! รูมเมทบางคนมองเห็นผู้หญิงเดินไปเดินมาในเวลากลางคืนและมักได้ยินเสียง ร้องไห้ปนโกรธแค้นที่ถูกทอดทิ้ง หลายคนก็ถูกผีอำจนอยู่ไม่ได้ เครื่องใช้ไฟฟ้า-ข้าวของเปิดปิด เคลื่อนที่ได้เองอย่างน่าสงสัย เป็นอีกเรื่องที่ฮอตสุดๆ และเฮี้ยนสุดๆ ในรั้วศาลายา
  • ตู้ผี – ฟังชื่อแล้วต้องบอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับหนังผีเกาหลีเกรดบี แต่นี่คือเรื่องจริงของนักศึกษาดวงซวยสุดๆ ในคืนวันมหิดล เมื่อสองปีก่อน …ช่วงสอบกลางภาคตรงกับวันมหิดลพอดี นักศึกษาหญิงคนหนึ่งซึ่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ภายในห้องพัก กำลังจะไขกุญแจตู้เสื้อผ้าไปอาบน้ำ เครียดก็เครียด อ่านก็ไม่ทัน ไหนจะไม่ค่อยรู้เรื่องอีก ความซวยก็เข้าเยือนต่อทันที ขณะเดียวกันเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากข้างใน คว้าท่อนแขนนักศึกษาโชคร้ายและพยายามดึงเข้าไปในตู้ เท่านั้นแหละ …เสียงกรี๊ดดังลั่นมาถึงหอชาย เพื่อนร่วมห้องได้ยินก็กระวีกระวาดมาดู เห็นเจ้าหล่อนเป็นลมนอนฟุบอยู่กับพื้นห้อง จึงโทรศัพท์เรียกเจ้าหน้าที่หอให้รับตัวไปโรงพยาบาลทันที สอบถามจากเจ้าหน้าที่หอพักก็ตีหน้าซื่อ แก้ตัวกับเหตุการณ์นี้ว่า “สงสัยเค้าจะเครียดมากไป” เป็นอันว่าเรื่องสยองในคืนวันมหิดลก็ยังเป็นปริศนาต่อไป
  • ผีบันไดหนีไฟ (เอามาจากในพันทิปครับ)เรื่อง นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในปีที่ผมอยู่ครับ เรื่องมีอยู่ว่า … เมื่อตอนนั้นประมาณปี 2541 ผมไปเข้าเรียนที่นั่นเป็นนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ อาศัยที่หอ 8 เนื่องจากคบกับเพื่อนหลายคณะก็เลยขึ้น-ลงทางบันไดหนีไฟเป็นประจำ ส่วนใหญ่แล้วจะไปนั่งฟังเพื่อนๆ ดีดกีต้าร์ ร้องเพลง กินกระเทียมกันที่ระเบียงชั้น 3 ช่วงเวลาที่จะต้องเดินไปก็คือประมาณ 2-3 ทุ่มมีอยู่วันนึง ผมอาบน้ำเสร็จ ยังไม่ทันแห้งดีก็รีบเปลี่ยนชุดแล้วลงบันไดหนีไฟไปชั้นล่าง พอลงไปได้ชั้นนึงก็มีเสียงตะโกนมาจากในตัวตึกแบบตกใจ … ผมมองไปก็เห็นคนปิดประตูห้อง ก็ไม่ได้ว่าอะไรกัน พอไปยังห้องเพื่อไปนั่งคุยนั่งเล่น … สักพักนึงมีคนที่มาสมทบมาเล่าว่าชั้นบนมีคนเจอผีผีที่ว่านี้ มีคนเจอในบันไดหนีไฟ เป็นคนใส่ชุดนอนเปียกๆ ผมปิดหน้าปิดตา เมื่อครู่นี้เอง พอถามไปถามมาก็ฮากันทั้งวง เพราะที่ว่าผีนั่นน่ะ คือผมเองผ่านไป 1 ปี …ปี ต่อมา ผมเข้าเรียนที่ศาลายาใหม่อีกครั้งในคณะแพทย์ฯ ตำนานผีในหอพักมันเพิ่มขึ้นมาเรื่องนึง มีผีในบันไดหนีไฟ เป็นนักศึกษาชายลื่นล้มในห้องน้ำชายตาย …
  • ที่มาของเพลงรักน้อง (หรืออีกชื่อเจ้านกน้อย) ที่ขึ้นต้นด้วย เจ้านกน้อยล่องลอยโผบิน… คิดว่าเด็กศาลายาคงเคยได้หัดร้องกันทุกคน เพราะเป็นเพลงบังคับเลย ตอนเข้าปีหนึ่งพี่ก็เล่าว่า ตำนานเด็กพยาบาล /เด็กแพทย์ (ขึ้นกับผู้เล่า) มาเรียนศาลายาสมัยก่อนที่เดินทางลำบาก แล้วเหงามากๆ เพราะไกลบ้าน บ่นให้เพื่อนฟังบ่อยๆ ว่าถ้ามีปีกก็คงดีจะได้บินกลับบ้านได้ สุดท้ายฆ่าตัวตายโดยแต่งเพลงนี้ทิ้งไว้ด้วยเลือด เพื่อปลอบประโลมความเหงาให้กับคนอื่นๆ แล้วมีตำนานเล่าว่าหลังจากนั้นมีนกตัวนึงจะบินมาอยู่ในที่ๆ เด็กคนนั้นเคยอยู่เป็นประจำ… และเพลงนี้ห้ามร้องตอนกลางคืน ถ้าร้องต้องร้องให้จบ ไม่งั้นจะมีวิญญาณของเด็กคนนั้นมาช่วยร้องต่อให้จบแทนฟัง ดูซึ้งดีกับที่มาของเพลง แต่พอเรียนจบไป คุยๆ กับรุ่นพี่เก่าๆ ที่จบไปนานแล้ว ปรากฎว่าคนแต่งอยู่เภสัช (PY) รุ่นเก่าแก่นี่เอง ไม่ได้เกี่ยวไรกับพยาบาลฆ่าตัวตายไรทั้งนั้น เหอๆ ความลับถูกเปิดเผย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  • ที่วิทยาเขตกำแพงแสน-หอพักนักศึกษา มีหอหนึ่งเคยเป็นโรงพยาบาลสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 วันดีคืนดีจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวนและห้องน้ำหญิงรวมบางคืนจะมีเสียงคนอาบน้ำ แต่พอเดินไปดูไม่มีคนเลยสักคน และที่หอใน ชั้น 2 เคยมีนักศึกษาเสียชีวิตเนื่องจากเป็นไข้ทับฤดูตอนปิดซัมเมอร์ พอเปิดเทอมถึงมีคนพบศพ แต่หลังจากนั้นก็มีคนเห็นว่านักศึกษาคนนี้ยังมานั่งซักผ้าที่ห้องน้ำหน้าห้องอยู่เลย
  • ที่วิทยาเขตศรีราชา ตรงประตู 1 มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนดึกๆ ห้ามขับรถไปตรงนั้น เพราะมีรุ่นพี่จะมาเอาวิญญาณไปอีก 4 ดวง (แต่เค้าเอาเฉพาะคนหน้าตาดีน่ะ)
  • ที่วิทยาเขตศรีราชา ห้องน้ำที่ตึก EnG ไม่มีกระจก เพราะว่ามีคนเห็นสิ่งลึกลับบ่อยมาก จนต้องเอากระจกออก ส่วนหอในตึก 3-4 เฮี้ยนมาก เคยมีคนเห็นบ่อยๆ เพราะเป็นป่าช้าเก่า
  • ที่วิทยาเขตกำแพงแสน เวลาขี่มอไซด์เข้า-ออกนอก ม. ตอนกลางคืน พยายามอย่ามองตรงต้นนนทรีข้างทางมากนะ ถ้าไม่อยากเห็นใครก็ไม่รู้มากวักมือเรียก ได้ข่าวมาว่านนทรีแทบทุกต้นมีประวัติ
  • ที่วิทยาเขตกำแพงแสน ใต้ตึกปฐพี เคยเจอนิสิตเป็นกลุ่มเลยมาซ้อมลีด แต่พอมองไปอีกทีก็ไม่เจอแล้ว แล้วตกลงที่เห็นก็ไม่รู้ว่าใคร (ประสบการณ์ตรง)
  • ที่วิทยาเขตกำแพงแสน เวลาซ้อมสตาฟเชียร์ของคณะช่วงซัมเมอร์ ให้ระวังจะมีใครก็ไม่รู้มานั่งฟังด้วย
  • หอใน (หญิง) แต่ก่อนกระจกเดิมตรงบันไดทางขึ้น (ตอนนี้เปลี่ยนใหม่แล้ว) จะมีเงาคนวูบวาบเสมอๆ บางครั้งยืนแปรงฟันอยู่ที่อ่างล้างหน้า-หน้าห้อง เงยหน้าขึ้นมาก็มีผีทหารยืนอยู่ข้างหลัง …

เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

  • เรื่องเล่าเกี่ยวกับศาลเจ้าที่ติดอยู่บนผนังห้องน้ำหญิงตึกวิศวะฯ จะมีดอกไม้ธูปเทียนและน้ำแดงอยู่ด้วยเสมอ คนเก่าๆ จะรู้เรื่องราวเป็นอย่างดี เป็นเรื่องของนักศึกษาสาวสถาปัตยฯ  อก หักจากหนุ่มวิศวะฯ จึงไปผูกคอตายที่ห้องน้ำดังกล่าว ปัจจุบันเป็นแหล่งลองของชั้นดีของผู้ที่ต้องการลองของ เพราะมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ใครอยู่รุ่นแรกก็จะได้เห็นรูปของเธอผู้นี้ในศาลด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่ศาลยังคงมีอยู่ ที่สำคัญห้องน้ำตรงนั้นยังเปิดใช้อยู่…
  • หลีกเลี่ยงสถานีพระจอมฯ ตอนกลางคืนให้ดีๆ ได้ข่าวมาว่าถ้าไปยืนร้องเพลงเชียร์คนเดียวสักพักจะมีคนมาร้องต่อให้ !!!
  • สถานที่เกิดเหตุ ชั้น 5 ตึกวิดเก่า ซื่งคณะวิดยาลาดกระบังนั้นจะแบ่งห้องภาควิชาตามชั้นของตึกต่างๆ โดยที่ชั้น 5 จะเป็นชั้นของภาคเคมี ในคืนหนึ่งตามปรกติก็จะมีนักศึกษา ป.ตรี-ป.โท ทำโปรเจ็คอยู่ในห้องกันถึงตี 1 ตี 2 เหรอถึงเช้าก็มี มีอยู่วันหนึ่งมีนักศึกษา ป.โท ทำการทดลองอยู่แล้วเกิดผิดพลาดห้องทดลองระเบิด (จริงๆ ระเบิดไฟไหม้ทั้งห้อง ยังมีร่องรอยเหลืออยู่) โดนนักศึกษาผู้โชคร้ายตาย โดยโดนไฟคลอกทั้งตัว ต่อมาก็มีนักศึกษาที่ทำงานดึกๆ พบเห็นนักศึกษาคนนั้นมาวนเวียนอยู่ในห้องและทำการทดลองต่อไปเป็นประจำ จนทุกวันนี้ชั้น 5 ตึกวิดเก่า หลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไปแทบที่จะไม่มีใครกล้าขึ้นไปทำงานอีกแล้ว และดีไม่ดีเราอาจจะได้เห็นคนทำแลปดึกๆ ทั้งๆ ที่ไฟยังปิดอยู่ที่ชั้นแล้วเค้าก็โบกมือให้เราเห็นด้วย  ปล.. แต่ถ้าเห็นจากชั้น 3 ไม่ต้องกลัว เพราะเป็นของภาคฟิสิกส์ทำงานข้ามวันข้ามคืนเป็นปรกติ

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  • บริเวณป่ารกข้างหอ 9 หลัง เป็นจุดที่ไม่มีใครผ่าน มีเรื่องเล่าว่า เคยมีผู้หญิงถูกข่มขืนจนตายบริเวณนี้มาก่อน ทำให้บางคืนหากมีใครขับรถผ่านมา จู่ๆ รถก็จะกระตุกแล้วก็หยุดไปเลย เหมือนมีใครดึงรถอยู่ข้างหลัง เมื่อหันไปดูจะเห็นผู้หญิงหน้าขาวๆ ซีดๆ ดึงรถไว้
  • “สะพานขาว” เป็นสะพานยาวๆ ข้างสระพลาสติก มีเจ้าที่ชื่อ “เจ๊ขาว” เป็นผู้หญิงผมยาวๆ ใส่ชุดสีขาว เจ๊แกชอบออกมาทักทายเด็กที่ขับมอไซด์ผ่านสะพานตอนดึกๆ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

  • สถานที่เกิดเหตุ : ลานจอดรถยนต์เก่าและป่าละเมาะ – ลานจอดรถยนต์ข้างศูนย์บรรณาสาร (หอสมุด) นี้ ว่ากันว่าเป็นแดนประหารเก่าและว่ากันมาว่ามีพนักงานรักษาความปลอดภัยกะดึกคน หนึ่งเคยเห็นผีคอขาดเดินลากโซ่เสียงดังเกรียวกราวไปมา
  • เหมือนกับทุกมหา’ลัย โดยเฉพาะหอหญิงจะมีเรื่องเล่าและตำนานที่ไม่รู้สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยไหน อย่างเรื่อง “ผีอำ” หอหญิงจะมีบ่อยมาก
  • หอหญิงที่เฮี้ยนๆ ในระดับตำนาน เช่น S2 เรื่องผีชุดไทยโบราณ, ชุดตะเบงมาน วิ่งทะลุ 3 ห้อง ว่ากันว่าต้องนิมนต์หลวงพ่อคูณมาเหยียบถึง 2 ครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวคราวอีก หรือจะเป็นผีเด็กที่ S4 ที่ว่าอาบน้ำอยู่ดีๆ แล้วมีเด็กมาเล่นน้ำ
  • หอหญิงที่เป็นข่าวดังที่สุดคือ S15 โซนต้นโพธิ์ จากการที่เด็กนักเรียน รด. มาพักแล้วพากันเล่นพิเรนบริเวณต้นโพธิ์และเกิดอาการคลุ้มคลั่งไปตามๆ กัน ซึ่งแพทย์ก็วินิจฉัยว่า เป็นความบกพร่องทางประสาทชนิดติดต่อ เนื่องจากการฝึกหนักในช่วงกลางวัน
  • สวนหย่อม ป่าไผ่สีทอง ข้างๆ ฟาร์มมหา’ลัย ที่นี่ “เขา” ชอบหยอกล้อคนขับรถคนเดียว โดยรถคันอื่นจะเห็นว่า เรามีเพื่อนซ้อนมาข้างหลังด้วย !!!
  • บริเวณลานย่าโมและต้นไม้ใหญ่ระหว่างทางไปอาคาร A (อาคารบริหาร) กับอาคาร C (อาคารวิชาการ) ซึ่งต้องทำถนนอ้อมต้นไม้ต้นนั้น เป็นถนนจุดเดียวในมหา’ลัย ที่ต้องอ้อมสิ่งกีดขวาง จุดอื่นพี่แกฟันเหี้ยนไม่เหลือ
  • สุรนิทัศน์ หรือ แอมฟิเธียเตอร์ สถาปัตยกรรมที่มีเส้นลวดขึงเป็นองค์ประกอบ เรื่องเล่าที่จุดนี้คือจะเห็นสิ่งซึ่งคล้ายคนไปนั่งห้อยขาอยู่บนเส้นลวด
  • สรุปแล้วพื้นที่ของมหา’ลัย 7200 ไร่นั้น ในอดีตเป็นป่าเสื่อมโทรมขนาดใหญ่ ว่ากันว่าถูกใช้เป็นสถานที่ฆาตกรรมที่ขึ้นชื่อของโคราช อีกทั้งยังเป็นทางรบสมัยท้าวสุรนารีอีกด้วย จึงทำให้มีเรื่องเล่ามากเป็นพิเศษ บริเวณน่ากลัวทุกๆ จุดข้างบน จะมีรปภ. ไปตรวจอยู่เสมอ และมักรายงานกลับไปยังหน่วยว่า “เหตุการณ์สงบ … พบหนึ่งคู่ (หรือมากกว่า)

มหาวิทยาลัยบูรพา

  • ตึก SD มีลิฟต์ตัวนึงมีผีด้วย คือลิฟท์จะเปิดเอง แล้วถ้าลิฟท์เปิดเอง ให้หลีกทางให้เขาเข้ามาด้วย แต่ถ้าขี้เกียจให้บอกว่า “เต็มแล้ว … รอไปเที่ยวหน้านะคะ” จะได้ผลพอๆ กัน
  • หอ 3 (หอชาย) ห้อง 306 พี่หอบอกว่ามีคนผูกคอตายในตู้เสื้อผ้า
  • หอ 14 (หอหญิง) ห้อง 303 เคยมีคนเล่นผีถ้วยแก้วแล้วโดนผีสิง
  • ตึก B100 (ตอนนี้คือตึกพาณิชยนาวี ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวิทยาลัยการขนส่งและโลจิสติกส์) เป็นที่เลื่องลือว่ามีผี
  • หอ 14 (หรือเปล่า) ที่เป็นห้องพักของดาราสาวคนนึงที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ปัจจุบันนี้ห้องนั้นยังถูกปิดตาย แต่ยังมีคนได้ยินเสียงคนอยู่ภายในห้อง

มหาวิทยาลัยนเรศวร

  • สถานที่เกิดเหตุ : คณะวิทยาศาสตร์ – คำบอกเล่าจาก อ. คณะวิทย์ ว่าหลังจากที่มียามถูกแทงตายเพราะทะเลาะกัน ก็มีการจับภาพวิญญาณไว้ได้ในกล้องวงจรปิดของคณะ โดยที่ยามคนนี้ยังแวะไปเยี่ยมเยียนนิสิตบางส่วนที่ชอบอยู่ดึกๆ ในตึกอีกด้วย
  • เรื่องเล่ารุ่นต่อรุ่นว่า ในวันบวงสรวงรับน้องใหม่ในปีหนึ่ง มีน้องที่คณะพยาบาลเป็นลมเพราะเห็นกองทัพพระนเรศวรเดินทัพลอยมาจากบนฟ้า
  • ถนนเส้นหน้าคณะแพทย์ยังคงเป็นถนนที่มีเรื่องลึกลับมากที่สุดในมอ มีคนเคยโดนกระโดดซ้อนท้ายกลางทาง โดนคนวิ่งไล่แถวหน้าคณะแพทย์ พอขับพ้นบริเวณนั้นคนที่วิ่งไล่ก็หายไป
  • หอใหม่ที่นิสิตปีหนึ่งอยู่ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน เคยมีคนเจอตั้งแต่โดนผีอำ เห็นคนมานั่งที่โต๊ะ เห็นคนนั่งอยู่บนตู้เสื้อผ้าแล้วกระโดดลงมาทับ เสียงเด็กวิ่งเล่น เสียงเด็กร้องไห้และมีข่าวว่าสมัยตอนก่อสร้างหอนั้นมีลูกคนงานที่นำมาทำงานด้วยตกเตียงคอหักตาย

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

  • คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มีศาลาประจำเอกคือ ศาลาเขียว ศาลานี้มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของแผ่นป้ายที่ติดอยู่ในศาลานั้นว่าทำมาจากต้นตะเคียน วันดีคืนดีจะมีผู้หญิงผมยาวๆ มานั่งอยู่เดียวดายในศาลา

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

  • ทุกตึกในมหาลัยจะมีผีเฝ้าตึกอยู่ เนื่องจากคนงานพม่าที่เข้ามาสร้างตึกถูกฆ่าโดยนายจ้างคนไทย เพราะไม่อยากจ่ายเงินให้ โดยเฉพาะตึกอธิการ, ลาน AV (ใต้ห้องสมุด), หอนานาชาติ (หอเภา สารสิน), หอจีน 1-2 ไม่เชื่อลองถาม Security Guard ที่อยู่มานานๆ
  • สังเกตว่า C1 ตรงทางขึ้นตึกอธิการมีลิฟต์ฝั่งเดียว อีกฝั่งนั้นปิดตายไว้ เพราะมีคนตกลงไปตายตอนก่อสร้าง ดึกๆ ไม่มีใครกล้าเดินผ่าน ขนาดยามยังต้องไปกันทีละ 3-4 คน เวลาเดินตรวจ – ว่ากันว่าเป็นสถาปนิกสาวกะลังท้องด้วย ! เค้าตกลงไปตอนส่องกล้องจากชั้น 3 เคยมีโครงการจะทำลิฟต์ปีที่แล้วต่อ แต่ทว่าคนที่ไปทำจับไข้ทุกราย !

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ-ABAC

  • ประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว มีอาจารย์ท่านหนึ่งเสียชีวิต (หัวใจวายเฉียบพัน) อยู่ที่ห้องพักอาจารย์ชั้นหก ตึก C กว่านักการจะมาพบก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มถึงได้ทําการเคลื่อนย้ายศพออกตอน นั้น Computer Center อยู่ตึก C ชั้น 10 ถ้าไปถามพวกรุ่นพี่รหัส 34 ลงไปก็น่าจะจําได้ …หลังจากนั้นไม่นานเรื่องก็ได้เกิดกับนักศึกษา BBA COM คนหนึ่ง น้องคนนี้ทํา Assignment ที่ห้องคอมอยู่จนกว่าจะเสร็จก็ประมาณสามทุ่ม น้องเขาเดินออกมาลงลิฟคนเดียวจากชั้นสิบ พอลิฟลงมาถึงชั้นหก ลิฟก็เปิด ปรากฏว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนพิงกําแพงอยู่หน้าลิฟ ก้มหน้ามองพื้น น้องเขาก็กดลิฟคอยแล้วถามว่า จะลงไหม? แต่ไม่มีเสียงตอบจากชายคนนั้น น้องเขาก็รอนิดหน่อย ชายคนั้นก็ไม่มีกริยาใดๆ ก็เลยกดลิฟปิดไป …พอลิฟลงมาชั้นห้า ลิฟก็เปิดออกอีก ปรากฎว่าเจอผู้ชายคนเดิมยืนอยู่ในท่าเดิม ก้มหน้า น้องเขาก็เอะใจ ก็ถามอีกว่าจะลงไหม? ก็ไม่ตอบอีก น้องคนนี้ก็เริ่มใจไม่ดี จึงไม่พูดอะไร แล้วกดปิดลิฟ …พอลิฟลงมาชั้นสี่ ปรากฎว่าลิฟก็เปิดอีก สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้ชายคนเดิมยืนอยู่ท่าเดิม แต่คราวนี้เงยหน้ามาทางน้องที่อยู่ในลิฟ แล้วบอกว่า ช่วยด้วย !!! …ตั้งแต่วันนั้นน้องคนที่อยู่ในลิฟก็ไม่ได้กลับมาเรียนอีกเลยเพราะทางบ้าน ต้องนําตัวไปบําบัดอาการจิตหลอนทางประสาท …อันนี้เป็นเรื่องเล่าของรุ่นก่อนๆ ลองไปถามรุ่นพี่ๆ รหัส 31, 32, 33 ดู แต่ผมยืนยันได้ว่ามีอาจารย์เสียชีวิตจริงที่ห้องพ้กอาจารย์ที่ตึกนั้น ตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นมาทางเอแบคก็ทําพิธีทั้งพุทธและคริสต์ จึงเริ่มสงบอีกครั้ง
  • เรื่องที่มีเด็กโดดตึกตายเมื่อปีก่อน ที่เกิดเหตุน่ะรู้สึกจะเป็นตึกคิวชั้นสิบกว่าๆ คนแรกเค้าว่าเด็กกลัวจบไม่พร้อมเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน กลุ้มมากเลยโดดตึก ตอนนั้นเราเรียนอยู่ตึกเอสเลยไม่เห็น (โชคดีไป) แล้วหลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาเรื่อยๆ ถึงความเฮี๊ยนของเจ้าหล่อน … หลังจากวันนั้น เริ่มจากเพื่อนเรา คนนี้ขี้กลัวนิดหน่อยแต่ไม่คิดว่าหล่อนจะออกมากลางวันแสกๆ หรอก ก็ชวนเพื่อนไปอีกคน ปรากฏว่าลิฟมันเปิดที่ชั้นนั้นเอง พอเปิดแล้วก็ไม่มีคนอยู่ แล้วก็เหมือนมีลมพัดเข้ามาในลิฟวูบนึง เพื่อนเรากลัวมากเลย คนที่ไม่กลัวก็บอกว่าคงมีคนกดลิฟแล้วขึ้นลิฟอีกตัวไปแล้วมั๊ง (ลิฟมี 2 ตัว) แล้วลมคงพัดมาจากหน้าต่างพอดีมั๊ง แต่ความจริง …ตั้งแต่วันที่เค้าโดดตึกน่ะ ทาง ม. เค้าจะให้ปิดหน้าต่างไว้ตลอดเลยล่ะ แล้วลมมันจะพัดมาจากไหนล่ะ แล้วใครจะมากดลิฟเล่นล่ะ ตั้งแต่มีเรื่องใครๆ ก็ไม่อยากมาชั้นนี้กันทั้งนั้นแหละ แล้วก็มีเพื่อนของเพื่อนโดนมาเหมือนกัน คนนี้เค้าไม่ค่อยกลัว ก็ไปขึ้นลิฟคนเดียว ก็อย่างที่โดนกันบ่อยๆ แหละ หยุดที่ชั้นนั้นอีกแล้ว เปิดออกมาก็ไม่มีใครอีก แต่ไฟมันดับๆ ติดๆ เฉยเลย ถามคนที่ชั้นนั้นก็บอกเหมือนกันว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาไฟในห้องก็จะติดๆ ดับๆ บ้างเป็นบางครั้ง แต่แอร์ไม่ดับเป็นแต่ไฟอย่างเดียว เลยตัดปัญหาเรื่องไฟตกไฟเกินไปได้เลย เปิดออกมาไม่มีใครยังดีนะ บางคนเจอหนักๆ เปิดออกมา เจอเจ้าหล่อนยืนอยู่ตรงหน้าต่างหันหน้ามายิ้มให้ด้วย คนที่เจอบอกว่ากลัวมาก แต่ยังมีสติอยู่เลยคิดว่ารีบกดปิดลิฟดีกว่า …แต่ทว่า .. กดๆๆ มันก็ไม่ยอมปิด ..แล้วหล่อนก็กระโดดลงไปจากหน้าต่างตรงนั้นให้เห็นกะตาเลย
  • หอใน (ชาย) ปิดตายชั้นแปด เนื่องด้วย …อะไรไม่รู้ หอชายทุกชั้นมีห้องที่ไม่มีเบอร์ห้อง ห้องจะอยู่กลางตึกตรงบันไดหนีไฟกลาง เค้าบอกว่าเป็นห้องเจ้าที่ แต่มีบางห้องบางชั้นที่ไม่มีคนอยู่แล้วก็เอาเบอร์ห้องออกออกอันนี้ไม่รู้ทำไม
  • รู้จักสระว่ายน้ำตรงตึก E กันบ้างมั้ย เชื่อว่าไม่น่ารู้จักกัน เพราะเดี๋ยวนี้เค้ากั้นไม่ไห้เดินทะลุไปได้และสระนั้นตอนนี้ก็เป็นของหมู่ บ้านไปแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสงกรานต์ 2-3 ปีที่แล้ว มี อ.โดดตึก Q ลงมาทะลุหลังคาสระว่ายน้ำพอดี๊ พอดี สระว่ายน้ำนั้นก็โดนปิดไปซักเดือนกว่าๆ ได้ เพราะต้องปรับปรุงหลังคาเเละเรื่องคดี พวกมูลนิธิเค้าก็มาเก็บศพไป แต่หาลูกตาไม่เจอข้างนึง …หลังจาสระเปิดก็มีคนไปว่ายน้ำ แล้วก็เจออะไรกลมๆ เท่าผลส้มลอยมา ปรากฏมันคือลูกตาข้างที่หายไป !!!
  • ตึก E ชั้น 4 ด้านหลังที่ทะลุตึก C จะทีทางด้านหลังที่อยู่หลังห้องน้ำชาย-หญิง มองลงไปจะเห็นที่จอดรถที่ไม่มีหลังคาด้านล่าง น่าจะปี 45-46 มีนักศึกษาสาวคณะวิศวะ เครียดเรื่องไรไม่รู้ โดดลงไปกระแทกเสาไฟฟ้า (ที่อยู่ในลานจอดรถ) (แต่มหาลัยถือว่าตายนอกมหาลัย) ก็เลยปิดเรื่อง

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

  • สถานที่เกิดเหตุ : ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ – เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมีนักศึกษาหญิงถูกข่มขืนและถูกฆ่าตายที่ชั้น 15 ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ทำให้ปัจจุบันนี้ไม่มีใครกล้าขึ้นไปชั้นนั้นคนเดียวในช่วงเย็น เพราะวันดีคืนดีอาจได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้หรือบางครั้งเข้าห้องน้ำแล้ว มองออกไปที่กระจกก็จะเห็นผู้หญิงผมยาวยืนก้มหน้าอยู่ แต่พอเปิดประตูออกไปก็ไม่พบใคร

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

  • สถานที่เกิดเหตุ : โต๊ะตรงคณะอุตสาหกรรม – ในบริเวณนั้นมักมีคนได้กลิ่นหอมของดอกไม้โบราณหอมแบบเย็นๆ นอกจากนั้นยังได้ยินเสียงกระพรวนที่เท้าเด็กดัง เหมือนเล่นอยู่ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ หันไปหันมาจะเจอเด็กผมจุกนั่งอยู่บนต้นไม้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะเขาแค่อยากชวนเล่นด้วย หรือที่ตึกคณะนิเทศศาสตร์ ดึกๆ จะมีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวเดินไปเดินมา อาจเพราะบริเวณนี้ของมหาวิทยาลัยเป็นรั้ววังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งที่ปลูกสร้างเสร็จใหม่ๆ ว่ากันว่าสวยงามราวเมืองสวรรค์ ภายในรอบบริเวณพระราชวังอบอวลไปด้วยหมู่ไม้ดอก ไม้ผล ร่มครึ้ม ทั่วบริเวณ

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

  • สถานที่เกิดเหตุ: ลิฟต์ที่อาคาร 9 วิทยาเขตกล้วยน้ำไท – ใครที่ขึ้นลิฟต์นี้ตอนดึกๆ จะมีคนกดเรียกลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้นบนสุด พอเปิดมาไม่เจอใคร แต่จะรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามา ตอนนั้นให้รู้ไว้เลยว่าเป็นคนงานที่ตกลิฟต์ลงมาตาย แต่เค้าจะขอลงด้วย หรือที่วิทยาเขตรังสิตก็มีตำนานแกรนด์คอนโดเป็นที่ขึ้นชื่อมากในเรื่องผี ถ้าอยากเจอ … กลางคืนให้หาเรื่องอยากกินนั่น นู่น นี่ แล้วเดินลงบันไดดู
  • ที่อาคาร 10 กล้วยน้ำไท มีห้องเรียนอยู่ห้องหนึ่ง บางครั้งจะมี นศ. ไม่ได้รับเชิญแต่งชุดดำมานั่งเรียนด้วย พอหันไปมองอีกทีปรากฏว่าไม่มีใคร !!!
  • มีเรื่องเล่า เรื่องศาลพระภูมิล่องหนที่หอแกรนด์ หอพักหน้ามหาวิทยาลัยว่า นักศึกษาหลายคนเคยเห็นศาลพระภูมิตั้งอยู่ แต่ในความเป็นจริง … มันไม่มี !!
  • วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ห้องปฏิบัติการฝึกจำลองของภาควิชาการท่องเที่ยวการโรงแรม ลองขึ้นไปเวลาไม่มีใครอยู่ แล้วมองลอดช่องประตูเข้าไปในห้องด้านใน จะมีใครสักคนมองส่องตอบมาในระยะประชิดแบบตาต่อตาเลย

มหาวิทยาลัยรังสิต

  • สถานที่เกิดเหตุ : หอชายเก่า – ที่หอชายเก่าในช่วงที่ใกล้จะสร้างหอเสร็จ มีการติดตั้งลิฟต์และคืนนั้นมีคนงานกินเหล้ากันตามปกติ จนกระทั่งตี 1 มี คนงานคนหนึ่งตกลงไปที่ชั้นล่างใต้ลิฟต์แล้วปีนขึ้นมาไม่ได้ เพราะความเมา และคนงานคนนั้นก็เลยถูกลิฟต์ทับ ในเวลาต่อมาหลังจากที่หอเปิดได้ไม่นานก็มีนักศึกษาเข้าอยู่เต็มและหอนี้ไม่ เคยปิดเป็นเวลา จึงมีนักศึกษาเข้า-ออกเป็นประจำ จนตี 2 ของคืนหนึ่ง มีนักศึกษากลับมาจากข้างนอกแล้วเดินขึ้นลิฟต์ตามปกติ หลังจากกดชั้นที่พัก ลิฟต์ก็เคลื่อนที่ไปได้สักพักแล้วก็หยุด พร้อมๆ กับไฟดับและมีเสียงร้องดังออกมาข้างนอก จากนั้นลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมฝุ่นตลบ มีเสียงใครคนหนึ่งตะโกนว่าอย่ายืนทับที่ … หลังจากนั้นก็มีการทำบุญหอกันมาทุกๆ ปี

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

  • ตึก 10 ว่ากันว่ามีคนงานตกลงมาตายตอนก่อสร้าง ตอนดึกๆ พอขึ้นลิฟไปชั้นบน ตอนเดินออกมาจากลิฟจะพบว่าตึกกำลังก่อสร้างอยู่
  • ตึก 7 ชั้น 7 พอออกจากลิฟมาจะเจอพรมแดงปูตามทางเดิน ไม่แน่จริงอย่าเดินไปทางนั้น
  • ตึก 1, 2, 3 ยามกลางคืนว่ากันว่ามีผู้หญิงแต่งชุดนักศึกษานั่งร้องไห้อยู่บนระเบียงทางเดิน
  • สวนญี่ปุ่นมีปลาคาร์ฟยักษ์หาดูได้ยากยิ่ง เป็นปลาคาร์ฟสีขาวตัวใหญ่มาก หยั่งกะปลาสวาย นานๆ จะโผ่ลมาให้เห็นที แต่คุณจะไม่มีโอกาสเห็นมันเลยเวลาที่เขาล้างบ่อ มันหายไปไหน !!!

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  • หอนาฬิกา – อันเนื่องจากเคยเป็นป่าช้าและลานประหารเก่ามาก่อนทำให้มีเรื่องเล่าเรื่องผีทั้งเก่าและใหม่มากมาย เรื่องนี้อยู่ที่หอนาฬิกาใหญ่ตรงสี่แยกจากประตูหลังมอ …เล่ากันว่าตรงหอนาฬิกา กลางวงเวียนมีเปรต หากไปลองของอาจโดนดีได้ วิธีการลองดีคือ ตอนเที่ยงคืนให้ไปวนรถทวนเข็มที่หอนาฬิกาสามรอบ (วงเวียนจะเวียนรถตามเข็ม) เล่ากันว่า ผู้ที่ลองทำอย่างนั้น ไม่เคยมีใครวนรถทวนเข็มได้ครบสามรอบซักคน ผู้มีประสบการณ์เล่าว่า ในขณะที่วนรถอยู่นั้นจะรู้สึกได้ถึงลมที่เย็นผิดปกติ แต่วนไปสองรอบก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา เกิดตอนที่จะครบรอบที่สาม จู่ๆ ก็มีเสาสองต้นตั้งขวางถนนอยู่ ทำให้ต้องหักรถหลบ รถล้มบ้าง แฉลบบ้างไปตามๆ กัน ใครอยากรู้ก็ลองดู – ประวัติหอนาฬิกานี่ เขาว่ากว่าจะสร้างเสร็จนานมาก เพราะมีคนขับรถชนที่หอนาฬิกานี่ล่ะครับ ตายคาที่ เลยกลายเป็นวิญญาณสิงอยู่ – อีกกรณีหนึ่งมีข่าวอยู่บ่อยๆ ว่านักศึกษาที่พักอยู่ในหอพัก ชาย 4 และ หญิง 6 ฝั่งที่ติดกับหอนาฬิกา มักได้ยินเสียงแหลมๆ เล็กๆ ดังมาจากทางหอนาฬิกา สอบถามแล้วคืนนั้น เด็กสาธิตไม่มีการทำกิจกรรมและคณะวิศวะไม่มีกิจกรรมหรือการก่อสร้างใดๆ และที่สำคัญ บางห้องได้ยิน บางห้องไม่ได้ยินทั้งที่อยู่ติดกัน !!!
  • ห้องสีชมพู (เรื่องนี้เกิดที่หอหญิง ไม่แน่ใจ ว่า 7 หรือ 4 หรือ 8) – เป็นเรื่องของนักศึกษาหญิงที่เข้ามาพักในหอในแล้วไปมีอะไรกับผู้ชาย แล้วเกิดพลาดตั้งครรภ์ขึ้นมา รู้ตัวเอาตอนท้องได้ 4 เดือนแล้ว แต่มันยังไม่ป่องออกมา จึงปิดเงียบไม่ให้ใครรู้แม้แต่เมท ทำยังไงถึงจะเอาออกได้ พลาดไปแล้ว แต่ไม่อยากเสียอนาคต ไม่มีเงินทำแท้ง แฟนไม่รับผิดชอบ ตัดสินใจเอาออกเองในห้องพัก โดยเลือกตอนช่วงที่เพื่อนไม่อยู่ ทำเองคนเดียว โดยไม่ทราบวิธีการ …ปรากฎว่าผลร้ายกว่าที่คิด นักศึกษาคนนั้นตกเลือดตายในห้อง เพื่อนมาพบศพตอนเย็น เห็นรอยเลือดกระจัดกระจายติดฝาผนัง หลังจากจัดการเรื่องศพเรียบร้อยแล้ว (รวมถึงทำความสะอาดห้อง) โดยที่เมทของคนตายก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาด เห็นรอยเลือดสีจางๆ ติดอยู่ที่ผนังสีขาวก็เลยให้คนเอาสีขาวมาทาทับ วันรุ่งขึ้นเปิดเข้าไปทำความสะอาดรอยเลือดยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะทำยังไง ทั้งขัดทั้งถูหรือทาสีใหม่ รอยเลือดนี้ก็ยังไม่หายไป จนสุดท้ายทางหอพักจึงต้องนำสีชมพูไปทาทั้งห้องเพื่อไม่ให้เห็นรอยเลือด กลายเป็นห้องสีชมพูตั้งแต่นั้นมา – ปัจจุบันเป็นห้องเก็บของที่ปิดตาย เคยมีแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดที่ห้องนี้แล้วออกจากห้องไม่ได้ เพราะลูกบิดถูกล๊อค (ทั้งที่ตัวล๊อคอยู่ในห้อง)
  • ห้องน้ำหลอน – เล่ากันว่า ถ้าไปอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำรวมตอนกลางคืนชั้น 3 เข้าไปอาบน้ำที่ช่องที่เขากั้นให้อาบน้ำช่องในสุด ซักพักจะได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาอาบน้ำในห้องข้างๆ ได้ยินเสียงฝักบัว แถมยังมีน้ำกระเซ็นเข้ามาที่ห้องตัวเองอาบอยู่อีกต่างหาก แต่รุ่นน้องอาบน้ำช้า ห้องข้างๆ เลยกลับออกไปก่อน พอรุ่นน้องอาบน้ำเสร็จเปิดห้องออกมา ก่อนออกก็ต้องเดินผ่านห้องข้างๆ อยู่แล้ว เพราะตัวเองอาบห้องในสุด แต่ปรากฏว่าไม่มีร่องรอยการอาบน้ำเลย ตรงฝาผนังและพื้นแห้งสนิท ! ที่ห้องอาบน้ำชั้น 2 รุ่นพี่แก่กว่าประมาณ 3 ปี เคยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่กำลังจะเข้าไปอาบน้ำ ทั้งห้องมีอยู่คนเดียว กำลังจะสระผม รู้สึกว่ามีน้ำกระเซ็นมาจากห้องข้างๆ แต่ไม่มีเสียงน้ำ ด้วยความสงสัยจึงหยุดแล้วไปดูห้องข้างๆ ก็ไม่เห็นมีน้ำรั่วหรือซึม ทั้งฝาและเพดานเรียบร้อยทุกอย่าง พอเข้าห้องมาจะอาบก็เจอน้ำกระเซ็นอีก …คราวนี้ไม่อยู่แล้ว
  • ทุกโค้ง – สมัยนั้นเวลากลางคืน ดอยสุเทพยังไม่ปิด ความนิยม (ที่ไม่ค่อยดีเท่าไร) อย่างหนึ่งก็คือ เวลาเมาๆ นักศึกษาทั้งหลายมักจะขับรถขึ้นดอยไปดูเชียงใหม่ทั้งเมืองกัน ตอนกลางคืนมันสวยดี วันหนึ่งนักศึกษาจากคณะวิศวะสองคนเพิ่งเลิกจากกังสดาล (แต่ก่อนร้านนี้ฮิต) ครึ้มๆ ขึ้นมาก็เลยขับรถเลยจากทางเข้ากะขึ้นดอยไปชมเมืองเล่น คนขับก็ขับไป ข้างหลังคนซ้อนก็นั่งไป เมาๆ ขึ้นมาคนซ้อนก็เลยหลับ สมัยก่อนแปดสิบเปอร์เซ็นต์นักศึกษาขับแมงกะไซค์ไม่ใช่รถยนต์อย่างทุกวันนี้ ซักพักหนึ่งคนซ้อนก็ตื่น กำลังเข้าโค้งพอดี เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ข้างทาง แต่คนขับก็ขับเลยผ่านไป ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษจัดก็เลยถามคนขับว่า “ทำไมไม่จอดรถลงไปถามหน่อยล่ะ เผื่อเขามีปัญหาอะไร?” คนขับเลยตอบกลับว่า “กูไม่จอดด้วยหรอก คนนี้เขารอโบกทุกโค้งเลย เจอมาหลายโค้งแล้วเดี๋ยวโค้งหน้าก็เจอเขาอีกแหละ”
  • พยาบาลชุดแดง – เห็นเขาเล่าว่ามีนักศึกษาคนนึงของคณะแพทย์อยู่ทำงานในตึกของฝั่งสวนดอก เขาคนนี้ก็ทำงานอยู่จนดึกก็เลยว่าจะลงลิฟต์มา ระหว่างที่รอเขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้างๆ เขาก็หันไปมองเห็นพยาบาลคนนึงเดินมา เขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะพยาบาลกับแพทย์ก็ต้องเจอกันบ่อยๆ อยู่แล้ว ระหว่างรอลิฟต์นักศึกษาคนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ก็เลยหันไปมองพยาบาลคนนี้ ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำพยาบาลคนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปในลิฟต์พยาบาลคนนี้ก็ถามว่า มาทำอะไรดึกๆ ป่านนี้ เขาเลยตอบว่ามาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายใน เพราะว่าจะสอบ พยาบาลคนนี้เลยบอกว่างั้นให้ฉันช่วยนะ นักศึกษาคนนี้ก็เลยงงและเริ่มสังเกตว่าคอของผู้หญิงเริ่มมีเลือดไหลออกมาเรื่อยๆ เขาตกใจมากพยายามที่จะหนีออกมาจากลิฟต์ แต่ลิฟต์เหมือนค้างหรืออะไรไม่ทราบ เลือดไหลนองทั่วชุดของนางพยาบาลคนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอนนักศึกษาแพทย์คนนี้ ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมอง หัวใจ พร้อมทั้งควักส่วนต่างๆ เหล่านี้ออกมา รุ่งขึ้นก็มีคนพบชายคนนี้นอนคาอยู่ทางประตูลิฟต์ที่เปิดปิดอยู่ แล้วเขาก็เอาแต่พร่ำเพ้ออย่างคนบ้าว่า “พยาบาลชุดแดง … พยาบาลชุดแดง”
  • ลวดวงเวียนธรณี – ต้องขอโทษคนที่ผ่านทางนี้เป็นประจำ จุดนี้มีเรื่องเยอะจริงๆ เรื่องนี้นานมาแล้วมีนักศึกษาสองคนกินเหล้าเมากันมา พอมาถึงข้างตึกธรณีคนขี่มองไปทางข้างตึกอังกฤษ เห็นคนหัวขาดยืนอยู่ ตกใจจึงหยุดรถขยี้ตาดูอีกที แล้วสะกิดถามเพื่อน …เพื่อนบอกไม่เห็นอะไร มองอีกทีก็ไม่มีแล้วหันกลับมาข้างหน้า มีลวดเส้นเล็กๆ ขึงอยู่ระดับคอห่างออกไปเมตรเดียว
  • RB แพทย์ อาคารเรียนรวมแพทย์ มีคนไปอ่านหนังสือกันสองคน พอดึกๆ ก็ไปซื้อไก่ทอดมา กินเสร็จแล้วก็หาที่ล้างมือ เจอก๊อกน้ำข้างตึกก็ไปล้างมือที่นั่น ตอนที่ล้างอยู่เพื่อนอีกคนก็ทำหน้าตกใจมาก แต่ยังไม่พูดอะไร คนที่ทำหน้าตกใจรีบจูงมือเพื่อนกลับมาใต้ตึก แล้วถามว่ารู้มั้ยเมื่อกี้เห็นอะไร อีกคนบอกไม่รู้ คนนั้นจึงบอกว่าเห็นผมของอีกคนซึ่งผมยาวชี้ขึ้นมากระจุกหนึ่งเหมือนมีคนจับขึ้นมา … รู้ทีหลังว่าตรงนั้นเป็นที่ล้างศพ
  • Partner-Lab (แลปฟิสิกส์) – อันนี้ฟังเค้าเล่ามาอีกทีเป็นเรื่องนานมาแล้ว เราเองก็มาไม่ทัน – เรื่องมีว่าเมื่อก่อนตอนที่ตึกเก้าชั้นวิดยายังไม่ได้สร้าง แลปฟิสิกส์ของเด็กปี 1 ก็ยังทำที่แลปเก่า (น่าจะเป็นตึกฟิสิกส์) แลปคราวนั้นเป็นแลปเรื่องแสง คนที่เคยเรียนคงรู้ว่าห้องจะมืดเพราะปิดไฟและเป็นแลปมืดจริงๆ เพราะทำช่วงค่ำ นักศึกษาหญิงคนนึงก็เข้าห้องแลปแต่พาร์ทเนอร์แลปยังไม่มา คนอื่นๆ ก็มากันแล้ว เตรียมอุปกรณ์เสร็จ เพื่อนก็มา แต่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จา ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ตอบ เหลือบเห็นที่คอมีรอยแผลเป็นทางยาว เธอจับไหล่เพื่อนถามว่าไปโดนอะไรมา เพื่อนเงยหน้าขึ้นมาแล้วหัวหลุดกลิ้งไปกับพื้น ผู้หญิงร้องกรี้ดแล้ววิ่งออกมาสลบตรงระเบียง ฟื้นมามียามกับรุ่นพี่สองสามคน ถามว่าไม่รู้เหรอว่าวันนี้แลปงด เพราะเมื่อเช้ามีนักศึกษาใน Sec รถคว่ำตาย เพื่อนเลยไปงานศพช่วงค่ำกันหมด สอบถามชื่อได้ความว่าคือพาร์ทเนอร์แลปของเธอนั่นเอง ส่วนคนที่เจอในห้องแลปทุกคนล้วนแต่ไร้ชีวิต
  • ป๊อก ป๊อก ครืด – เรื่องผีอันดับหนึ่งของมหาลัยเชียงใหม่ในแง่ของความเศร้า ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัด แต่สถานที่เกิดคือ หอ 7 (หญิง) ในสมัยที่ มช. ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง ถนนหน้าฝนเป็นโคลน รถไปมาลำบาก ตอนกลางคืนมืดไม่มีแสงไฟ เรื่องเกิดกับนักศึกษาสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่ประมาณชั้น 2 หรือ 3 ของหอหญิงเจ็ด ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบนักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกันอยู่ ประมาณว่านักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบายจึงอ่านหนังสือในห้อง ตอนหัวค่ำรูมเมทชวนไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่จึงไปไม่ไหว อยากพักผ่อน พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่า “เดี๋ยวไปทานข้าวเองก็ได้ แล้วจะห่อข้าวมาฝากเพื่อน” – คนที่ไม่สบายก็บอกว่า “ยังไงฝากซื้อราดหน้ามาให้ทีละกัน กินแล้วจะได้กินยา” เมทคนนั้นก็บอกว่า “ได้ เดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับ” – หลังจากที่เพื่อนออกไปจากห้อง คนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่อ อ่านได้ซักพักก็ไม่ไหวเพราะไข้ขึ้น จึงนอน ตอนนอนอยู่นั้นสลึมสลืออยู่ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว เพื่อนทำไมยังไม่กลับมาซะที่ ตกดึกฝนเริ่มตก นักศึกษาคนนั้นก็ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือต่อ ในใจเป็นห่วงเพื่อนเพราะออกไปนานมากยังไม่กลับ ซักพักนักศึกษาคนนั้นได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่าง จากทางบันได – “ป๊อก …ป๊อก …ป๊อก …ป๊อก …” เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามาจากทางบันไดดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงเหมือนคนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมาและเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้น ที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนไป “ครื …ด …ครื …ด …ค …รื …ด” เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรซักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง นักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจและมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบได้ …อึดใจนึงก็มีเสียงเคาะห้อง “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อราดหน้า ก็งง …แล้วเพื่อนอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมาหรือติดฝนเลยฝากคนอื่นเอามาให้ แต่ทำไมต้องเอามาแขวน ไม่รอเจอกันก่อน จะได้รู้ว่าเป็นใคร แล้วทำไมเดินเร็วจัง มีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได …คิดต่างๆ นานา แต่แล้วก็แกะห่อราดหน้าออก ทานเสร็จก็ทานยาตาม ได้ซักพักก็หลับไป – รุ่งเช้า …มีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว ! นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืนตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพ สภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาด ไม่แน่ใจว่าเป็นฝายหินหรือตลาดต้นพยอม หลังจากทานข้าวเสร็จทุกทีจะไปกับเพื่อน แต่เพื่อนไม่สบายจึงไปคนเดียว โดยเพื่อนฝากซื้อข้าวห่อ คนร้ายอาจเห็นว่ามาคนเดียวจึงลงมือ – แล้วราดหน้าเมื่อคืนล่ะ !? ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัด แต่จากที่ฟังกันมา คือหลังจากที่ตายไปแล้ว ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เพราะว่าไม่สบายและยังหิว เลยนำห่อราดหน้าที่ซื้อมาฝากไปส่ง แต่จะไปส่งยังไง แขนหัก-ขาหักหมดแล้ว ลักษณะที่เขาเล่ามาคือ เพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพัก แล้วใช้คางเกยบันไดลากตัวเองขึ้นมา เป็นเสียง “ป๊อก ป๊อก” เสียงครืดที่ได้ยินคือเสียงลากตัวเองจากบันได มาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกัน หลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง – ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้นเล่า แต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังยกของหนักและลากของหนักจากข้างล่างขึ้นมา แล้วทุกคนต่างเชื่อสนิทใจ … มิตรภาพอยู่เหนือความตาย
  • ผีคณะสังคมฯ – ที่ห้องน้ำคณะสังคมศาสตร์ที่เก่าๆ หน่อย ลองไปหาดูเอาเอง ลักษณะห้องน้ำคือ ประตูทางเข้าอยู่ตรงกลาง เมื่อเข้าไปแล้วโถฉี่จะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนอ่างล้างหน้ากับกระจกส่องหน้าจะอยู่ทางขวา รุ่นพี่ที่อยู่คณะสังคมฯ เล่าว่ามีคนเล่าให้ฟังว่า (ฟังเขามาอีกต่อหนึ่ง) ตอนกลางคืนช่วงใกล้สอบได้ไปอ่านหนังสือที่คณะสังคมฯ แล้วปวดฉี่เลยไปฉี่ที่ห้องน้ำแห่งนี้ (เริ่มนึกออกหรือยังว่าห้องน้ำที่ไหน) ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว คนอื่นๆ ก็นั่งอ่านหนังสือต่อ คนไปฉี่ก็เข้าไปฉี่ธรรมดา ในห้องน้ำมีโถฉี่สองอัน อันแรกติดประตู อันที่สองอยู่ด้านขวา ถัดไปข้างในอีก เขาบอกว่า ตอนจะฉี่ก็จะฉี่ที่โถแรกเพราะใกล้ แต่ไม่รู้นึกยังไงเลยเดินเลยไปฉี่ที่โถด้านใน ตอนกำลังฉี่ก็ยังไม่มีอะไร แต่ตอนฉี่เสร็จแล้ว มองออกไปที่กระจก ภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นว่า กำลังมีคนยืนฉี่อยู่ที่โถฉี่อันแรก ! (แต่หันหลังให้) นึกว่าตาฝาดเพราะหันไปดูก็ไม่มีอะไร แต่พอไปดูในกระจก ก็เห็นเหมือนเดิม !? คืนนั้นเลยไม่ได้อ่านหนังสือกันพอดี พวกขี้เหล้าทั้งหลายที่ชอบไปกินแถวนั้นก็ระวังหน่อยละกัน
  • ผีตึกฟิสิกส์ – เรื่องนี้โด่งดังมาก แต่ไม่เคยเจอกับตัวซักที …เรื่องมีอยู่ว่า ที่ใต้ถุนตึกฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มช. จะมีม้านั่ง มีที่ให้อ่านหนังสือ ตอนกลางวันเย็นสบาย แต่ตอนกลางคืนจะเย็นยะเยือก เล่ากันว่า มีนักศึกษาหญิงที่ถูกแฟนบอกเลิกไปผูกคอตายที่นั่น ประมาณว่าตอนคบกันไปนั่งอ่านหนังสือที่นั่นกันบ่อยๆ พอคิดสั้นเลยใช้ที่นั่นเป็นที่สุดท้าย นับแต่นั้นมาเล่ากันว่านักศึกษาคู่ไหนที่เป็นแฟนกันแล้วไปนั่งอ่านหนังสือที่นั่น มักจะไม่ได้อ่าน จะโดนกวนตลอด ถ้านั่งคู่กันจะรู้สึกว่ามีคนมองข้างหลัง ถ้านั่งตรงกันข้ามกัน ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง มักจะเห็นอะไรแปลกๆ … ใครที่มีแฟนลองไปนั่งดูนะ
  • หอ 7 หญิง (อีกแล้ว) – หอหญิงจะมีเวลาปิดที่สามทุ่ม วันศุกร์-เสาร์ สี่ทุ่มครึ่ง นักศึกษาหลายๆ คนที่กลับเกินเวลาก็ต้องปีนหอแล้วก็คงมีพลาดกันมั่งแหละ ที่หอ 4 หญิง เล่ากันว่าหลายๆ ครั้งคนที่กำลังปีนๆ เข้าหอด้วยความเมามันส์ มักจะเงยหน้าขึ้นไปเจอรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ที่ี่ระเบียง เมื่อสบตากัน พี่คนนั้นก็จะบอกว่า “…น้อง…อย่าปีนเลย…เดี๋ยวจะเป็นอย่างพี่…” แล้วเธอคนนั้นก็จะ replay โดยการร่วงจากชั้นบนลงมาที่พื้นให้น้องๆ ชมเป็นตัวอย่าง – เค้าว่ากันว่า หอ 7 หญิง เมื่อก่อนมีนักศึกษาอยู่คนนึงขยันเรียนมาก มักจะออกไปกินข้าวตอนหัวค่ำ แล้วกลับมาอ่านหนังสือตลอด ไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหน (ตรงข้ามกะเราเลย) วันนึงเค้าก็ออกไปกินข้าวตามปกติ แต่ไม่ได้ไปพร้อมกับเมทร่วมห้อง ขณะนั้นเมทคนที่ 2 กินข้าวแล้ว เลยนอนอยู่ในหอ ส่วนเมทคนที่ 3 อีกคนจะออกไปกินข้าวทีหลัง พอเมทคนที่ 1 กินข้าวเสร็จ เธอก็กลับมาอาบน้ำ แล้วนั่งอ่านหนังสือเหมือนเดิม ประมาณ 3 ทุ่ม เมทคนที่ 2 ลงมาข้างล่าง เจอกับเมทคนที่ 3 บอกว่าเธอคนนั้น (เมทคนที่ 1) เพิ่งโดนรถชนตายที่หน้ามอ เมทคนที่ 2 นึกว่าล้อเล่น เมทคนที่ 3 เลยพาไปดูที่เกิดเหตุ … แต่เหตุการณ์ไม่จบเพียงแค่นี้ ปรากฎว่าเมื่อเมทคนที่ 2 และ 3 กลับขึ้นห้อง เมทคนที่ 1 เธอก็ยังอ่านหนังสืออยู่ที่เดิม เมทคนที่ 2 และ 3 เลยย้ายไปนอนที่อื่น โดยที่ไม่ได้บอกเธอ แล้วขนของย้ายออกไปเลยในวันรุ่งขึ้น แต่ทุกคนในหอนั้นยังเห็นเธอคนนั้นทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ ทุกคนในหอถึงกับจะขนของย้ายออกหมดทั้งปีก (ปีกอื่นก็คงเจอ แต่ไม่บ่อย) ร้อนถึงป้าที่ดูแลหอต้องนิมนต์พระมาสวด แล้วเอาสายสิญจน์มาล้อมรอบหอไว้ คืนนั้นทุกคนที่ผ่านหอ 7 จะเห็นเด็กผู้หญิงยืนร้องไห้อยู่ตรงระเบียง ในวันรุ่งขึ้นต้องเอาสายสิญจน์ออก แล้วนิมนต์พระมาสวดใหม่ เพราะคาดว่าคราวที่แล้ว ธอโดนสายสิญจน์ล้อมไว้ เลยออกจากหอไม่ได้
  • หน้าหอสมุด – ตรงข้ามคณะสังคม เด็กจี-ออ ตั้งวงเหล้ากันอยู่ เห็นขบวนแห่จากวงเวียนผ่านหน้าหอสมุด คิดว่าเป็นของพวกวิจิตรมีแบกเสลี่ยงด้วย ผู้หญิงนั่งบนเสลี่ยง พอถึงหน้าหอสมุดก็วางเสลี่ยงลง ผู้หญิงลงมานั่ง แล้วผู้ชายคนนึงก็เงื้อดาบตัดคอ …ส่วนวงเหล้าแตกกระเจิง
  • หอ 5 ชาย ชั้นไหนไม่ทราบ – เล่าว่าวันนั้นเวลาประมาณตีสองครึ่งตั้งวงเล่นไพ่กันอยู่กลางห้อง ประตูหลังห้องก็เปิด แล้วก็มีขาก้าวย่างผ่านกลางวงไพ่เปิดประตูหน้าห้องเดินออกไป ทุกคนเห็นเหมือนกัน สรุปว่าคงเหนื่อยกันเกินไป จึงเลิกวงไพ่ แล้วแยกไปนอนห้องอื่น
  • หอ 7 ชาย – รุ่นพี่รหัส 38 คนนึงเล่าว่า ตอนอยู่ปี 1 หอ 7 ยังไม่มีการปรับปรุงห้องน้ำ ซึ่งยังเก่าๆ โทรมๆ อยู่ วันหนึ่งประมาณตี 1 นั่งทำงานอยู่ที่คณะ แล้วกลับไปเอาของที่หอ ห้องอยู่ชั้น 4 ต้องผ่านห้องน้ำ พอวิ่งผ่านหน้าห้องน้ำ เห็นคนกำลังหวีผมหน้ากระจก หน้าตาไม่คุ้น เกิดเอะใจขึ้นมา ทั้งๆ ที่วิ่งเลยไปแล้ว จึงถอยกลับมาดูปรากฎว่าไม่มีใคร ห้องส้วมประตูเปิดอ้าทุกห้อง ที่สำคัญห้องน้ำมีน้ำท่วมนอง แต่ไม่มีร่องรอยกระเพื่อมแม้แต่น้อย จึงรีบไปเอาของที่ห้อง แล้ววิ่งลงจากหอ คืนนั้นไม่กลับเข้าหออีกเลย
  • ทางเดินคณะวิดวะ – เป็นทางเดินยาวอยู่ตรงข้ามหอ 5 ชาย วันหนึ่ง เมื่อปี 43 วันนั้นฝนตก ประมาณตี 1 กว่าๆ มีคนสี่คนเข้าไปเล่นผีถ้วยแก้ว มีผีผู้ชายเข้ามา พอถามว่าชื่ออะไร ก็ไม่ตอบ ถามว่ามาคนเดียวใช่รึไม่ใช่ ก็ตอบว่า “ไม่ใช่” จึงถามต่อว่ามากันเท่าไหร่ เค้าก็ตอบว่า “เก้า (ไปเลข 9)” คนเล่นรู้สึกกลัวขึ้นมาจึงเชิญออก แล้วรีบกลับมาที่หอ มีเพื่อนถามว่า “ไปไหนกันมา” ก็บอกว่า “ไปเล่นผีถ้วยแก้วในคณะวิดวะ” เพื่อนก็ว่า “อ๋อ …ที่ยืนมุงกันเยอะๆ ตรงทางเดินน่ะนะ” แต่ตอนเล่นนั่งเล่นกัน มีแค่สี่คนเท่านั้นนะ !!!
  • ถ้าขับรถผ่านตึกคณะวิดยาตอนดึกๆ เค้าบอกให้มองขึ้นไปบนตึกจะเจอของดี
  • ลิฟต์ ตึก SCB 1 คณะวิทยาศาสตร์ “ม.เชียงใหม่” จริงๆ ต้องมีสามตัว แต่มีใช้แค่สอง ลือกันว่าลิฟต์ตัวที่สามเคยมีคนตกลงมาตาย (ตอนตึกใกล้เสร็จ)
  • หอสมุดกลางของ “ม.เชียงใหม่” ว่ากันว่า ตอนก่อสร้าง เมื่อทำส่วนฐานรากอาคารขุดพบโครงกระดูกเยอะมากๆ
  • ที่ภาควิชาชีวะ คณะวิทย์ เคยต้องทำบุญใหญ่ เพราะมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นทุกวัน เช่น เก้าอี้แล็บหมุนเอง หรือมีเสียงคนเดินบนบันไดตอนเที่ยงคืน มีเงาคนเดินไปมาในเรือนเพาะชำใต้ตึก จนตอนนั้นไม่มีใครกล้าอยู่ทำงานที่ภาคหลังพระอาทิตย์ตก บางคนว่าเป็นวิญญาณของสัตว์ทดลองมากมายที่ต้องใช้เรียนกัน
  • หลังจากมีเหตุฆาตกรรมบริเวณข้างประตูหน้า ม. ที่หอ 40 ปี เคยมีคนได้ยินเสียงประหลาดในตอนกลางคืน
  • หากเดินผ่านอ่างแก้วตอนกลางคืน อาจเห็นตามพุ่มไม้มีขางอกออกมา เรียกกันว่า “ต้นไม้กินคน”
  • สาวแขนยาว – ไม่ทราบใครเคยได้ยินเรื่องนี้รึเปล่า ที่จะมีนักศึกษาหญิงมาโบกมอไซด์ แล้วคุณคนนั้นก็ใจดีไปส่งให้ที่ไหนซักแห่ง ระหว่างทางก็ขี่ผ่านเพื่อนๆ เห็นเพื่อนพูดบางอย่างแต่ไม่รู้ว่าอะไร วันต่อมาเจอเพื่อน เพื่อนบอกว่า เมื่อวานเอ็งให้ใครซ้อนท้ายมาวะ แขนยาวลากถึงพื้นเลย

สำหรับพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น แต่เดิมเป็นป่าครับ เพราะสมัยก่อนตัวเมืองอยู่ในเขตคูเมืองเท่านั้น ส่วนมอก็อยู่เชิงดอย นับว่าอยู่กลางป่าดีๆ นี่เอง พื้นที่บริเวณนี้ได้รับบริจาคมาครับ เพราะว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นป่าช้า

หอ 2 หญิง เป็นหออาถรรพ์ที่สุดในมอครับ ผมคิดว่างั้นนะ สำหรับตัวหอเองสร้างเป็นรูปสายฟ้าครับ ถ้ามองจากภาพถ่ายทางอากาศนะ นับว่าเป็นหอที่สร้างได้แปลกที่สุดในบรรดาหอในทุกๆ หอ (ส่วนใหญ่จะเป็นรูปตัว H) สำหรับหอ 2 หญิง อาจจะเพราะฮวงจุ้ยไม่ค่อยดีกระมัง ทำให้ผีดุเหลือเกินครับ แค่ป่าสักหลังหอก็น่ากลัวพอแล้ว หลังหอ 2 หญิง จะเป็นป่าสัก แล้วก็มีสวนหย่อมรกร้างที่ไม่มีคนกล้าเหยียบเข้าไป เห็นเขาว่าตรงนี้เป็นสุสานจริงๆ ยังมีกระดูกคนตายฝังเต็มไปหมด

หอ 2 หญิงได้ฉายาว่า “หอซิกแซก” หรือ “หอสายฟ้า” อย่างที่บอกไปแล้ว อาถรรพ์ก็เยอะครับ รุ่นน้องผมก็เคยเจอ คือ ในมอนี่มีเปรตประจำอยู่ครับ แล้วก็จะอยู่ประจำที่หอ 2 หญิงนี่แหละ – ในช่วงออกพรรษา ซึ่งจะใกล้ๆ กับช่วงปิดเทอม 1 (ใกล้จะถึงแล้วเนี่ย) เด็กหอ 2 จะไม่มีใครกล้าอยู่เลยครับ เพราะถือเป็นช่วงปล่อยผี ช่วงนี้เด็กในหอจะเจอผีถี่ที่สุดในรอบปีครับ (เพื่อนผมก็เจอมาแล้ว ไหนจะน้องรหัสผมอีก)

ส่วนหอ 3 หญิง ตั้งอยู่ติดกันครับ คั่นด้วยถนน ข้างๆ หอ 3 เป็น อมช. (คงรู้จักกันดี) หอ 3 หญิงนั้น ลักษณะหอเป็นรูป 8 เหลี่ยม เหมือนยันต์โป๊ยข่วยของจีนที่จะติดไว้หน้าบ้านป้องกันภูตผีนั่นแหละครับ ผมว่าน่าจะเป็นการสร้างแก้เคล็ดจริงๆ นั่นแหละครับ ในหอ 3 เห็นเขาบอกว่ามีเหมือนกัน แต่ผมไม่ค่อยจะเคยได้ยินเท่าไหร่ ฟังๆ แต่รุ่นน้องบอก แต่ที่ดังที่สุดในช่วงที่ผมเข้ามาเรียนปีแรกๆ ก็คือ ปีนั้นในช่วงปล่อยผี เด็กที่อยู่หอ 3 มองไปที่หอ 2 ในตอนกลางคืน ก็เห็นว่ามีเปรตยืนกางขาคร่อมหออยู่น่ะครับ

อีกเรื่องเพื่อนเล่าให้ฟังว่าเค้าโดนผีอำ 3 คืนติดกัน อธิบายก่อนว่าเตียงที่หอ 3 จะมี 2 เตียงต่อ 1 ห้อง คือเตียง 2 ชั้น 1 เตียงกับเตียงเดี่ยว 1 เตียงเพื่อนเราเค้านอนชั้น 2 (เตียง 2 ชั้น) ข้างล่างอีกชั้นมีเพื่อนอีกคนนอนอยู่ แต่เตียงเดี่ยวไม่มีคนนอน เพื่อนเรานอนอยู่ซักพักแล้วหิวน้ำ เลยตื่นมากินน้ำ แต่มองเห็นมีคนนอนอยู่ที่เตียงเดี่ยว คิดว่าเป็นเพื่อนอีกคนเลยไม่ได้คิดอะไร เป็นแบบนี้อยู่ 3 วัน แต่วันอื่นนี่ไม่ได้ลุกไปกินน้ำนะ แต่ลุกไปห้องน้ำ วันที่ 4 เค้าเจอเพื่อนคนที่เป็นเจ้าของเตียงเดี่ยวที่โรงอาหารใต้หอ เลยถามว่าย้ายมานอนที่ห้องแล้วเหรอ (เพื่อนที่เป็นเจ้าของเตียงเดี่ยวไม่ใช่เพื่อนที่รู้จักกันมาก่อน แต่บังเอิญได้อยู่ห้องเดียวกันตอนจับ roommate และเพื่อนคนนี้ไม่เคยนอนที่ห้องตัวเองเลย ไปนอนห้องเพื่อนเค้าตลอด แต่มีของไว้ในห้องบ้างนะกันผู้ปกครองหอมาตรวจแล้วเจอว่าทำไมห้องอยู่แค่ 2 คน) พอเพื่อนคนนั้นบอกว่าเปล่า ไม่ได้ไปนอนที่ห้องเลย โอ้ … ขนลุกเกรียวเลยแหละ แล้วคนที่เค้าเห็นน่ะใคร ส่วนคนที่นอนที่เตียงล่างนี่ไม่รู้เรื่องเลย นอนหลับสนิททุกคืน เพื่อนเราเลยไปไหว้ศาลเจ้าใต้หอ 3 จากนั้นมาก็ไม่เจออีก

กลับมาที่หอ 2 เรื่องผีประจำหอ ก็มีอยู่หลายๆ ห้องครับ ผมเองไม่ทราบเหมือนกันว่าห้องไหนบ้าง แต่ไม่ได้มีห้องเดียว ก็อยู่ตามห้องที่ นศ. อยู่นั่นแหละครับ ที่เคยได้ยินมาก็เช่น คนที่นอนอยู่บนเตียงชั้นบน ตอนกลางคืนตื่นขึ้นมา เห็นผู้หญิงมานั่งอยู่ปลายเตียงเดี่ยว คนที่นอนชั้นบนชะโงกหน้าลงมา (ตอนกลางคืน) ที่เตียงชั้นล่าง เห็นมีใครที่ไหนไม่รู้มานอนกับเพื่อนตัวเอง เมททั้ง 3 คนในห้องโดนผีอำพร้อมๆ กัน ติดๆ กันทุกคืน จนเป็นกิจวัตร ฯลฯ

จำไม่ค่อยได้แล้วครับว่ามีอะไรอีก ส่วนใหญ่ที่เคยได้ยินจะเป็นพวกนี้แหละ เขาว่าเด็กหอ 2 เจอผีกันจนแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาล่ะครับ แต่เห็นว่าเมื่อตอนเทอม 2 ปีที่แล้ว มีเด็กคนหนึ่งโดนผีหลอกทุกวัน (ในห้อง) จนทนไม่ได้ต้องย้ายออกไปเลยครับ (อันนี้น้องรหัสผมยืนยันมาว่าเรื่องจริง)

สำหรับหอ 2 ชาย ก็คงเป็นเรื่องผีในห้องเหมือนกัน หอ 2 ชายอยู่ไม่ไกลจากหอ 3 หญิงเท่าไหร่ เป็นหอที่มีร้านสหกรณ์ตั้งอยู่ อยู่ติดกับหอ 7 ชาย ซึ่งใกล้กับฝายหินครับ หอนี้เก่ามากๆ น่าจะเป็นหอที่มีการสร้างขึ้นมาเป็นหอแรกๆ ครับ อันนี้รุ่นพี่ผมอยู่หอนี้ ผมก็ขึ้นไปประจำ หอนี้เก่ามาก น่ากลัวมากครับ รุ่นพี่เคยชี้ให้ดูห้องหนึ่ง ซึ่งเขาบอกกันว่าเคยมีคนตาย ห้องที่เคยมีคนตายนี่เขาจะทำพิธีสะกดวิญญาณโดยเอายันต์ไปแปะไว้ใต้เตียง เป็นธรรมเนียมที่นี่ว่า ใครเข้าห้องไหน ต้องพลิกเตียงขึ้นมาดูครับ ว่ามีรึเปล่า ถ้ามีเป็นอันว่าใช่แน่ เตรียมตัวเจอผีได้เลย

ได้ยินมา อีกที่ก็หอ 3 ชายครับ เพื่อนเล่าว่า กระจกตรงบันไดทางขึ้นน่ะครับ มี นศ.คนหนึ่งมายืนส่องอยู่ในตอนกลางคืน เขาเห็นว่าเงาตัวเองในกระจก ไม่มีขา พอเล่าให้รุ่นพี่ที่เป็นเมทฟัง พี่เขาก็บอกว่า “ไอ้ตรงนั้นมันไม่มีกระจกนะ” !!!

ส่วนหอ 7 หญิง ห้องอาบน้ำชั้น 3 นั่นอาถรรพ์มากครับ เพื่อนกลุ่มผมเจอเองครับ เป็นห้องอาบน้ำฝั่งปีกทิศเหนือครับ เพื่อนเล่าว่าตอนกลางคืนเข้าห้องน้ำประมาณตี 3-4 จะได้ยินเสียงคนเข้าห้องน้ำก่อน อย่างกำลังเดินเข้ามา จะได้ยินเสียงประตูปิด แล้วก็เสียงเปิดน้ำ เสียงราดน้ำ แต่รออยู่ก็ไม่มีใครออกมา พอเดินไปดู ทุกห้องก็โล่งหมดครับ ไม่ได้เจอคนเดียวครับอันนี้ เจอหลายคนและบ่อยๆ ด้วย – ห้องที่มีแน่ๆ ก็ห้อง 338 ครับ ห้องเพื่อนผมนี่แหละ ผีดุมาก เป็นผู้หญิงครับ เมทห้องนี้โดนอำกันจนเป็นปกติครับ สมัยเพื่อนผมอยู่ ต้องทำบุญกันปีละครั้งเลยครับ แต่ก็ยังเจอ บางทีเพื่อนมานอนค้างที่ห้องก็ได้ยินเสียงคนเดินลากเท้าไปรอบๆ ห้อง ทั้งๆ ที่ทุกคนหลับกันหมดแล้ว

อีกเรื่อง ก็ผีที่ทางเดินตึกไบโอฯ ครับ …เพื่อนผมมันเป็นคนทำงานในสโมฯ ของคณะวิทยาฯ น่ะครับ ทีนี้ตอนต้นเทอม สโมฯ เขาจะมีการจัดคล้ายๆ มีตติ้งหรือค่ายนี่แหละ แล้วตอนกลางคืนก็มีการทดสอบความกล้า โดยการปล่อยให้เดินไปตามตึกเรียนต่างๆ ตอนกลางคืน ไม่มีไฟฉายให้ ปล่อยไปทีละคน ไม่มีการแกล้ง แต่ว่าให้ทดสอบความมั่นคงของจิตใจเฉยๆ น่ะครับ เพื่อนผมเล่าว่าก็เดินผ่านตึกอื่นๆ ไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนตึกไบโอฯ นี่แหละครับ พอเริ่มเดินขึ้นบันไดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามหลัง ตอนแรกก็คิดว่าถ้าไม่หูฝาดก็คงเป็นเสียงก้องของมันเอง แต่มันก็บอกผมว่า ตอนนั้นมันก็ไม่เชื่อเท่าไหร่หรอกว่าเป็นเสียงเดินของตัวเอง เพราะว่ามันใส่รองเท้าฟองน้ำ ซึ่งเสียงมันจะไม่ดังจนก้อง เหมือนเสียงคนใส่รองเท้าหนังอย่างที่มันได้ยิน แต่มันก็เดินต่อไป บนทางเดินชั้นสอง มันบอกว่าจู่ๆ ก็มีใครที่ไหนก็ไม่รู้ มันมองไม่เห็นหน้า เพราะปิดไฟมืดมาก เดินสวนกับมัน มันก็หันไปมอง แต่ก็ไม่เห็นแล้ว ตอนนั้นมันปลอบใจตัวเองว่าอาจจะเป็นใครสักคน (ที่ไม่ใช่ผี ?) แต่ว่าพอเสร็จกิจกรรมและคุยกับพวกรุ่นพี่ รุ่นพี่บอกว่าไม่มีคนขึ้นไปอยู่บนตึกเลย แล้วก็ไม่เห็นคนอื่นนอกจากพวกน้องๆ เดินลงหรือขึ้นไปบนตึกเลย แล้วคนที่มันเห็นคือใคร?

อีกเรื่องครับ อันนี้รุ่นน้องสัตวแพทย์ฯ เล่าให้ผมฟัง เป็นช่วงฤดูหนาวปีก่อนครับ ต้นๆ เทอม น้องผมสองคนไปเรียนที่คณะสังคมฯ แล้วเลิกกลางคืน แล้วเห็นว่าไปทำอะไรกันแถวนั้นต่อผมก็ไม่ทราบ ก็เดินกลับมาหอ ตอนนั้นเกือบๆ สี่ทุ่ม(ทางนั้นมืดมาก ถ้าอยู่มอชอ จะรู้ว่ายามค่ำคืน ถนนฝั่งนั้นแทบจะไม่มีรถวิ่ง) น้องผมผู้หญิงครับ เดินกันมาสองคน ผ่านตรงหน้าหอสมุด มันบอกว่าเห็นผู้หญิงใส่ชุดสีขาวเดินสวนที่หน้าหอสมุด (ซึ่งหอสมุดปิดไปตั้งแต่สามทุ่มกว่าๆ แล้ว) น้องเขาก็หันไปมอง แต่ก็ไม่เห็นใครเลย ซึ่งเหตุการณ์นี้เห็นกันทั้งสองคนครับ เขาสะดุ้งเฮือกเลย เพราะว่าจู่ๆ ก็โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงอะไร ไม่มีเสียงฝีเท้าด้วย

เรื่องต่อมาใกล้ๆ กันที่วงเวียนธรณีฯ วงเวียนนี้อยู่ติดกับหอสมุด ตึกธรณี ตึกภาควิชาภาษาอังกฤษและอีกฝั่งเป็นคณะสังคมฯ อันนี้เขาเล่ากันว่า ตอนดึกๆ จะมีขบวนแห่ล้านนาผ่านมาครับ ตรงวงเวียนนี่แหละ อันนี้ค่อนข้างจะเลื่อนลอยไปหน่อย ผมก็ไม่รู้นะครับว่าเป็นขบวนแห่อันเดียวกับที่ศาลาธรรมหรือเปล่า

มา ต่อที่ศาลาธรรมครับ … เรื่องที่ศาลาธรรมนี่เป็นขบวนแห่พื้นเมืองเหนือ เห็นเขาว่าเป็นขบวนแห่ศพครับ ที่มีคนเห็นคือเริ่มจาก ยูนิเซอร์ฟ ผ่านตึกแมท ผ่านหน้าธนาคารแล้วตรงไปที่ศาลาธรรมครับ อันนี้มีคนเห็นหลายคนเหมือนกัน แต่ในปัจจุบันไม่ได้ยินแล้วครับว่ามีใครเห็นหรือเปล่า ผมเองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน ทั้งๆ ที่สมัยปี 1 ปี 2 จะขี่รถผ่านบ่อยตอนประมาณตี 3 ตี 4 เพราะไปเล่นเน็ตหน้ามอ ซึ่งขบวนนี้ผมไม่แน่ใจว่าใช่ขบวนเดียวกันกับที่วงเวียนธรณีฯหรือเปล่า เพราะก็มีทางว่าจะใช่ ผมก็ไม่รู้ว่าขบวนแห่นี่เริ่มจากตรงไหนกันแน่ แต่พอจะสรุปได้ว่า ผ่านหน้าหอสมุด ผ่านวงเวียนธรณีฯ แล้วตรงมาตามถนนข้างตึกธรณี ผ่านเมเจอร์คอมฯ วิทยา แล้วเลี้ยวขวามาผ่านยูนิเซอร์ฟแบบเฉียดๆ ผ่านหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ไปรษณีย์ ธนาคารออมสิน แล้วเดินเข้าไปที่ถนนเล็กข้างศาลาธรรม … อันนี้ก็ไม่ยืนยัน เพราะไม่มีคนเห็นนานแล้วครับ

ปล. วงเวียนธรณีฯ นี่วงเวียนเดียวกับวงเวียนสังคมฯ น่ะครับ แต่ส่วนใหญ่เห็นเขาเรียกวงเวียนธรณีฯ นะตอนแรกผมจำผิด

อีกเรื่องเกิดขึ้นเมื่อเทอมที่แล้วครับ เป็นการสอบมิดเทอม ผม รุ่นน้องผู้ชายคนหนึ่ง รุ่นน้องผู้หญิงอีกคน ไปอ่านหนังสือกันที่บนชมรม (ตึก อมช.) รุ่นน้องผู้หญิงเดินออกไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็หยิบแก้วไปด้วยเพราะจะไปกดน้ำกิน ตอนที่ผมกำลังคุยกะน้องอีกคนอยู่ดีๆ น้องผู้หญิงก็วิ่งเข้ามาในห้องแล้วลากพวกเราออกไปข้างนอก ตรงทางเดินเชื่อมตึกที่พวกเราเรียกว่าสะพานดาวช่องระหว่างตึกสองตึก มองไปจะผ่านสวนหลังหอ 2 หญิง แล้วจะเห็นตึกฟิสิกส์ใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ น้องผมชี้ให้ดู แต่เราไม่เห็นอะไร น้องเขาจึงเล่าให้ฟังว่าเมื่อกี้นี้ตอนกำลังก้มลงกดน้ำอยู่ (ตู้น้ำอยู่ระหว่างทางเดิน) พอเงยหน้ามองไประหว่างช่องตึกก็เห็นเป็นเงาคนรูปร่างสูงมากๆ ยืนคร่อมตึกฟิสิกส์อยู่ครับ เห็นหมดเลยว่าเป็นช่วงขา ลำตัว แขน หัว ซึ่งเรื่องเจอผีนี่ น้องผมคนนี้ก็เพิ่งไปเจอบนดอยมาในหมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงหมาดๆ คืนนั้นพวกเราไม่มีใครนอนหลับ เพราะผมก็เชื่อว่าน่าจะจริง ธรรมดาแล้วน้องคนนี้ไม่เคยเชื่อเรื่องผี จิตแข็ง กล้าหาญไม่ใช่เล่น แต่เจอสองครั้งติดแบบนี้ก็เสียขวัญเหมือนกัน เพราะเขาก็แน่ใจว่าเขาตาไม่ฝาด ผมช่วยอะไรไม่ได้มาก นอกจากแนะนำว่าให้ไปทำสังฆทานเท่านั้น

เรื่องต่อไปเป็นเรื่องที่หอ 6 หญิง นศ.สองคนเดินลงมาที่ชั้นล่าง ในระหว่างที่คนแรกเดินลงมาเนี่ย ก็ยืนรอเพื่อนแล้วมองไปที่ห้องตัวเองที่อยู่ชั้นบน เห็นเงาคนเดินอยู่ที่ระเบียง พอเมทมาถึง ก็เลยถามว่าเมื่อกี้มีใครอยู่ในห้อง หรือว่าเมื่อกี้เดินที่ระเบียงหรือเปล่า เขาก็บอกว่าไม่นี่ … นั่นเป็นเงาของใคร ?

หอ 5 หญิง ไม่กี่เทอมที่ผ่านมา มี นศ. ที่อาบน้ำ แล้วเจอผู้หญิงผมยาวห้อยหัวลงมาจากห้องข้างๆ

หอชาย ผมจำไม่ได้ว่าหอไหน ไม่แน่ใจว่าหอ 1 หรือหอ 6 เพื่อนผมเล่าเองว่า ตอน นศ.อาบน้ำอยู่ แล้วทำสบู่ตก ก็มีมือหยิบมายื่นส่งให้ (กำแพงห้องน้ำแต่ละห้องส่วนล่างจะมีช่องให้น้ำไหลผ่าน) พออาบน้ำเสร็จก็ชะโงกไปดูห้องข้างๆ ก็ไม่มีใคร ทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงประตู แล้วห้องก็ไม่เปียกด้วย (ตามผนัง) แล้วเป็นมือของใคร?

หอ 3 หญิงเมื่อตอนต้นเทอมที่ผ่านมา มีเด็กนอนแล้วสะดุ้งตื่นมากลางดึก เจอคนมานั่งอยู่ที่ปลายเตียง ไม่ใช่เพื่อนตัวเองด้วย เพราะว่าคืนนั้นนอนคนเดียว เมทไม่อยู่ห้อง

หอ 2 หญิง เรื่องเกี่ยวกับห้องน้ำอีกแล้ว เกิดที่ชั้น 3 ปีกหลัง มีคนไปเข้าห้องน้ำตอนดึกพอเดินออกมาก็ต้องตกใจมากเมื่อเห็นรอยเท้าเปียกน้ำ เดินออกมาจากห้องอาบน้ำ แล้วก็กำลังเดินๆ ๆๆ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นตัวคน พอเดินตามก็พบว่ามาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของตัวเอง !!!

ส่วนอันนี้เห็นเรื่องของตึกเมเจอร์คอมฯ ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมสอบจะมีคนไปอ่านหนังสือโต้รุ่งตามใต้หอต่างๆ บ้าง ใต้คณะ ใต้ตึกบ้าง แต่ที่ตึกเมเจอร์คอมฯ จะแทบไม่มีเลย เขาว่าเป็นเพราะเหตุดังนี้

  • เรื่องที่ 1 – เมื่อ 3-4 ปีก่อนมี นศ. จัดงานสังสรรค์ แล้วแต่งตัวไม่เหมาะสมมา กระทำการไม่บังควรที่เนินหลังภาคคอมฯ ได้มาเจออะไรดีๆ ที่หลังภาค แถวๆ นั้นแหละ … ถ้าเดินไปหลังภาคก็จะเห็นมีศาลเจ้าอยู่ไปดูเอง..
  • เรื่อง ที่ 2 – เกิดเหตุในเวลาราวๆ เดียวกับเรื่องที่แล้ว …แต่คราวนี้เกิดในห้องเมเจอร์ เรื่องผีห้องเมเจอร์ …ลองถามผู้มีประสบการณ์ดีกว่านะ
  • เรื่องที่ 3 – เป็นเรื่องที่เป็นที่ฉงนสนเท่ห์กันมาตั้งแต่เปิดตึกคอมฯ ถ้าเดินเข้าทางหน้าภาคด้านขวามือ จะเห็นเสาต้นนึง เสาทุกต้น-กำแพงทุกที่ในภาคทาสีขาวทั้งหมด แต่ทำไมเสาต้นนี้ต้องทาสีแดงก็ไม่รู้ พวกที่มาอ่านหนังสือดึกๆ แล้วทำอะไรไม่เหมาะสม ระวังตัวให้ดีเน้อ เห็นพี่เค้าต้องมาเก็บก้านธูป-ดอกไม้ที่มาคนมาไว้ที่หน้าเสาทิ้งบ่อยๆ
  • เรื่องที่ 4 – กระจกหน้าห้องธุรการ ตอนเดินไปกินน้ำหรือว่าเปิด-ปิดไฟ ไม่จำเป็น ไม่ต้องมองไปที่กระจกนะ บอกแค่เนี๊ยะ…
  • เรื่องที่ 5 – ตอนดึกๆ มีคนเห็นเด็กนั่งเล่นอยู่บนดาดฟ้า (ตรงเหนือม้าหินอ่อนนั่นแหละ) น.ศ. กับอาจารย์หลายๆ คนก็เห็นมาแล้วนะ
  • เรื่องที่ 6 – 4 ทุ่ม 13 นาที 13 วินาที ไฟที่ภาคจะดับเอง
เอกสารอ้างอิง :

01. chiller. http://chiller.exteen.com/20070708/entry-5, 6
02. http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?ser=diavolo&jucId=40394
03. http://www.med4407.com/forum/index.php?topic=302.0
04. งงนะเนี้ยยยยยยย. http://atcloud.com/stories/36601
05. นายยะ. http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=499
06. http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=diavolo&jucId=40394
07. http://www.med4407.com/forum/index.php?topic=302.0
08. หมอแมว, ginosty, ….4จุด, angx333.http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2008/09/X7000399/X7000399.html
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s